บทที่ 151 ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน
บทที่ 151 ช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน
“พูดได้ถูกต้องแล้วล่ะ! การสร้างชาติจะขาดบุคลากรที่มีความสามารถไม่ได้ และการบ่มเพาะบุคลากรที่ยอดเยี่ยมก็ควรเริ่มต้นตั้งแต่ยังเด็ก!” อู๋จวิ้นกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย ตบโต๊ะอย่างชื่นชมกับข้อเสนอของลูกสาว
อู๋เฟิ่งเสียเห็นบิดาเห็นด้วยกับตนเอง ก็เผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข “คุณพ่อคะ ฉันคิดมานานแล้วว่าโรงเรียนประถมในแต่ละตำบลจำเป็นต้องได้รับการบูรณะปรับปรุง และควรจ้างคุณครูเพิ่มอีกสองคนด้วยค่ะ”
อู๋จวิ้นหัวเราะ “ภายในสองวันนี้พ่อจะหาคนมาปรึกษาหารือเรื่องนี้อย่างละเอียด” เขากล่าวพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละก้าว”
...
อีกด้านหนึ่ง ครอบครัวของหลี่อิ๋นเฟิ่งเมื่อรู้ว่าเรื่องใหญ่โตแล้ว ก็รีบร้อนระดมเงินเพื่อหาคนช่วยเหลือ แต่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ใครเล่าจะกล้าช่วย!
อีกทั้งหลี่เกินเซิงยังก่อความผิดร้ายแรง เป็นกาฝากของประชาชน ไม่ใช่แค่ถูกปรับให้ไปทำงานในไร่เกษตรกรรมง่ายๆ
หลี่เกินเซิงไม่เพียงแต่ยักยอกเงินของกองผลิต แต่ยังคิดไม่ซื่อกับยุวชนหญิง ต้องถูกจองจำนานนับสิบปีเป็นอย่างน้อยถึงจะพ้นโทษ
หลี่อิ๋นเฟิ่งรู้ดีว่าคราวนี้ครอบครัวของเธอถึงคราวสิ้นสุดแล้วจริงๆ
แม้แต่เรื่องที่ครอบครัวของเธอแอบลักลอบขายไข่ และแอบยักยอกฟืนของกองผลิตไป ก็ถูกสอบสวนอย่างละเอียดชัดเจน
ครอบครัวของหลี่เกินเซิงที่เคยมีสถานะดี ก็พลันกลายเป็นผู้กระทำผิด ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกลงโทษ หลี่อิ๋นเฟิ่งถูกปรับให้ไปทำงานในไร่เกษตรกรรม เงินที่ยักยอกมาก็ถูกริบไปทั้งหมด ส่วนลูกชายและลูกสะใภ้ของหลี่เกินเซิงนั้นไม่ได้ถูกส่งไปที่ไร่เกษตรกรรม เพราะหลี่เกินเซิงยอมรับความผิดทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว
หลี่อิ๋นเฟิ่งถูกลงโทษหนักกว่า เพราะเธอทำการค้าขายไข่ของกองผลิต
ส่วนทางด้านโจวเม่ยนั้น ซูเจียวเจียวได้ยินมาว่าเพราะหลี่อิ๋นเฟิ่งได้ทำร้ายเธอ รวมถึงเตะเข้าที่ท้อง ทำให้เธอแท้งบุตร ขณะนี้กำลังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล
หลังจากพักฟื้นจนหายดีแล้ว เธอก็จะต้องถูกปรับให้ไปทำงานหนักในไร่เกษตรกรรม
ซูเจียวเจียวได้ยินมาว่าโจวเม่ยยังไม่ทันออกจากโรงพยาบาล หลี่จินฮวาก็ร้องขอให้กองผลิตจัดการเรื่องหย่าร้างระหว่างหลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ย
ในยุคสมัยนั้น การหย่าร้างแทบจะไม่มีให้เห็น
แต่ทุกคนรู้ดีว่าสถานการณ์ของโจวเม่ยและหลี่เอ้อร์โก่วแตกต่างกัน โจวเม่ยเป็นหญิงสาวคนแรกที่พลาดพลั้งจนตั้งท้องลูกของชู้ก่อนแต่งงาน
ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจความรู้สึกของหลี่จินฮวา ในขณะที่กำลังชมละครสนุกที่เกิดขึ้น
หัวหน้ากองผลิตคนใหม่ หลี่หรงเจ๋อ และเลขาธิการเจียงได้ปรึกษาหารือกัน แล้วจึงอนุมัติให้หลี่เอ้อร์โก่วและโจวเม่ยหย่าร้างกัน จากนั้นกองผลิตก็ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านร่วมกันคัดเลือกหัวหน้ากองผลิตคนใหม่ ซึ่งก็คือหลี่หรงเจ๋อ เขามักจะไม่ค่อยพูด แต่ทำงานได้อย่างรอบคอบและมีไหวพริบ ชื่อเสียงของเขาในหมู่บ้านดีมาโดยตลอด
เย็นวันนั้น หลี่หรงเจ๋อมาที่บ้านของเซียวหยวนหมิง บอกว่าต้องการให้เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มที่ห้า
เซียวหยวนหมิงรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยมีใครคิดที่จะให้เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มเลย แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดเช่นนั้น
ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยแววตาให้กำลังใจพลางหัวเราะ “อาหมิง ถ้าคุณสนใจก็ลองดูสิคะ”
ปีหน้าจะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แม้จะมีเวลาเพียงปีเดียว แต่ก็สามารถให้อาหมิงได้ฝึกฝน เมื่อไปถึงตัวเมืองมณฑลหรือจิงเฉิงแล้ว อาหมิงจะได้มีความมั่นใจมากขึ้น
อันที่จริงอาหมิงเป็นคนฉลาดมาก ไม่อย่างนั้นอาหมิงก็คงไม่สามารถคิดค้นยารักษาแผลเป็นที่ดีเช่นนั้นออกมาได้
หลี่หรงเจ๋อก็กล่าวเช่นกัน “ถูกต้องแล้ว ทุกสิ่งย่อมมีครั้งแรก คุณลองดูก่อนก็ได้ครับ ผมแค่รู้สึกว่าคุณทำงานได้ดี มีความคิดยืดหยุ่น และมีไหวพริบ ผมเชื่อว่าคุณทำได้แน่นอน”
ในที่สุดภายใต้การชักชวนของหลี่หรงเจ๋อและการให้กำลังใจของซูเจียวเจียว เซียวหยวนหมิงก็ตอบตกลง
นับตั้งแต่เซียวหยวนหมิงได้รับตำแหน่งหัวหน้ากลุ่ม เขาก็ยุ่งกว่าแต่ก่อนมาก แต่ภาระงานก็ไม่ได้หนักเท่าเมื่อก่อนแล้ว เขามักจะต้องไปประชุมทุกสองสามวัน เพื่อร่วมกันหารือถึงวิธีการปลูกพืชผลให้ดีขึ้น เพิ่มผลผลิต และวิธีเพิ่มรายได้ของกองผลิต เป็นต้น
จากนั้นก็ได้มีการสร้างโรงเรียนประถมขึ้นในกองผลิตฉางซิง และเตรียมจ้างครูสี่คน โดยมีครูหนึ่งคนสำหรับวิชาภาษาและคณิตศาสตร์ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 และอีกหนึ่งคนสำหรับวิชาภาษาและคณิตศาสตร์ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4
ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 จะต้องไปเรียนที่โรงเรียนประถมขนาดใหญ่ในตำบล
วิธีนี้ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย
ช่วยไม่ได้ที่โรงเรียนไม่สามารถจ้างครูได้มากนัก โดยสามารถจ่ายเงินเดือนครูได้สูงสุดเพียงสี่คนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม นี่ก็ทำให้ชาวบ้านในกองผลิตมีความสุขมาก เพราะกองผลิตอื่นยังไม่มีโรงเรียนประถมเลย ทุกคนต้องไปเรียนที่โรงเรียนประถมตงฟางหงในตำบล
การได้เรียนและเลิกเรียนในหมู่บ้านตัวเองนั้นสะดวกสบายมาก อีกทั้งยังสามารถกลับบ้านมารับประทานอาหารกลางวันได้
เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 มีอายุที่โตขึ้นแล้ว การเดินขึ้นเขาเป็นเวลาสองชั่วโมงต่อวัน ผู้ใหญ่ก็ไม่ค่อยเป็นกังวลมากนัก
เว่ยหงปิงและฮั่วเจี้ยนจงทั้งสองคนได้รับเลือกให้เป็นครู โรงเรียนประถมแห่งนี้สร้างขึ้นโดยนายอำเภออู๋จวิ้น โดยใช้เงินห้าร้อยหยวนที่เรียกคืนมาได้ ไม่มีใครกล้าที่จะยัดเยียดญาติสนิทมิตรสหายของตนเข้าไปในโรงเรียน
ดังนั้นเว่ยหงปิงและฮั่วเจี้ยนจงซึ่งมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายจึงได้รับตำแหน่งทั้งสองนี้โดยธรรมชาติ
อีกคนหนึ่งก็เป็นยุวชนหญิงจากบ้านพักยุวชน ส่วนครูผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ได้ยินว่ามาจากตัวอำเภอ
เมื่อเยว่เผิงไห่รู้ข่าวนี้ เขาก็โมโหมาก ถ้าได้เป็นครู ใครเล่าจะอยากไปทำงานหนัก!
การเป็นครูไม่เพียงแต่สบายและมีหน้ามีตา แต่ยังมีเงินเดือนอีกด้วย ชีวิตสบายกว่าการทำงานหนักมากนัก
แม้ว่าเขาจะเป็นลูกเขยของตระกูลจาง ชีวิตก็ดีขึ้นมาก ก็แค่เรื่องอาหารการกินที่ดีขึ้นมากเท่านั้น สามารถอิ่มได้ทุกมื้อ และบางครั้งก็มีเนื้อกินบ้าง แต่ก็ยังต้องไปทำงานทุกวัน ทำงานให้ได้สิบคะแนนงานเต็ม
ต้องเป็นซูเจียวเจียวที่แจ้งเว่ยหงปิงและฮั่วเจี้ยนจง แต่จงใจไม่แจ้งเขา!
ซูเจียวเจียวไม่รู้เรื่องนี้เลย เธอไม่ได้แจ้งใครทั้งสิ้น การที่กองผลิตสร้างโรงเรียน ใครๆ ก็รู้ว่าต้องมีการรับครู จะต้องให้เธอแจ้งอีกหรือ?
แต่โรงเรียนสร้างเสร็จแล้ว จะเปิดเรียนก็ต้องเป็นปีหน้า เนื่องจากตำราเรียนก็ต้องรอปีหน้าถึงจะมี
เวลาผ่านไปอย่างไม่รีบเร่ง เผลอแป๊บเดียวก็ถึงปลายเดือนพฤศจิกายนตามปฏิทินจันทรคติแล้ว
ช่วงนี้ซูเจียวเจียวก็ยุ่งวุ่นวาย เซียวหยวนหมิงก็ยุ่งจนไม่มีเวลาได้พักเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้มีการแบ่งปันธัญพืชในกองผลิต กลุ่มที่ห้าที่เซียวหยวนหมิงดูแลมีผลผลิตที่ดีที่สุด เมื่อก่อนผลผลิตต่อไร่ประมาณ 155 ชั่ง แต่กลุ่มของเซียวหยวนหมิงสามารถทำผลผลิตต่อไร่ได้ถึง 250 ชั่ง!
ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งร้อยชั่ง!
เซียวหยวนหมิงพาซูเจียวเจียวไปที่ลานตากข้าวเพื่อแบ่งปันธัญพืช ลานตากข้าวทั้งลานเต็มไปด้วยผู้คน คึกคักเป็นอย่างมาก
เนื่องจากกลุ่มของเซียวหยวนหมิงมีผลผลิตมาก ทุกคนจึงสามารถแบ่งปันธัญพืชได้มากขึ้น หลังจากจ่ายธัญพืชส่วนกลางแล้ว ยังมีเหลืออีกเล็กน้อย สามารถมอบให้กองผลิตเพื่อแลกเป็นเงิน นี่เป็นการเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง
สิ่งนี้ทำให้คนในกลุ่มอื่นอิจฉาอย่างมาก
ก่อนหน้านี้มีคนกล่าวว่าวิธีการของเซียวหยวนหมิงไม่ได้ผล ปีนี้ผลผลิตจะต้องต่ำอย่างแน่นอน แต่กลับถูกตบหน้าฉาดใหญ่
“พี่อาหมิง สุดยอดจริงๆ ครับ! ติดตามพี่แล้วรับรองมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองแน่นอน” หลี่ต้าเฉวียนเข็นเกวียนมา พร้อมกับป้าหวังที่เห็นเซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวก็รีบยิ้มทักทาย
หลี่จิ้งเซียนยิ้มพลางเรียก “พี่อาหมิง พี่เจียวเจียว”
ซูเจียวเจียวก็ยิ้มตอบกลับ
หลี่จิ้งเซียนกล่าวด้วยความชื่นชม “พี่อาหมิง พี่เจียวเจียว พวกคุณสองคนเก่งจริงๆ ครับ คนหนึ่งปลูกพืชผลได้มากมายขนาดนี้ อีกคนหนึ่งเป็นช่างตัดเสื้อสอนลูกศิษย์สิบคน ตอนนี้คนในกองผลิตอื่นต่างก็อิจฉากองผลิตฉางซิงของเรากันทั้งนั้นเลยครับ พวกคุณสองคนเป็นคู่สร้างคู่สมที่เหมาะสมกันเหลือเกินจริงๆ ครับ!”
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^