LNCrawler

บทที่ 153 เพาะถั่วงอก [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 153 เพาะถั่วงอก [1]

        นอกจากนี้ ยังมีครีมพอกหน้าที่ช่วยลดเลือนฝ้า ให้ความชุ่มชื้น และปรับผิวให้กระจ่างใส ซึ่งสามารถพอกได้ทั่วทั้งใบหน้า

       ประสิทธิภาพก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน เพียงแต่ไม่สามารถผลิตจำนวนมากได้ ในแต่ละครั้งเซียวหยวนหมิงสามารถทำออกมาได้เพียงเล็กน้อย แต่ราคาก็ไม่ถูกนัก ทำให้ฉีเย่เร่งให้เซียวหยวนหมิงเร่งผลิตอย่างลับๆ เสมอ

       แม้ว่าของเหล่านี้จะไม่ได้ขายในราคาถูก แต่ก็เป็นที่ต้องการอย่างมาก!

       ประการแรกคือมีประสิทธิภาพดีเยี่ยม ประการที่สองคือราคาแพงกว่าครีมหิมะเพียงเล็กน้อย และที่สำคัญ ไม่ต้องใช้บัตรแลกซื้อ!

       แต่ไม่ว่าฉีเย่จะเร่งรัดอย่างไร เซียวหยวนหมิงก็ยังคงผลิตอย่างเชื่องช้า เพราะของเหล่านี้สิ้นเปลืองสมุนไพรและดอกไม้นานาชนิด

       ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ก็ทำให้ซูเจียวเจียวตกใจกับความสามารถในการหาเงินของเซียวหยวนหมิงเช่นกัน ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เซียวหยวนหมิงก็หาเงินได้มากกว่าหกพันหยวนแล้ว ซึ่งรวมถึงเงินที่เขาได้มาจากการค้าขายด้วย

       ทว่าซูเจียวเจียวก็ไม่ได้ว่างเว้น นอกจากเงินเดือน 39 หยวนต่อเดือนแล้ว งานพิเศษแต่ละเดือนยังสามารถสร้างรายได้ให้เธอหกสิบถึงเจ็ดสิบหยวน รวมแล้วก็มากกว่าร้อยหยวนต่อเดือน แต่ก็ยังไม่เร็วเท่าที่เซียวหยวนหมิงทำ

       ซูเจียวเจียวนับทรัพย์สินในบ้าน รวมกับเงินที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ ก็มีมากกว่าแปดพันแล้ว ไม่นานเธอก็จะเป็นเศรษฐีหมื่นหยวนแล้ว

       แน่นอนว่าสามีของเธอเป็นคนหาเงินเก่งกาจ ความสามารถในการหาเงินเช่นนี้ มีใครจะเทียบได้บ้าง?

       เมื่อวันตงจื้อผ่านไป ไม่นานก็จะถึงวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว

       เมื่อถึงสิ้นปี ตำบลก็จะไม่มีงานทำ ทุกคนจึงสามารถพักผ่อนได้ อีกทั้งใกล้สิ้นปี ตลาดในตัวเมืองก็คึกคักทุกวัน มีของขายมากมายเต็มท้องถนน บรรยากาศสนุกสนานเป็นอย่างยิ่ง

       ผู้ใหญ่ต่างเฝ้ารอคอยที่จะหาเงิน เด็กๆ ก็เฝ้ารอวันปีใหม่

       เด็กๆ ที่มีความสุขที่สุดก็คือการได้ตามผู้ใหญ่ไปเดินเล่นในตลาด

       ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิง พร้อมด้วยเซียวหยวนซินก็พานหลิวหยวนหยวนออกไปเดินเล่นด้วยกัน เพื่อดูว่ามีอะไรที่ต้องซื้อบ้าง

       ตอนนี้ครอบครัวไม่ขาดเงินแล้ว ซูเจียวเจียวจึงซื้อของได้อย่างเต็มที่ เธอซื้อแอปเปิลสองถุง อ้อยที่ชาวบ้านปลูกเองมัดใหญ่ ส้ม และอื่นๆ อีกมากมาย

       เมล็ดแตงโม ถั่วลิสง และขนมหวานก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

       จากนั้นก็ซื้อผ้า

       เซียวหยวนหมิงหาบัตรแลกผ้ามาได้จำนวนมาก บวกกับบัตรแลกผ้าที่ได้มา ก็เพียงพอสำหรับทำเสื้อผ้าให้ทุกคนคนละชุด

       หลังจากซื้อของครบแล้ว พวกเขาก็กลับบ้าน

       ซูเจียวเจียวรับหน้าที่ทำเสื้อผ้าให้ทุกคนในครอบครัว ส่วนเซียวหยวนซินก็เย็บพื้นรองเท้า เพื่อทำรองเท้าผ้าให้ทุกคน

       ตอนกลางคืน บ้านก็เปิดไฟฟ้าทำให้สว่างกว่าตะเกียงน้ำมันก๊าดมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะทำร้ายดวงตา

       เสื้อผ้าและรองเท้าไม่สามารถทำเสร็จได้ในคราวเดียว ต้องค่อยๆ ทำไป

       หลิวเฉิงเหว่ยก็ไม่มีงานทำแล้ว หลังจากจัดเก็บของในห้องเรียบร้อย เขาก็มาที่กองผลิตฉางซิงทุกวัน พานหลิวหยวนหยวนเล่น และช่วยทำความสะอาดบ้าน

       เซียวหยวนซินเย็บพื้นรองเท้าอยู่ในห้องพลางมองหลิวเฉิงเหว่ยที่อยู่ในลานบ้าน ดวงตาของเธอฉายแววยิ้มแย้ม

       “พี่เขยตอนนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากจริงๆ” ซูเจียวเจียวเห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ปีที่ผ่านมาใบหน้าของพี่หยวนซินก็มีรอยยิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าหลิวเฉิงเหว่ยยังพอมีหวัง ไม่ได้ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

       คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่อยู่ และผู้คนที่ได้พบเจอ

       สุภาษิตที่ว่า ‘คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล’ ย่อมเป็นจริง หากคนเราอยู่ในแหล่งเสื่อมโทรมมานาน จะดีขึ้นได้อย่างไร?

       เมื่อก่อนเธอเคยคิดที่จะแนะนำให้เซียวหยวนซินหย่าร้างจริงๆ

       แต่ตอนนี้ชีวิตของพวกเขาก็ดีขึ้นมาก ถือว่าเป็นโชคดีของหลิวเฉิงเหว่ย หากเขายังคงเป็นคนขี้ขลาดและไม่สนใจความเป็นความตายของภรรยาและลูกสาวเหมือนเมื่อก่อน เธอจะแนะนำให้เซียวหยวนซินหย่าขาดจากเขาอย่างแน่นอน

       เซียวหยวนซินยิ้ม “นั่นก็ต้องขอบคุณเธอและอาหมิงด้วย ถ้าตอนนั้นเธอไม่ช่วยฉันออกความคิด ฉันคงจะควบคุมเขาไม่ได้”

       เธอกล่าวพลางเผยสีหน้าซาบซึ้ง “เป็นชีวิตของเธอและอาหมิง ที่ทำให้เขารู้สึกถึงวิถีชีวิตที่แตกต่างออกไป ภายใต้อิทธิพลที่ค่อยๆ ซึมซับ เขาจึงค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป”

       ช่วงนี้เซียวหยวนซินว่างก็จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

       บทเรียนและประโยคง่ายๆ เธอย่อมจำได้ แต่หากซับซ้อนเกินไปก็ไม่ได้ ตอนนี้เธอจึงได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ มากมาย

       วันรุ่งขึ้นเป็นวันที่แปดของเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ กลิ่นอายของปีใหม่ก็เริ่มคละคลุ้ง ครัวเรือนต่างๆ ก็เริ่มทำความสะอาดบ้าน

       ซักผ้าปูที่นอน เครื่องเรือน และจัดบ้านให้สะอาดหมดจด

       เซียวหยวนซินและซูเจียวเจียวทำความสะอาดบ้านกันจนทั่ว หลิวเฉิงเหว่ยก็มาช่วยด้วย

       ส่วนเซียวหยวนหมิงก็ออกไปทำธุระแล้ว

       ซูเจียวเจียวย่อมรู้ว่าเขากำลังทำอะไร แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป หากมีคนถาม ก็จะบอกว่าเขาไปตลาดในตัวเมือง

       “พี่หยวนซินคะ เย็นนี้เราทำซาลาเปานึ่งกินกันดีไหมคะ” ซูเจียวเจียวกล่าวพลางยิ้ม

       ไม่ได้กินซาลาเปามานานแล้ว เริ่มรู้สึกอยากกินขึ้นมาบ้างแล้ว

       เซียวหยวนซินยิ้ม “ฉันเองก็คิดอยากจะทำซาลาเปากินพอดีเลย ถ้าอย่างนั้นฉันไปนวดแป้งนะ”

       ซูเจียวเจียวก็ช่วยนวดแป้งด้วย แล้วก็ผสมไส้

       หลังจากนวดแป้งและเตรียมไส้เสร็จ ก็ถึงขั้นตอนการห่อซาลาเปาและนึ่ง หลิวหยวนหยวนล้างมือแล้วก็มาช่วยห่อด้วย เด็กน้อยเรียนรู้ได้อย่างมีแบบแผน แม้จะห่อออกมาไม่สวยงาม แต่ก็มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ แถมยังเลอะแป้งเต็มหน้าอีกด้วย

       นอกจากซาลาเปาไส้ขาวแล้ว ซูเจียวเจียวยังนึ่งซาลาเปาไส้ฟักทองและซาลาเปาไส้น้ำตาลแดงอีกด้วย ทำให้รสชาติมีหลากหลายมากยิ่งขึ้น

       เซียวหยวนซินรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ที่จริงแล้วซาลาเปาก็สามารถทำได้หลากหลายขนาดนี้ หลิวหยวนหยวนถือซาลาเปาไส้ฟักทองหนึ่งลูกและซาลาเปาไส้น้ำตาลแดงหนึ่งลูก กินอย่างเอร็ดอร่อย

       โชคดีที่ซาลาเปาขนาดไม่ใหญ่มาก หลังจากกินไปสองลูก หลิวหยวนหยวนก็อิ่มแล้ว จึงวิ่งออกไปเล่น

       เซียวหยวนซินและซูเจียวเจียวยังคงยุ่งอยู่ในครัว หลิวเฉิงเหว่ยนั่งอยู่หน้าเตาไฟและกำลังก่อไฟ เมื่อเห็นภาพที่อบอุ่นและกลมเกลียวนี้ ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

       ชีวิตเช่นนี้ช่างมีชีวิตชีวา มีรสชาติ ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีการคำนวณ ไม่มีการพูดจาเสียดสี ช่างดีงามจริงๆ

       หากเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอดไปก็คงจะดี

       เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมา หลิวเฉิงเหว่ยเองก็ตกใจ

       ไม่ ไม่ได้ เขาเป็นคนของกองผลิตตระกูลหลิว ไม่ใช่ของกองผลิตฉางซิง ทะเบียนบ้าน ที่ดิน และบ้านของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ จะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

       ตอนนี้พี่หยวนซินอาศัยอยู่ที่นี่เพราะมาเรียนตัดเสื้อ ส่วนเขาก็สามารถมาเยี่ยมภรรยาและลูกสาวได้บ่อยๆ เพื่อปรับปรุงเรื่องอาหารการกิน ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถมาที่นี่ได้บ่อยๆ หรอก!

       เห็นท้องฟ้าเริ่มมืดค่ำแล้ว แต่เซียวหยวนหมิงก็ยังไม่กลับมา ซูเจียวเจียวจึงให้เซียวหยวนซินและหลิวเฉิงเหว่ยพาลูกสาวทานอาหารเย็นไปก่อน

       เซียวหยวนซินกล่าว “พวกเราไม่หิวแล้วละ ตอนนึ่งซาลาเปาเรากินไปตั้งสองลูกแล้ว ท้องอิ่มอยู่เลย ฉันจะรออาหมิงกลับมากินข้าวเย็นพร้อมกัน”

       หลิวเฉิงเหว่ยก็รีบพูด “ใช่ครับ ใช่ครับ พวกเรายังไม่หิวหรอก”

       เมื่อครู่เขากินซาลาเปาไปสามลูก เป็นซาลาเปาไส้หมูหนึ่งลูก ซาลาเปาไส้หัวไชเท้าหนึ่งลูก และซาลาเปาไส้ขาวอีกหนึ่งลูก ตอนนี้ท้องของเขาก็ไม่ค่อยหิวแล้ว

       ของอร่อยมากมายขนาดนี้ หากเป็นที่บ้านของเขา จะมีโอกาสได้กินที่ไหน

       แม้แต่หยวนหยวนก็ยังพูดอย่างเชื่อฟังและน่ารัก “หนูจะรอคุณน้ากลับมากินข้าวด้วยกันค่ะ คุณน้าคงจะเหนื่อยมากๆ แล้ว”

       น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

       ซูเจียวเจียวเห็นพวกเขายืนกรานที่จะรอ ก็ไม่ได้บังคับ ทั้งสี่คนนั่งล้อมวงอยู่ในครัวรอ เซียวหม่าก็ยังมีถ่านไฟอยู่เล็กน้อย สามารถอุ่นข้าวในหม้อและซาลาเปาไว้จะได้ไม่เย็นชืด


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^