LNCrawler

บทที่ 148 ถูกจับกุม [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 148 ถูกจับกุม [1]

        หลี่จินฮวาควักดินโคลนสีเหลืองออกมา และก็พบห่อผ้าเช็ดหน้าซุกซ่อนอยู่ภายในจริงดังคาด

       หลี่จินฮวาตื่นเต้นจนตัวสั่นเทิ้ม รีบหยิบเงินออกมานับ แล้วก็พบว่ามีเงินถึงห้าร้อยสิบหยวน!

       ใช่แล้ว ตอนแต่งงาน เธอยังมอบเงินสินสอดให้โจวเม่ยไปยี่สิบหยวน!

       ดูเหมือนว่าวันนี้โจวเม่ยจะนำเงินติดตัวไปแค่สิบหยวน

       โชคดีที่โจวเม่ยนำเงินไปไม่มากนัก ไม่อย่างนั้นเธอคงเจ็บใจตายแน่

       นับตั้งแต่นี้ไป เงินทั้งหมดนี้เป็นของเธอแล้ว!

       หลี่จินฮวาหยิบเงินทั้งหมดออกมา ยัดใส่กระเป๋าเสื้อของตัวเองจนหมดเกลี้ยง จากนั้นก็เก็บดินจากพื้นใส่ผ้าเช็ดหน้า แล้วนำผ้าเช็ดหน้าที่ห่อดินไว้กลับไปซ่อนในช่องผนัง แล้วจึงยัดดินอุดช่องกำแพงให้สนิท แล้วเลื่อนหีบไม้เก่ากลับไปที่เดิม

       เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น หลี่จินฮวาก็แอบย่องออกจากห้องอย่างแผ่วเบา

       แล้วเธอก็เริ่มคิดว่าควรจะนำเงินนี้ไปซ่อนไว้ที่ใดดี?

       เก็บไว้ในห้องตัวเองหรือ?

       ไม่ดีแน่ ไม่ปลอดภัยหรอก

       เงินในห้องโจวเม่ย เธอยังหาเจอเลย

       ถ้าโจวเม่ยกลับมาแล้วพบว่าเงินหายไป จะต้องสงสัยว่าเธอเป็นคนขโมยแน่!

       แล้วถ้าโจวเม่ยฉวยโอกาสที่เธอออกไปทำงาน แล้วกลับมาค้นหาอีกครั้ง จะไม่เสียเปรียบหรือไง!

       ไม่ได้การ! เธอต้องคิดหาที่ซ่อนที่ดีกว่านี้!

       แต่จะซ่อนที่ไหนดีเล่า?

       หลี่จินฮวาพยายามนึกถึงทุกซอกทุกมุมของบ้านที่สามารถซ่อนของได้ แต่ก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย

       ในที่สุด เธอก็คิดหาที่ซ่อนที่ดีได้ นั่นคือในห้องสุขา!

       หลี่จินฮวาใช้ผ้าห่อเงินไว้อย่างแน่นหนา แล้วใช้เชือกมัดรัดอีกชั้น จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องสุขา

       ที่เรียกว่าห้องสุขา แท้จริงแล้วเป็นเพียงเพิงเล็กๆ ง่ายๆ ที่มีถังไม้สองใบสำหรับขับถ่าย และที่มุมห้องสุขาก็มีกองสิ่งของที่ไม่ใช้แล้ววางทับถมกันอยู่

       หลี่จินฮวาซ่อนเงินไว้ที่มุมล่างสุด แล้วนำไม้กระดาน อุปกรณ์การเกษตร และสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่ใช้แล้วมาวางทับถมไว้

       เมื่อซ่อนเงินเสร็จสิ้น หลี่จินฮวาก็ถอนหายใจโล่งอก ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจและมีความสุข นับแต่นี้ไป โจวเม่ยคงต้องพลิกบ้านหาจนทั่วก็ไม่มีทางคิดว่าเธอจะซ่อนเงินไว้ที่นี่

       ไม่ได้การละ! เธอต้องไปแจ้งเลขาธิการเจียงเดี๋ยวนี้เลย! แค่เลขาธิการเจียงยังไม่พอ ต้องไปหาผู้นำระดับอำเภอในเมืองด้วย!

       หลี่จินฮวารีบไปหาเลขาธิการเจียงทันที เลขาธิการเจียงกำลังนั่งบันทึกข้อมูลอยู่ที่สำนักงานกองผลิต เมื่อได้ยินสิ่งที่หลี่จินฮวาพูด เลขาธิการเจียงก็ตกใจจนตาค้างไปเลย

       ในตอนแรก เลขาธิการเจียงไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนัก เพราะเรื่องนี้มันเกินจริงไปมาก อีกทั้งหลี่เกินเซิงที่เขารู้จักก็เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่น่าจะเป็นคนใช้อำนาจในทางที่ผิดได้เลย!

       แต่เมื่อเห็นหลี่จินฮวาพูดอย่างจริงจัง ประกอบกับมีคนแจ้งเบาะแสมาแล้ว เรื่องนี้จึงอาจไม่ใช่เรื่องลับลมคมในเสียทีเดียว

       ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นจริงหรือไม่ ก็จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ

       ในตอนนี้ ทางเบื้องบนได้เข้มงวดกับเรื่องเหล่านี้มาก ไม่อนุญาตให้มี ‘หนอนบ่อนไส้’ แม้แต่ตัวเดียว! และยิ่งไม่อนุญาตให้มี ‘ปลวกกัดกินประชาชน’ เกิดขึ้นแม้แต่คนเดียวด้วย!

       หลี่จินฮวายังคงยืนยันอย่างมั่นใจว่า “ที่ฉันพูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริง! ถ้าคุณไม่เชื่อก็รอให้โจวเม่ยคลอดลูกออกมาสิ ถึงตอนนั้นก็จะรู้ว่าที่ฉันพูดเป็นจริงหรือไม่ เด็กคนนั้นต้องเหมือนหลี่เกินเซิงแน่ๆ! บ้านฉันใช้เงินสามสิบหยวนสู่ขอสะใภ้เข้ามา แต่ผลลัพธ์กลับเป็นแบบนี้ เลขาธิการเจียง คุณต้องผดุงความยุติธรรมให้หลี่เอ้อร์โก่วของฉันด้วยนะ!”

       เลขาธิการเจียงรีบปลอบโยนว่า “สหายหลี่จินฮวา คุณวางใจได้เลย ตอนนี้ผมจะรีบรายงานสถานการณ์ให้เบื้องบนทราบ แล้วจะขอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบทันที ถ้าเรื่องราวเป็นจริงอย่างที่คุณว่า เราจะไม่ละเว้นอย่างเด็ดขาด!”

       หลี่จินฮวากลับบ้านไปด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง

       ประมาณสี่โมงเย็น โจวเม่ยก็กลับถึงบ้าน มือถือสิ่งของดีๆ มากมาย

       โจวเม่ยเห็นว่าข้าวของในห้องไม่ได้ถูกแตะต้องก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เธอตั้งใจจะแอบดูว่าเงินยังอยู่ดีหรือไม่ แต่ขณะที่เธอกำลังจะเลื่อนลังไม้ ก็ได้ยินเสียงของหลี่จินฮวาและหลี่เอ้อร์โก่วดังมาจากในลานบ้าน

       ทำให้โจวเม่ยตกใจรีบนั่งนิ่ง ไม่กล้าเลื่อนลังไม้ต่อไป

       เงินห้าร้อยหยวนที่เธอพยายามบังคับข่มขู่มาได้ ถ้าหลี่จินฮวาพบเข้า คงถูกยึดไปจนหมดแน่!

       เพราะหลี่เอ้อร์โก่วยังคงรบกวนเธอในตอนกลางคืน โจวเม่ยจึงไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบเงิน และคิดในใจว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

       ดังนั้นในเช้าวันถัดมา โจวเม่ยก็ยังไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบว่าเงินยังอยู่ดีหรือไม่

       โจวเม่ยตั้งใจจะรอให้หลี่จินฮวาและคนอื่นๆ ออกไปทำงานก่อนแล้วค่อยไปดูเงิน แต่หลี่จินฮวากลับไม่ไปทำงาน นอนอยู่บนเตียงในห้อง ร้องครวญครางว่าช่วงสองสามวันนี้ทำงานหนักเกินไป ร่างกายรับไม่ไหวจนป่วยไข้

       โจวเม่ยแค่นเสียงเย้ยหยันในใจ อะไรกันป่วย เห็นชัดๆ ว่าแกล้งป่วยเพื่ออู้งาน!

       หลี่จินฮวาไม่ไปทำงาน คอยแต่สั่งให้เธอไปรินน้ำบ้าง ทำอย่างอื่นบ้าง ทำให้เธอไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบเงินเลย ทำได้เพียงเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ

       หารู้ไม่ว่าเงินห้าร้อยหยวนนั้นหายไปนานแล้ว ถูกหลี่จินฮวาฮุบไปหมดแล้ว

       พอถึงตอนเที่ยง หลี่เกินเซิงยังคงกำกับการทำงานของคนงานอยู่บนคันนา ทันใดนั้นเปลือกตาของเขาก็เริ่มกระตุกอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถหยุดมันได้ ในใจของหลี่เกินเซิงเริ่มมีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นอย่างคลุมเครือ

       “หลี่เกินเซิง!”

       ขณะที่หลี่เกินเซิงกำลังเหม่อลอยอยู่ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงที่ดังและทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหน้า

       หลี่เกินเซิงเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเลขาธิการเจียงพาเจ้าหน้าที่ห้าคนในชุดเครื่องแบบตำรวจมาด้วย หนึ่งในนั้นคือรองนายอำเภออู๋กัง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง

       เมื่อเห็นอู๋กัง หลี่เกินเซิงก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที ความรู้สึกไม่ดีในใจยิ่งรุนแรงขึ้น

       หลี่เกินเซิงทำได้เพียงกัดฟันก้าวเข้าไปข้างหน้า พยายามยิ้มอย่างฝืนๆ “รองนายอำเภออู๋ ทำไมท่านถึงมาที่นี่ครับ? มาตรวจราชการหรือ?”

       อู๋กังมีสีหน้าเย็นชาและเคร่งขรึม “ผมได้รับรายงานจากประชาชนว่าคุณใช้อำนาจในทางที่ผิด รังแกภรรยาคนอื่น และมีการทุจริต ตอนนี้ทางกรมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก หลังจากที่เราได้ปรึกษาหารือกันอย่างเข้มข้น เราจึงได้มาตรวจสอบสถานการณ์!”

       คำพูดชุดหนึ่งทำให้หลี่เกินเซิงมึนงงไปหมด สีหน้าของเขาซีดเผือด ยืนนิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า

       จบสิ้นแล้ว! จบสิ้นแล้ว!

       ความลับถูกเปิดเผยแล้ว!

       แต่โจวเม่ยไม่เคยสัญญากับเขาว่าจะไม่บอกเรื่องนี้หรือ?

       และเขาก็ได้ให้เงินเธอไปแล้วด้วย!

       หลี่เกินเซิงจำไม่ได้เลยว่าเขาถูกพาตัวไปอย่างไร เขามึนงงไปหมด ถูกพาตัวไปยังสถานีตำรวจ แล้วก็เริ่มการสอบสวนซักถาม

       หลี่เกินเซิงสารภาพทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเงินห้าร้อยหยวนก็บอกไปหมด จากนั้นก็บอกว่าทั้งหมดนี้โจวเม่ยเป็นฝ่ายสมยอม และโจวเม่ยเป็นฝ่ายยั่วยวนเขา เขาจึงอดใจไม่ไหว

       แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การทำผิดกฎหมายก็คือการทำผิดกฎหมาย จากนั้นทางเบื้องบนยังตรวจสอบพบว่าครอบครัวของหลี่เกินเซิงแอบนำไข่ไก่ที่เลี้ยงโดยกองผลิตไปขาย ปีหนึ่งขายได้เป็นร้อยสองร้อยฟอง และยังมีเรื่องอื่นๆ อีก

       สรุปแล้ว หลี่เกินเซิงจบสิ้นแล้ว ไม่ใช่แค่หลี่เกินเซิงเท่านั้นที่จบสิ้น ครอบครัวของเขาก็ต้องจบสิ้นไปด้วย ต้องถูกลงโทษวิพากษ์วิจารณ์อย่างแน่นอน ผู้ที่ทำผิดร้ายแรงจะถูกส่งไปทำงานในไร่เกษตรกรรม

       ครอบครัวของหลี่เกินเซิงตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างหนัก ลูกชายและลูกสะใภ้ของหลี่เกินเซิงต่างก็มึนงงไปหมด ตั้งแต่ตอนที่หลี่เกินเซิงถูกพาตัวไปจากคันนา พวกเขาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น…

       ลูกชายคนโตและลูกชายคนรองของหลี่เกินเซิงรีบตามเข้าไปในเมืองเพื่อสอบถามสถานการณ์


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^