บทที่ 154 เพาะถั่วงอก [2]
บทที่ 154 เพาะถั่วงอก [2]
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เซียวหยวนหมิงก็กลับมาในที่สุด เขาสะพายถุงป่านมาหนึ่งใบแล้วนำของเข้าไปในห้องของตัวเอง ไม่ได้วางไว้ในครัว
เพราะหลิวเฉิงเหว่ยยังคงอยู่ในครัว แม้ว่าตอนนี้หลิวเฉิงเหว่ยจะดูน่าเชื่อถือขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่คนที่เขาจะไว้วางใจได้ เรื่องที่เขาค้าขายเก็งกำไรย่อมไม่ให้หลิวเฉิงเหว่ยรู้
ไม่เช่นนั้น หากหลิวเฉิงเหว่ยเห็นของดีมีราคาพวกนั้นเข้าละก็ คงต้องกังขาถึงที่มาที่ไป
ซูเจียวเจียวก็คิดเช่นนั้น
“ข้างนอกคงหนาวมาก รีบล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ”
ซูเจียวเจียวถืออ่างน้ำอุ่นมาให้หนึ่งอ่าง ข้างในมีผ้าขนหนูวางอยู่ ให้เขาได้ล้างหน้าและล้างมือด้วยน้ำอุ่น เพื่อบรรเทาความหนาวเย็น
เซียวหยวนหมิงล้างมือล้างหน้าด้วยน้ำที่เธอถือมา
“ดื่มชาขิงน้ำตาลแดงคลายความหนาวสักหน่อยสิคะ” ซูเจียวเจียวถือชาขิงน้ำตาลแดงมาให้อีกหนึ่งถ้วย เป็นชาที่เธอต้มด้วยเตาเล็กๆ ต้มไว้หนึ่งกา
เมื่อเห็นภรรยาที่น่ารักและเอาใจใส่ขนาดนี้ ใบหน้าของเซียวหยวนหมิงก็เผยรอยยิ้มออกมา “ไม่เป็นไร ผมจัดการเอง”
“คุณลำบากมามากแล้ว ข้างนอกนั่นหนาวกว่าเยอะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้สำหรับฉันมันไม่ได้มากมายเลยค่ะ” ซูเจียวเจียวหัวเราะ
อีกอย่าง ชาขิงน้ำตาลแดงกานี้ เธอกับพี่หยวนซินก็ดื่มได้ ผู้หญิงดื่มชาขิงน้ำตาลแดงก็จะช่วยไล่ความหนาว ปรับสมดุลร่างกายได้เช่นกัน พอประจำเดือนมาก็จะไม่ปวดท้องมาก
หลิวเฉิงเหว่ยมองเซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวที่กำลังคุยกันอย่างลึกซึ้ง อาหมิงดีกับน้องสะใภ้จริงๆ แต่น้องสะใภ้ก็อ่อนโยนและเอาใจใส่อาหมิงจริงๆ นี่แหละคือเหตุผลที่ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นเรื่อยๆ…
ในบ้านหลังนี้ เขาแทบไม่เคยได้ยินทั้งสองคนทะเลาะกันเลย ทุกครั้งที่มาก็เห็นแต่ความหวานชื่น
อืม…
ถ้าเขาอ่อนโยนและเอาใจใส่หยวนซินมากขึ้น หยวนซินจะอ่อนโยนกับเขาบ้างไหมนะ?
ตอนเย็นกินซาลาเปาและหมั่นโถว และมีข้าวต้มกับกับข้าวสองอย่าง ทั้งครอบครัวกินกันจนอิ่มหนำสำราญ
หลังจากกินข้าวเสร็จ ก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดนอน ทั้งสองสามีภรรยาก็นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงด้วยกัน
เมื่อสบสายตา ทั้งสองก็ทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างกัน เมื่อเสียงออดอ้อนจางหาย เซียวหยวนหมิงก็กอดซูเจียวเจียวแน่น แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา
อากาศหนาวเหน็บในเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ ซูเจียวเจียวไม่อยากตื่นเช้า เลยนอนขลุกอยู่ในผ้าห่ม
เซียวหยวนหมิงยกอาหารเช้าเข้ามาให้โดยตรง มีไข่ต้มหนึ่งฟอง ซาลาเปาเนื้อสองลูก ซาลาเปาผักสองลูก และหมั่นโถวสองลูก
ซูเจียวเจียวซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม โผล่มาแต่หัว ผมสีดำขลับแผ่สยายอยู่ด้านล่าง ดวงตากลมโตสีดำสนิทจ้องมองเขา “อ๊ะ! ฉันยังไม่ได้แปรงฟันเลย!”
“ไม่เป็นไร กินแล้วค่อยแปรงก็ได้” เซียวหยวนหมิงหัวเราะร่า
ซูเจียวเจียวรีบลุกขึ้นนั่ง “ไม่ได้หรอก ไม่ได้! แบบนั้นน่าขยะแขยงออก”
“งั้นคุณนอนลงไปก่อน” เซียวหยวนหมิงวางอาหารเช้าลงบนโต๊ะหนังสือแล้วเดินออกจากห้อง พอกลับมา เขาก็ถืออ่างล้างหน้ามาด้วย ข้างในมีน้ำเต็มอ่าง และมีผ้าขนหนูวางอยู่ รวมถึงแปรงสีฟันและแก้วของเธอก็ถูกนำมาวาง แปรงสีฟันยังมีสีฟันบีบเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้วย
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ฉันไม่ได้พิการสักหน่อย”
“ข้างนอกมันหนาว คุณแปรงในห้องนี่แหละ แปรงเสร็จแล้วกินอาหารเช้า กินเสร็จแล้วก็นอนต่อ”
“ทำอย่างนั้นฉันก็กลายเป็นหมูพอดีน่ะสิ...”
“ไม่ใช่หมูหรอกน่า คุณคือภรรยาของผม คือนางฟ้าตัวน้อยของผมต่างหาก”
“คุณนี่ปากหวานแต่เช้าเชียว”
เซียวหยวนหมิงโน้มตัวลงจูบลงบนริมฝีปากของเธอ “แล้วหวานไหมล่ะ?”
“หวานค่ะ” ซูเจียวเจียวแย้มยิ้มบางๆ
หลังจากแปรงฟันล้างหน้า แล้วทั้งสองคนก็นั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน พอกินเสร็จ ซูเจียวเจียวก็กลับไปนอนขลุกอยู่ในผ้าห่มอีกครั้ง
เซียวหยวนหมิงยกมือขึ้นลูบหัวของเธอ “ตอนนี้ที่บ้านก็ไม่มีอะไรต้องทำแล้ว คุณนอนอยู่ในผ้าห่มนั่นแหละ ผมจะออกไปข้างนอกก่อนนะ ตอนเย็นผมจะกลับมา ถ้าผมกลับดึก พวกคุณก็ไม่ต้องรอผมกินข้าวเย็นหรอกนะ”
“อืม ได้ค่ะ” ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เธอลุกขึ้นหยิบผ้าพันคอไหมพรมสีเทาจากหีบปลายเตียง แล้วพันรอบคอของเซียวหยวนหมิง
“ใส่ผ้าพันคอไว้ คอจะได้ไม่โดนลมง่ายๆ”
“ได้เลย” เซียวหยวนหมิงยิ้มกว้าง
ก่อนจากไป เขาก็จูบหน้าผากของซูเจียวเจียวอีกครั้ง แล้วจึงจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ในวันที่เซียวหยวนหมิงไม่อยู่บ้าน ซูเจียวเจียวรู้สึกเบื่อหน่ายยิ่งขึ้นไปอีก ไม่มีอะไรทำ ไม่มีโทรทัศน์ให้ดู ก็เลยนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง พออ่านจนรู้สึกล้าสายตาก็จูงหลิวหยวนหยวนออกไปเดินเล่นรอบๆ สักสองสามรอบ
พอตกบ่าย หิมะก็เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นเกล็ดสีขาวโพลนไปทั่ว
ซูเจียวเจียวรู้สึกกังวลใจ หิมะตกแล้ว ถ้าอาหมิงไม่รีบกลับมา ตอนเย็นก็คงกลับมายากแล้ว
ถ้าหิมะตกหนักขึ้น ก็อาจจะทำให้ทางเข้าภูเขาถูกปิดด้วยหิมะ
โชคดีที่เวลาประมาณสี่โมงเย็น เซียวหยวนหมิงก็กลับมาแล้ว
ทำให้หัวใจที่ซูเจียวเจียวแขวนอยู่รู้สึกคลายความกังวลลง
เซียวหยวนหมิงนำของเข้าไปในห้องตามปกติ ซูเจียวเจียวช่วยปัดหิมะที่เกาะอยู่บนตัวเขาออก “บ้านเราไม่ขาดทั้งอาหารและเงินแล้ว คุณไม่ต้องออกไปลำบากหรอก อยู่บ้านพักผ่อนด้วยกันเถอะค่ะ”
พอฟ้าเริ่มมืด ก็มีเสียงของป้าหวังข้างบ้านดังขึ้นมาจากลานหน้าบ้าน “เซียวหยวนหมิง ยุวชนซู พวกเธออยู่บ้านไหม?”
ซูเจียวเจียวตั้งใจจะออกไปดู แต่เซียวหยวนหมิงรั้งตัวเธอไว้ในผ้าห่ม “ผมออกไปดูเอง”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ซูเจียวเจียวไม่ได้โต้แย้งกับเขาในเรื่องนี้
เซียวหยวนหมิงออกจากห้องไปไม่นานก็กลับมา เขาถือถั่วเหลืองมาหนึ่งชาม บอกว่าป้าหวังให้มา เพราะที่ดินส่วนตัวของป้าหวังปลูกถั่วเหลืองไว้เยอะ เลยส่งมาให้บ้าง
ถั่วเหลืองในชามแต่ละเม็ดอวบอิ่มมีสีทองสวยงาม ดูแล้วเป็นถั่วเหลืองที่ดี
“อาหมิง คุณเพาะถั่วงอกเป็นไหม? พวกเรามาเพาะถั่วงอกกินกันเถอะ!”
ซูเจียวเจียวพลันอยากกินถั่วงอกอ่อนๆ ขึ้นมา
เซียวหยวนหมิงส่ายหน้า ตอบตามตรง “ผมไม่เคยเพาะเลย”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ง่ายจะตายไป เดี๋ยวฉันจะสอนคุณเอง รับรองว่าคุณเรียนรู้ได้ในครั้งเดียวเลย ขั้นตอนก็ง่ายมาก แค่ล้างถั่วแล้วแช่น้ำไว้หนึ่งวัน บ้านเรามีถังไม้สำหรับนึ่งข้าวไม่ใช่เหรอ? เราก็ใช้ถังไม้นั่นแหละเพาะถั่วงอก”
ซูเจียวเจียวอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียด เซียวหยวนหมิงตั้งใจฟังอย่างดี
“ได้เลย”
เซียวหยวนหมิงหาถังไม้สำหรับนึ่งข้าวมา แล้วทำตามที่ซูเจียวเจียวบอก
พอทำเสร็จ ซูเจียวเจียวก็หัวเราะ “เรียบร้อยแล้ว รอสักสามสี่วันก็คงจะพอดีแล้ว”
เซียวหยวนหมิงประหลาดใจ “ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?”
ซูเจียวเจียวยิ้มมุมปาก “ใช่ค่ะ มันง่ายแค่นี้แหละ”
แววตาของเซียวหยวนหมิงอ่อนโยนลง “ได้เลยครับ ต่อไปถ้าคุณอยากกินอีก เราก็จะเพาะอีก”
พูดพลาง เขามองถั่วเหลืองที่เหลืออยู่ แล้วถามว่า “เจียวเจียว พวกเราเอาไปทำเต้าหู้ดีไหม”
เขาเห็นว่าเจียวเจียวดูเหมือนจะชอบกินเต้าหู้มาก
ซูเจียวเจียวกล่าว “ดีเลยค่ะ เต้าหู้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง รสชาติก็ดี ไม่ว่าจะทำแกงเผ็ดหัวปลาเต้าหู้ หรือเต้าหู้ผัดพริกก็อร่อยทั้งนั้น พวกเราทำเยอะๆ เลยก็ได้ค่ะ”
เซียวหยวนหมิงกล่าว “งั้นเอาถั่วเหลืองที่เหลือทั้งหมดไปทำเต้าหู้ก็แล้วกัน”
ซูเจียวเจียวคิดถึงเต้าหู้ทอดกรอบและเต้าหู้พองฟู แม้จะเป็นเต้าหู้เหมือนกัน แต่รสสัมผัสก็แตกต่างกัน
ตอนเย็น เซียวหยวนซินนึ่งซาลาเปาและหมั่นโถวเสร็จเรียบร้อย กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งครัว
ทั้งห้าคนในครอบครัวนั่งล้อมวงกินอาหารเย็นที่โต๊ะแปดเซียน มีกับข้าวหนึ่งอย่างที่เป็นเนื้อ สองอย่างที่เป็นผัก บวกกับซาลาเปาและหมั่นโถวหนึ่งหม้อ นี่ก็ถือว่าเป็นอาหารที่ยอดเยี่ยมแล้ว
จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g