LNCrawler

บทที่ 15 มีคุณอยู่ด้วย ช่างดีเหลือเกิน

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 15 มีคุณอยู่ด้วย ช่างดีเหลือเกิน

        เมื่อเทียบกับใครๆ แล้ว เซียวหยวนหมิงช่างเป็นบุรุษที่ดีเลิศจริงๆ!

       ซูเจียวเจียวยิ่งมองเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ หัวใจเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข

       หลังจากซักผ้าเสร็จ เซียวหยวนหมิงก็พักผ่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปทำงานต่อ

       ส่วนซูเจียวเจียวก็จัดการเก็บกวาดบ้านเรือนต่อ เธอเริ่มต้นด้วยการกวาดขยะในลานบ้านให้สะอาด สิ่งของที่กองสุมอยู่ในมุมห้อง หากไม่มีประโยชน์ก็ทิ้งไป หากมีประโยชน์ก็เก็บไว้ใช้ต่อ

       หลังจากการทำความสะอาดและจัดระเบียบครั้งใหญ่ ลานบ้านก็พลันสะอาดตา เป็นระเบียบเรียบร้อย แม้แต่พื้นที่ก็ดูเหมือนจะกว้างขวางขึ้นมาก

       เมื่อจัดลานบ้านเสร็จ ซูเจียวเจียวก็เข้าไปเก็บกวาดบ้านต่อ เริ่มตั้งแต่ห้องครัว ห้องโถง และห้องนอนทั้งสองห้อง

       ซูเจียวเจียวเก็บข้าวของที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ไว้ในห้องเล็กๆ เพื่อใช้เป็นห้องเก็บของชั่วคราว

       ส่วนห้องที่เธอและเซียวหยวนหมิงอยู่ด้วยกันก็จัดเป็นห้องนอน เสื้อผ้าที่วางระเกะระกะก็ถูกพับเก็บอย่างเป็นระเบียบในตู้เสื้อผ้าเล็กๆ ตรงปลายเตียง ผ้าห่มก็ถูกพับเรียบร้อย จากนั้นเธอก็จัดโต๊ะข้างหน้าต่าง ซึ่งต่อไปจะใช้เป็นโต๊ะเขียนหนังสือ

       แต่โต๊ะตัวนั้นเก่ามาก แม้เธอจะเช็ดทำความสะอาดอย่างดีแล้ว ก็ยังคงเห็นร่องรอยขรุขระอยู่บ้าง

       ซูเจียวเจียวหยิบเสื้อผ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาตัดเป็นผ้าปูโต๊ะ ขนาดเท่ากับโต๊ะพอดี แล้วนำหนังสือของเธอจำนวนหนึ่งมาวางเรียงกันบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ

       ซูเจียวเจียวเหลือบไปเห็นแจกันดอกไม้เล็กๆ เก่าๆ ใบหนึ่งตรงมุมกำแพง แม้จะเต็มไปด้วยฝุ่นและรูปทรงก็ล้าสมัย แต่โดยรวมแล้วก็ยังดูดี

       เธอจึงหยิบแจกันขึ้นมาล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน แล้วออกไปเก็บดอกไม้ป่ากลับมาปักไว้ในแจกัน

       เมื่อมองดูโต๊ะเขียนหนังสือข้างหน้าต่าง รอยยิ้มพึงพอใจก็ผุดขึ้นบนใบหน้าเธออย่างอดไม่ได้

       เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ ซูเจียวเจียวก็รู้สึกเมื่อยจนแทบจะยืนไม่ตรง เธอเพิ่งสังเกตว่าดวงอาทิตย์คล้อยไปมากแล้ว คงจะเป็นเวลาเที่ยง เธอจึงรีบไปเตรียมอาหารกลางวัน

       เมื่อเซียวหยวนหมิงกลับถึงบ้าน เขาก็พบว่าบ้านของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลานบ้านถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน ผิดกับตอนที่เขาอยู่คนเดียวราวฟ้ากับเหว

       กลิ่นหอมของอาหารลอยมาจากห้องครัว เซียวหยวนหมิงจึงรีบเดินเข้าไปในครัว เห็นซูเจียวเจียวกำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ

       เตาไฟ โต๊ะในครัว และชั้นวางไม้ในครัวล้วนถูกเช็ดล้างจนสะอาด แม้แต่ฟืนที่วางอยู่ข้างเตาไฟก็ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ

       ซูเจียวเจียวได้ยินเสียง ก็รู้ว่าเป็นเขากลับมาจึงหันมายิ้มให้ แล้วชวนให้เขาไปล้างมือแล้วมานั่งกินข้าว

       เซียวหยวนหมิงเดินไปล้างมืออย่างงุนงง รู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆแห่งความสุข

       มีผู้หญิงอยู่ในบ้านแล้ว ชีวิตเปลี่ยนไปเลยจริงๆ!

       หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ เซียวหยวนหมิงก็รับหน้าที่ล้างจานชามตามปกติ ซูเจียวเจียวไม่เคยแย่งงานนี้กับเขาเลย เพราะคราบน้ำมันนั้นทำลายผิวจริงๆ!

       ซูเจียวเจียวเห็นว่ายังอีกนานกว่าจะถึงเวลาทำงานช่วงบ่าย จึงให้เซียวหยวนหมิงเข้าไปนอนพักผ่อนในห้อง

       เมื่อเซียวหยวนหมิงเข้าไปในห้อง เขาก็พบว่าห้องก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเช่นกัน เสื้อผ้าถูกพับเก็บอย่างเป็นระเบียบในตู้เสื้อผ้า บนโต๊ะข้างหน้าต่างมีหนังสือเล่มหนาหลายเล่มวางซ้อนกันอยู่ และบนโต๊ะยังมีแจกันดอกไม้เล็กๆ ที่กำลังเบ่งบานอย่างสดใส แสงแดดส่องกระทบลงมา ชวนให้อบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง

       หัวใจของเซียวหยวนหมิงพลันอ่อนโยนลงอย่างมากมาย ก่อนที่จะแต่งงานกับเจียวเจียว เขาเคยคิดถึงความเป็นไปได้หลายอย่าง แต่ไม่เคยคิดถึงความเป็นไปได้แบบนี้มาก่อนเลย!

       เจียวเจียวจัดบ้านของพวกเขาให้สะอาดเรียบร้อยและอบอุ่นถึงเพียงนี้!

       ราวกับว่าจู่ๆ ก็มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามา ส่องลึกเข้าไปในจิตใจของเขา

       ซูเจียวเจียวเดินเข้ามาในห้อง ก็เห็นเขายืนนิ่งอยู่ จึงกล่าวว่า “ฉันเห็นว่าห้องมันรกมาก เลยจัดการเก็บกวาดนิดหน่อย ของที่ไม่จำเป็น ฉันเอาไปไว้ในห้องเล็กๆ ข้างๆ นะคะ คุณคงไม่โกรธที่ฉันย้ายของของคุณใช่ไหม?”

       “จะเป็นไปได้ยังไง!”

       เซียวหยวนหมิงรีบส่ายหน้า เขามองซูเจียวเจียวด้วยสายตาที่ลุกโชน แล้วรวบตัวเธอเข้ามากอด “เจียวเจียว มีคุณอยู่ด้วย ช่างดีเหลือเกิน!”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ พลางตบมือเขาเบาๆ “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน คุณรีบนอนพักผ่อนเถอะค่ะ”

       หลังจากเซียวหยวนหมิงหลับไปแล้ว ซูเจียวเจียวก็ค่อยๆ ปิดประตูรั้วบ้านอย่างเงียบเชียบ แล้วสะพายกระเป๋าใบเล็กสีเขียวทหารขึ้นรถประจำทางเพื่อเข้าเมือง

       ในรถประจำทางเหลือที่นั่งว่างอยู่สองที่ ซูเจียวเจียวเพิ่งจะนั่งลง ก็เห็นร่างที่คุ้นเคยนอกหน้าต่าง

       ร่างนั้นคือโจวเม่ยที่เพิ่งจะทะเลาะกับเธอไปเมื่อวาน โจวเม่ยไม่เห็นซูเจียวเจียว เธอยังคงเดินตามผู้ชายข้างหน้าและพูดอะไรบางอย่าง แต่ผู้ชายคนนั้นกลับดึงตัวออกห่างอย่างไม่พอใจ แล้วก้าวขึ้นรถประจำทางไปอย่างรวดเร็ว

       โจวเม่ยโกรธจนกระทืบเท้า สายตาของเธอมองตามชายคนนั้นไปที่ที่นั่ง และเห็นซูเจียวเจียวนั่งอยู่ข้างๆ เขา ทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป ความอับอายและความโกรธเคืองพลันปรากฏบนใบหน้าของเธอ

       ฮั่วเจี้ยนจงหลีกเลี่ยงเธอมากขนาดนี้ แต่กลับมานั่งร่วมทางกับซูเจียวเจียว หรือว่าพวกเขานัดกันไว้แล้ว?

       ไม่แปลกใจเลยที่ฮั่วเจี้ยนจงจะไม่สนใจเธอ!

       ทั้งหมดเป็นเพราะซูเจียวเจียว นางจิ้งจอกหน้าไม่อายคนนี้นี่เอง!

       ตอนนี้หล่อนก็แต่งงานกับเซียวหยวนหมิงแล้ว ยังไม่รู้จักสงบเสงี่ยม กลับมาอ่อยฮั่วเจี้ยนจงอีก!

       ซูเจียวเจียวมองฮั่วเจี้ยนจงที่นั่งลงบนที่นั่งว่างข้างๆ เธอ

       ตอนนี้เองฮั่วเจี้ยนจงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเป็นซูเจียวเจียว เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันสายตากลับไป สายตาของเขาแฝงไปด้วยความดูถูกวูบหนึ่ง

       เขาได้ยินมาว่า ซูเจียวเจียวแต่งงานแล้วเมื่อคืนก่อน เธอแต่งงานกับชาวไร่ในหมู่บ้าน หึ เป็นอย่างที่คิดจริงๆ แต่งงานแล้ว สองวันนี้ก็เลยไม่ไปทำงานนี่เอง

       เพราะความขี้เกียจ ถึงกับไม่ลังเลที่จะแต่งงานออกไปแบบนี้ ช่างน่ารังเกียจที่สุด

       ซูเจียวเจียวอ่านความดูถูกในสายตาเขาออก และรู้ตัวว่าไม่ควรชวนเขาคุย

       ฮั่วเจี้ยนจงเป็นหนึ่งในกลุ่มยุวชนที่ถูกส่งมาพร้อมกับพวกเธอ ว่ากันว่าภูมิหลังของเขามิใช่ธรรมดา เป็นชาวจิงเฉิง สืบเชื้อสายชนชั้นนำมาหลายรุ่น ทั้งมารดายังมาจากตระกูลผู้มีการศึกษา อีกทั้งยังเรียนเก่ง รูปร่างสูงสง่า คล่องแคล่วว่องไว แม้เขาจะทำงานไม่ได้แต้มคะแนนงานมากเท่าเซียวหยวนหมิงที่ได้วันละสิบกว่าแต้ม แต่เขาก็ยังได้วันละแปดแต้ม ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยหรือลำบาก และไม่เคยเกียจคร้านหรือหลีกเลี่ยงงานเลย

       และครอบครัวของฮั่วเจี้ยนจงจะส่งอาหาร เสื้อผ้า เงิน และบัตรแลกของต่างๆ มาให้เขาทุกเดือน ดังนั้นเขาจึงไม่เคยขาดแคลนสิ่งของ และเป็นคนที่มีความเป็นอยู่ดีที่สุดในบ้านพักยุวชน

       ในขณะที่คนอื่นๆ ต้องอดทนกินขนมปังแข็งๆ ทุกวัน แทบจะไม่ได้เห็นเนื้อสัตว์เลยเป็นเวลาหนึ่งหรือสองเดือนด้วยซ้ำ แต่ฮั่วเจี้ยนจงกลับมักจะได้กินเนื้อสัตว์บ่อยๆ

       ในชาติที่แล้ว เธอเคยพยายามให้ท่าฮั่วเจี้ยนจง หวังฉกฉวยผลประโยชน์จากเขา หวังจะหลอกให้เขาช่วยทำงาน แต่ฮั่วเจี้ยนจงไม่เคยหลงกล ดูเหมือนเขาจะมองทะลุความคิดของเธอได้ ดังนั้นในเวลาต่อมาเธอจึงแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับฮั่วเจี้ยนจงอีก

       ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้เขามองเธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

       ซูเจียวเจียวเกาจมูกเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอึดอัด ชาติที่แล้วเธอนี่มันบ้าจริงๆ!

       ทันใดนั้น ซูเจียวเจียวก็เห็นโจวเม่ยนอกหน้าต่างรถยังไม่ไปไหน สายตาจ้องเขม็งมาที่เธอราวกับว่าตนแย่งอะไรของไป สีหน้าแสดงความโกรธแค้นอย่างสุดซึ้ง

       เห็นดังนั้น ซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยิ้มอย่างมีเลศนัยมองโจวเม่ย

       โจวเม่ยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ รู้สึกอับอายที่ความคิดของตนเองถูกมองจนทะลุ เธอเม้มปาก จ้องซูเจียวเจียวอย่างอาฆาต แล้ววิ่งหนีไป

       หลังจากรถโดยสารโยกเยกไปหนึ่งชั่วโมง ก็มาถึงตัวอำเภอในที่สุด

       เมื่อฮั่วเจี้ยนจงลงจากรถ เขาก็พบว่าซูเจียวเจียวเดินตามเขามา คิ้วของเขาอดไม่ได้ที่จะขมวดเล็กน้อย ดวงตาฉายแววไม่พอใจอย่างรวดเร็ว


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^