LNCrawler

บทที่ 160 วาดวิมานในอากาศ [2]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 160 วาดวิมานในอากาศ [2]

        ในบ้านหลังนี้ นอกจากคุณย่าหลิวกับพี่สะใภ้ใหญ่หลิวแล้ว หลิวเกาและหลิวจวีฟางก็เป็นเด็กที่เสียคนเหมือนกัน หลิวจวีเซียงยังพอใช้ได้ ส่วนลูกของบ้านรองและบ้านสาม แม้จะเกเรอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เท่ากับลูกของบ้านพี่สะใภ้ใหญ่หลิวเลย!

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวเอ่ยว่า “แล้วลูกของเธอมากัดมือจวีฟางของฉันจนเหวอะหวะขนาดนี้ เธอจะว่ายังไงดีล่ะ!”

       เซียวหยวนซินเท้าเอวพลางเอ่ยอย่างไม่เกรงใจว่า “ลูกบ้านพี่หาเรื่องใส่ตัวเองแท้ๆ ยังจะถามฉันอีกหรือว่าเอายังไง? บ้านฉันกลับมาไม่กี่ครั้งต่อปี แต่ทุกครั้งที่กลับมา บ้านพี่ก็ต้องมาแย่งของกินหรือของเล่นทุกที ทำไมถึงได้อยากได้อยากมีของคนอื่นขนาดนี้? ทุกครั้งก็ต้องทำให้บ้านวุ่นวายปั่นป่วนถึงจะพอใจ!”

       เซียวหยวนซินจูงมือหลิวหยวนหยวน แล้วเอ่ยว่า “ต่อไปถ้าใครกล้ารังแกลูกอีกละก็ จงสู้กลับไป กัดกลับไปให้เต็มที่เลยนะลูก”

       หลิวหยวนหยวนพยักหน้าพลางเอ่ยเสียงดุคล้ายลูกสัตว์ว่า “หนูเข้าใจแล้วค่ะแม่ หนูจะไม่ยอมให้ใครมารังแกหนูเด็ดขาด และหนูก็จะไม่ไปรังแกใครด้วย แต่ถ้าใครกล้าทำร้ายหนูละก็ หนูจะไม่ยอมเด็ดขาด!”

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวแทบจะโมโหจนแทบกระอักเลือดตาย

       เซียวหยวนซินพาหลิวหยวนหยวนกลับเข้าห้องไปโดยไม่รอช้า

       หลิวเฉิงเหว่ยเห็นภรรยาหน้าบึ้งตึง ส่วนใบหน้าของลูกสาวก็ยังมีรอยบวมเล็กน้อย ก็พลันรู้สึกไม่สบายใจนัก เดิมทีเขาพาภรรยาและลูกสาวกลับมาอย่างมีความสุข แต่ความรู้สึกดีๆ ก็หายไปในพริบตา

       เซียวหยวนซินจ้องหลิวเฉิงเหว่ยเขม็ง

       หลิวเฉิงเหว่ยรู้สึกน้อยใจ “คุณจ้องผมทำไม ไม่ใช่ผมที่ไปแย่งลูกอมสักหน่อย”

       เซียวหยวนซินเอ่ยอย่างฉุนเฉียวว่า “ก็คุณนั่นแหละที่คะยั้นคะยอให้กลับมา กลับมาถึงบ้านหยวนหยวนก็โดนตี คุณพูดมาซิ ฉันควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้?”

       หลิวเฉิงเหว่ยลูบศีรษะตัวเองอย่างกลุ้มใจ “ผม... ผมก็ตีเด็กไม่ได้นี่นา หยวนหยวนก็กัดตอบไปแล้ว ถือว่าหายกัน”

       เซียวหยวนซินได้ยินอย่างนั้นก็โกรธจัด ยื่นมือไปหยิกเอวของหลิวเฉิงเหว่ยอย่างแรง “นี่ยังจะเข้าข้างพวกนั้นอีกเหรอ? ตกลงใครกันแน่ที่เป็นภรรยาเป็นลูกของคุณ?”

       หลิวเฉิงเหว่ยเจ็บจนหน้าเหยเก แต่ก็ไม่ตอบโต้ “ผมไม่ได้เข้าข้างพวกเธอ ผมแค่พูดความจริง”

       “อย่าพูดแบบนี้อีก!” เซียวหยวนซินจ้องเขาเขม็ง เห็นเขาไม่ตอบโต้ก็หยิกเขาอีกครั้ง

       เธอเอาแต่ใจอยู่บ้างเป็นครั้งคราว เขาก็ยังคงอดทน

       บางทีการดุเขาบ้างก็คงจะไม่เสียหายอะไร

       อันที่จริงแล้ว เซียวหยวนซินไม่ได้คาดหวังให้เขาไปตีหลิวจวีฟางจริงๆ เพราะปีนี้หลิวจวีฟางก็อายุเพียงเก้าขวบเท่านั้น หากผู้ใหญ่ไปตีเด็กจริงๆ ก็คงเป็นเรื่องที่พูดไม่ออกจริงๆ

       ต่อให้มีเหตุผลแค่ไหนก็คงกลายเป็นไม่มีเหตุผล

       แต่เซียวหยวนซินก็ไม่อาจอดกลั้นความโกรธในใจได้ จึงระบายอารมณ์ใส่หลิวเฉิงเหว่ย “คุณดูสิ หน้าของหยวนหยวนถูกตีจนบวมขนาดนี้ ก่อนจะมาที่นี่ใบหน้าของแกก็ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยความสุข แต่กลับมาแล้วยังไง? กลับมาถึงก็โดนตีอีกแล้ว!”

       “เข้าใจแล้วๆ อย่าโกรธไปเลย คุณจะอยู่ที่นี่แค่ไม่กี่วัน พอผ่านพ้นปีใหม่แล้ว คุณก็พาหยวนหยวนกลับไปที่บ้านของอาหมิงก็แล้วกัน” หลิวเฉิงเหว่ยปลอบพลางอุ้มหลิวหยวนหยวนไว้ในอ้อมแขน “มาให้พ่อดูหน้าหน่อย ยังเจ็บอยู่ไหม”

       หลิวหยวนหยวนน้ำตาคลอเบ้า “เจ็บค่ะ!”

       “เดี๋ยวพ่อเป่าให้นะ”

       หลิวเฉิงเหว่ยเองก็หงุดหงิดใจมาก ทั้งหมดเป็นความผิดของพี่สะใภ้ใหญ่หลิวและหลิวจวีฟางสองแม่ลูกนี่แหละ แย่งลูกอมกันทำไมกัน! ทุกครั้งที่กลับมาก็ต้องมีเรื่องทะเลาะกันจริงๆ ช่างน่าหงุดหงิดใจเหลือเกิน!

       เซียวหยวนซินเอ่ยว่า “ครั้งนี้ฉันทนได้ แล้วครั้งหน้าล่ะ? ครั้งหน้าฉันก็ต้องทนอีกใช่ไหม? ทนอยู่เรื่อยๆ แบบนี้ ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ!”

       หลิวเฉิงเหว่ยเอ่ยว่า “ก็เราไม่มีบ้านนี่นา คนทั้งบ้านอยู่รวมกันก็ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้าง”

       เซียวหยวนซินเอ่ยว่า “ถ้าเราไม่มีบ้าน คุณก็สร้างสิ”

       “แล้วเราจะเอาที่ดินมาจากไหน...” หลิวเฉิงเหว่ยหยุดชะงักพลางนึกถึงเมื่อครู่ที่แม่ของเขาเพิ่งจะตกลงว่าจะยกที่ดินจัดสรรส่วนตัวที่หัวหมู่บ้านให้พวกเขา!

       หลิวเฉิงเหว่ยเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ที่ดินจัดสรรส่วนตัวตรงหัวหมู่บ้านติดถนน และค่อนข้างใหญ่มาก ในอนาคตถ้าเรามีเงินแล้ว เราก็สามารถสร้างบ้านที่นั่นได้ จะได้ไม่ต้องอยู่รวมกับพวกเขาแล้ว”

       เซียวหยวนซินพยักหน้า “ดีค่ะ แล้วสร้างบ้านต้องใช้เงินเท่าไร”

       หลิวหยวนหยวนมองทั้งสองด้วยดวงตากลมโต “พ่อคะ แม่คะ หนูเองก็อยากได้บ้านใหม่ของตัวเองค่ะ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่”

       คำพูดของหลิวหยวนหยวนทำให้หลิวเฉิงเหว่ยเริ่มคล้อยตาม “หากเราสร้างบ้านดิน ราคาคงราวสองร้อยกว่าหยวนก็เพียงพอแล้ว แต่หากต้องการปูพื้นซีเมนต์ในลานบ้านเหมือนอาหมิงและคนอื่นๆ คงต้องใช้เงินอีกมากทีเดียว”

       “ผมทำงานตลอดทั้งปี หักค่าอาหารแล้วก็ได้แต้มคะแนนงานเพียงห้าสิบกว่าหยวนเท่านั้น ไม่พอสำหรับสร้างบ้านแน่”

       หลิวเฉิงเหว่ยเงยหน้ามองเซียวหยวนซินพลางเอ่ยว่า “หยวนซิน คุณกับหยวนหยวนอดทนอยู่ที่นี่ก่อนนะ รอพวกเราเก็บเงินได้พอแล้ว เราก็จะสร้างบ้านและย้ายออกไป”

       เซียวหยวนซินเอ่ยว่า “งั้นพอผ่านพ้นปีใหม่แล้ว คุณก็เริ่มลงมือสร้างเลยนะ คุณมีห้าสิบหยวน ฉันมีร้อยกว่าหยวน สร้างบ้านดินก็น่าจะพอ ถ้าไม่พอก็จะไปยืมจากอาหมิงกับเจียวเจียวมาอีกหน่อย”

       แม้เจียวเจียวจะบอกว่าในอนาคตถ้าเธอมีเงินแล้ว ให้ไปซื้อบ้านในตัวอำเภอ แต่ที่นี่คือบ้านเกิดของเธอ เธอจะไม่มีบ้านในบ้านเกิดตัวเองได้อย่างไรกันเล่า

       บ้านคือรากฐาน ถ้าไม่มีบ้านก็เหมือนผักไร้รากที่ลอยน้ำไปมา สิ้นไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ต้องคอยเงี่ยหูฟังคำคน

       อาหมิงและเจียวเจียวปฏิบัติต่อเธอและหยวนหยวนเป็นอย่างดี เธอจึงไม่ต้องระแวดระวังสีหน้าผู้ใด แต่เมื่ออยู่ในกองผลิตตระกูลหลิว ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป

       อีกเรื่องคือ เซียวหยวนซินยังมีเงินเก็บกับเจียวเจียวอยู่สองร้อยกว่าหยวน ตอนนี้เธอแกล้งบอกหลิวเฉิงเหว่ยว่ามีแค่ร้อยกว่าหยวน ถ้าไม่พอก็แค่ยืมจากอาหมิงและเจียวเจียวมาหน่อย ก็แค่ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอมีเงินมากนัก เกรงว่าวันใดวันหนึ่งเขาจะปากโป้งออกไปละก็ คงจะทำให้ทุกคนคิดว่าเธอมีเงินมาก

       ยุคนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการยืมเงิน ยืมแล้วไม่รู้เมื่อไรจะได้คืน และอีกอย่างคือกลัวว่าคุณย่าหลิวกับคนอื่นๆ จะมาเพ่งเล็งกระเป๋าเงินอันน้อยนิดของเธออีก

       หลิวเฉิงเหว่ยได้ยินเช่นนั้น ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ก็ได้ งั้นพอผ่านพ้นปีใหม่แล้ว ผมจะหาคนมาสร้างบ้าน”

       ช่วงหลังจากปีใหม่ งานในไร่นาก็ยังไม่เริ่ม สามารถสร้างบ้านได้ก่อน

       เรื่องก็ตกลงกันเช่นนั้น

       เช้าวันรุ่งขึ้น หลิวเฉิงเหว่ยก็หลอกแม่ของเขาให้ไปที่หัวหน้ากองผลิต เพื่อทำสัญญาว่าที่ดินจัดสรรส่วนตัวที่หัวหมู่บ้านจะเป็นของบ้านเขา

       คุณปู่หลิวได้รับเสื้อผ้าใหม่ที่เซียวหยวนซินทำให้แล้ว จึงไม่มีข้อทักท้วงใดๆ

       คุณปู่หลิวนั่งอยู่บนธรณีประตูพลางสูบยาเส้น มองดูภรรยากับลูกชายคนที่สี่กลับมาก็คิดในใจว่า ผ่านมาหลายปีแล้ว ทำดีกับบ้านใหญ่ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทุกครั้งที่บ้านใหญ่ได้ของก็จะเก็บซ่อนอย่างแน่นหนา มีดีแต่ปากว่ากตัญญูเท่านั้น...

       บ้านรองก็ยังดี ซื่อสัตย์สุจริต

       บ้านสาม นอกจากบ้านใหญ่แล้ว ก็ทำดีกับบ้านสามมากที่สุด แต่มีประโยชน์อะไรเล่า?

       ตอนนี้บ้านสามย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอแล้ว แม้แต่ตอนปีใหม่ก็ไม่กลับมาเลย...

       คิดไปคิดมา ก็เหลือแค่บ้านรองกับบ้านสี่ที่ดีที่สุด

       แต่ภรรยาของเขาคนนี้เมื่อก่อนค่อนข้างไม่ชัดเจน มักจะดีกับบ้านรองและบ้านสี่น้อยที่สุด...

       ในวินาทีที่ได้รับสัญญา เซียวหยวนซินก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก เธอเก็บสัญญาอย่างดีแล้วเริ่มจัดระเบียบและทำความสะอาดห้อง

       เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงวันที่ยี่สิบแปดค่ำเดือนสิบสอง

       บ้านพักยุวชนก็คึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ มีตัวอักษร ‘喜’ ติดอยู่บนประตูรั้ว หน้าต่าง และประตูห้องพัก ส่วนกระดาษตัดหน้าต่างนั้นจ้าวอวี้เฟินเป็นคนซื้อกระดาษแดงมาตัดเอง ตัดออกมาได้เล็กและประณีต เมื่อติดไว้ที่ประตูและหน้าต่างก็ดูมีชีวิตชีวาและเป็นมงคล


จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g