บทที่ 159 วาดวิมานในอากาศ [1]
บทที่ 159 วาดวิมานในอากาศ [1]
คุณย่าหลิวรำพึงถึงที่ดินแปลงหัวหมู่บ้านซึ่งไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์นัก แต่เป็นเพียงพื้นที่ที่สะดวกในการปลูกผักในหมู่บ้านเท่านั้น เธอครุ่นคิดแล้วหันไปกล่าวกับพี่สะใภ้ใหญ่หลิวว่า “สะใภ้สี่พูดได้ถูกต้องแล้ว บ้านแกได้บ่อปลา ส่วนบ้านสะใภ้สี่ได้ที่ดิน แบบนี้สิถึงจะยุติธรรม”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวอยากจะกล่าวสิ่งใดออกมาอีก “คุณแม่คะ…”
คุณย่าหลิวแสดงความไม่พอใจ “หากแกไม่เห็นด้วย ก็มอบบ่อปลาให้บ้านสะใภ้สี่ไป แล้วแกก็เอาที่ดินไป”
เซียวหยวนซินรีบกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ! ฉันกำลังคิดอยู่พอดีว่าหากปีหน้าสามารถเลี้ยงปลาได้บ้าง ถึงตอนนั้นบ้านเราก็จะไม่ขาดแคลนปลาอีก แถมยังขายเป็นเงินได้อีกด้วย”
การขายของของตัวเองนั้นไม่มีปัญหาอะไร
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวได้ยินเช่นนั้นก็รีบส่ายหน้า “ไม่ได้นะ พวกเรายังเลี้ยงปลาอยู่ในบ่อปลา พวกเธออยากได้ที่ดินตรงหัวหมู่บ้าน ก็เอาไปได้เลย”
เซียวหยวนซินดวงตาเป็นประกาย “พี่สะใภ้ใหญ่คะ ปีนี้บ้านพี่ได้ปลาเยอะเลยใช่ไหมคะ? เมื่อก่อนฉันยังได้ยินคนจากกองผลิตฉางซิงบอกว่า เห็นพี่กับพี่ใหญ่ไปขายปลาที่ตลาดนัด คนต่อคิวซื้อกันยาวเป็นหางว่าวเลยนะคะ”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวรีบกล่าว “นั่นไม่ใช่เรื่องจริงเลยนะ คนพวกนั้นพูดเพ้อเจ้อไปเรื่อย ทั้งหมดจับปลาได้แค่สามสี่ตัวเท่านั้น ขายได้เงินนิดหน่อย ยังไม่พอใช้จ่ายช่วงตรุษจีนเสียด้วยซ้ำ ปีนี้พวกเรายังติดค้างข้าวสารจากกองผลิต ปีหน้าก็ยังต้องหาทางชดใช้ให้อีก น้องสะใภ้สี่ พี่คงจะอยู่คุยด้วยไม่ได้แล้ว พี่ต้องไปทำธุระแล้วล่ะ”
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวกลัวว่าคุณย่าหลิวจะขอเงินจากตัวเอง จึงรีบหาข้ออ้างหลบหนีไป
เมื่อเห็นร่างพี่สะใภ้ใหญ่จากไปอย่างรวดเร็ว เซียวหยวนซินก็แย้มยิ้มที่มุมปาก ข้างกายนั้น คุณย่าหลิวยังคงลูบคลำเสื้อคลุมบุสำลีตัวใหม่ด้วยความรักใคร่ เธอไม่ได้มีเสื้อผ้าใหม่ใส่ในช่วงตรุษจีนมาเกือบสิบปีแล้ว
เสื้อคลุมบุสำลีตัวใหม่นี้ช่างสวยงามจริงๆ!
เซียวหยวนซินกล่าว “คุณแม่คะ เรื่องที่ดินส่วนตัวก็ตกลงตามนี้นะคะ พรุ่งนี้พวกเราไปที่หัวหน้ากองผลิตแล้วเขียนเอกสารกันเลยนะคะ”
คุณย่าหลิวตกใจเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าต้องเขียนเอกสารด้วย
“แน่นอนว่าต้องเขียนสิคะ ไม่อย่างนั้นต่อไปก็คุยกันไม่รู้เรื่อง” เซียวหยวนซินปลอบโยน “แค่เขียนเอกสารเท่านั้น ไม่ยุ่งยากหรอกค่ะ ปีหน้าฉันจะทำเสื้อผ้าให้คุณแม่เพิ่มอีกนะคะ”
หลายสิ่งหลายอย่าง เธอก็เข้าใจมากขึ้นแล้ว
พี่สะใภ้ใหญ่ไม่มีความสามารถอะไร อาศัยแค่ปากหวานเอาใจแม่สามีจนเปรมปรีดิ์ ทำให้มอบของดีๆ ให้ทุกอย่าง เหตุใดเธอจะทำเช่นนั้นไม่ได้เล่า?
อย่างไรเสีย แค่พูดจาไพเราะ วาดฝันให้สวยหรู ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว!
กลัวอะไรกันเล่า!
หากจะวาดฝัน ก็วาดด้วยกันนี่แหละ!
เดิมทีคุณย่าหลิวไม่อยากไป แต่พอได้ยินเซียวหยวนซินบอกว่าจะตัดเสื้อผ้าให้ในปีหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าก็กว้างขึ้นอีก “ได้สิ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เขียนเอกสารก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันทีหลัง”
หลังจากนั้นเซียวหยวนซินก็มอบไข่เค็มสี่ฟอง ปลาตากแห้งหนึ่งตัว เนื้อรมควันชิ้นเล็กหนึ่งชิ้น และงาอบน้ำตาลหนึ่งกำมือให้คุณย่าหลิว แล้วจึงนำของที่เหลือกลับเข้าห้องของตัวเอง
คุณย่าหลิวได้ของเพิ่มอีกก็มีความสุขมาก ตลอดช่วงตรุษจีนแทบไม่ได้ให้เซียวหยวนซินทำอะไรเลย
เมื่อเซียวหยวนซินก้าวเท้าเข้าห้อง ก็ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก หลิวเฉิงเหว่ยปล่อยให้หลิวหยวนหยวนเล่นซุกซนตามลำพังในลานบ้าน ก่อนจะก้าวตามเข้ามาในห้อง พร้อมกับยกนิ้วให้เธอ เขากล่าวอย่างชื่นชมว่า “หยวนซิน คุณนี่ช่างพูดช่างเจรจา และมีเหตุผลเหมือนน้องสะใภ้เลย”
เซียวหยวนซินนั่งลงบนเก้าอี้ “ฉันพูดตั้งนาน จนคอแห้งไปหมดแล้ว”
เธอกำลังจะลุกไปรินน้ำ แต่หลิวเฉิงเหว่ยก็ยื่นแก้วน้ำมาตรงหน้าเธอแล้ว
“มาดื่มน้ำก่อนสิ”
เซียวหยวนซินยิ้มมองเขาแวบหนึ่ง “ดูเหมือนช่วงนี้คุณจะรู้ความมากขึ้นแล้วสินะ”
ไม่นานนัก เสียงเด็กร้องไห้และเสียงทะเลาะกันก็ดังมาจากนอกลานบ้าน
เซียวหยวนซินรีบออกไปดู เห็นหลิวหยวนหยวนกับหลิวจวีฟางกำลังทะเลาะกัน คุณย่าหลิวแยกเด็กทั้งสองออกจากกันแล้ว “พวกแกทะเลาะอะไรกัน วันๆ ไม่รู้จักทำอะไรเลยหรือไง?”
หลิวจวีฟางร้องไห้ชูมือขึ้น ชี้ไปที่รอยฟันสองแถว “คุณย่าคะ เธอเป็นคนกัดฉันก่อน!”
หลิวหยวนหยวนไม่ได้ร้องไห้ แต่ผมเผ้ารุงรัง จ้องมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวได้ยินเสียงก็ออกมาดู เห็นรอยฟันบนมือของหลิวจวีฟางลึกมาก และมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แสดงว่าหลิวหยวนหยวนกัดแรงมากจริงๆ
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวโกรธจัดทันที “นางเด็กสารเลวนี่ มันเขี้ยวนักใช่ไหม! ถึงกับกล้ากัดคนแบบนี้! คอยดูฉันจะสั่งสอนแกให้หนัก!”
พูดพลางก็ยกมือขึ้น ตวัดใส่หน้าของหลิวหยวนหยวน
คุณย่าหลิวก็ไม่ค่อยพอใจนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหลิวจวีฟางอยู่ข้างกายตลอด อีกทั้งหลิวจวีฟางยังเรียนรู้จากปากของพี่สะใภ้ใหญ่ รู้จักเอาใจคนและวาดฝันให้สวยหรู ในบรรดาหลานสาวทั้งหมด ย่อมเป็นหลิวจวีฟางที่เธอโปรดปรานมากกว่า
เมื่อเห็นภาพพี่สะใภ้ใหญ่เงื้อมือขึ้น คุณย่าหลิวก็ไม่ได้เข้าไปห้าม เพียงเอ่ยขึ้นว่า "กัดรุนแรงปานนี้ ไม่ต่างอะไรจากสุนัขเลย"
ในขณะที่มือของพี่สะใภ้ใหญ่กำลังจะตบลงบนหน้าของหลิวหยวนหยวน ก็ถูกเซียวหยวนซินคว้าข้อมือไว้ทันที “มีปัญหาอะไร ฉันในฐานะแม่ของหยวนหยวนย่อมจัดการเอง ไม่ใช่กงการอะไรที่พี่สะใภ้จะมาอบรมสั่งสอน!”
พี่สะใภ้ใหญ่หน้าเสีย แต่ก็ยังโกรธกล่าวว่า “เธอดูมือของจวีฟางสิ ถูกกัดจนเละไปหมดแล้ว! ถ้าเกิดกัดจนบาดเจ็บหรือพิการไป ใครจะรับผิดชอบ!”
พูดพลาง ดวงตาของพี่สะใภ้ใหญ่ก็เป็นประกาย แล้วพูดต่อ “เธอต้องรับผิดชอบพาจวีฟางไปหาหมอด้วยนะ และซื้อของบำรุงให้เธอด้วย”
หลิวจวีฟางได้ยินคำพูดของแม่ก็เข้าใจทันที จึงร้องไห้เสียงดังยิ่งขึ้น “แม่คะ หนูเจ็บมือจังเลย มือข้างนี้คงใช้การไม่ได้อีกแล้ว… ฮือๆๆๆ …”
เซียวหยวนซินไม่ได้สนใจสองแม่ลูกตรงหน้าเลยสักนิด เธอย่อตัวลงตรงหน้าหลิวหยวนหยวน ถามอย่างอ่อนโยน “หยวนหยวนบอกแม่ซิ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงทะเลาะกันได้ล่ะ?”
หลิวหยวนหยวนเห็นว่าตัวเองมีคนคอยหนุนหลังแล้ว ดวงตาพลันแดงก่ำ กลั้นสะอื้นพูดเสียงดังว่า “เธอแย่งลูกอมหนูค่ะ! เธออยากได้ลูกอม หนูให้ไปสองเม็ดแล้ว เธอยังไม่พอใจ ก็เลยมาแย่งของหนู! หนูไม่ยอมให้แย่ง เธอก็ผลักหนู แถมยังว่าหนูขี้เหนียว ด่าว่าหนูเป็นตัวซวย ด้วยความโกรธหนูก็เลยผลักเธอกลับไป แต่แล้วเธอก็ตบหน้าหนู หนูเลยกัดเธอไปทีหนึ่งค่ะ!”
หลิวหยวนหยวนซึ่งจะอายุห้าขวบหลังตรุษจีนนี้ สามารถพูดได้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่หลอกง่ายและโดนรังแกง่ายเหมือนเมื่อก่อน
เซียวหยวนซินได้ยินเช่นนั้นก็รีบเปิดผมของหลิวหยวนหยวนดู ก็เห็นแก้มของหลิวหยวนหยวนแดงก่ำและบวมเล็กน้อย พอมองดูดีๆ ก็เห็นรอยนิ้วมืออยู่บนนั้น
เซียวหยวนซินโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม เธอลุกขึ้นยืนมองหลิวสะใภ้ใหญ่และหลิวจวีฟางอย่างเดือดดาล “พี่สะใภ้ใหญ่คะ นี่คือเด็กดีที่บ้านพี่สั่งสอนมาใช่ไหมคะ? คนอื่นไม่ให้อะไรก็แย่ง แย่งไม่ได้ก็ตี บ้านพี่เป็นอันธพาลหรือไงคะ?”
หลิวจวีฟางเห็นเซียวหยวนซินในสภาพที่ดุร้ายเช่นนั้น ก็เบะปากทันที ไม่กล้าพูดอะไร
พี่สะใภ้ใหญ่บ่นอย่างไม่พอใจ “ก็แค่ลูกอมสองสามเม็ดเอง ไม่เห็นจะต้องขี้เหนียวขนาดนั้น”
“ให้ลูกอมบ้านคุณไปแล้วสองเม็ด พวกคุณยังอยากได้อะไรอีก? ถึงจะไม่ให้ไป มันก็คือลูกอมของพวกฉันอยู่ดี! ลูกอมบ้านคุณทำไมไม่เอาออกมาให้กินบ้างล่ะ!” เซียวหยวนซินโกรธจนอยากจะตีคนให้ตาย
โชคดีที่หยวนหยวนก็ไม่ยอมแพ้ กัดกลับไปอย่างรุนแรง
ไม่อย่างนั้นละก็ ผู้ใหญ่อย่างเธอก็ไม่เหมาะที่จะตีเด็ก คงเป็นการกระทำที่ไม่คุ้มค่า และทำให้นางรู้สึกปวดใจอีก
นี่คือสาเหตุที่เธอไม่อยากกลับมาบ้านหลังนี้
จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g