บทที่ 165 สอบติดแล้ว [2]
บทที่ 165 สอบติดแล้ว [2]
จ้าวอวี้เฟินกอดซูเจียวเจียวแน่น เสียงสะอื้นกล่าวว่า “เจียวเจียว ขอบคุณเธอมากๆ นะ! ถ้าไม่ได้เธอคอยสนับสนุน ให้กำลังใจ และสอนฉันละก็ ฉันคงสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยหรอก”
ซูเจียวเจียวตบหลังเธอเบาๆ “พอแล้วๆ ดูสิ ร้องไห้จนหน้ายู่เป็นแมวแล้วเนี่ย เธอน่ะตั้งใจเรียนขนาดนั้น จะมีปัญหาได้ยังไง”
จ้าวอวี้เฟินทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ เธอเช็ดน้ำตาบนใบหน้าแล้วกล่าวให้กำลังใจซูเจียวเจียวว่า “เจียวเจียว เธออย่าเพิ่งกังวลไปเลย เธอเก่งกว่าฉันตั้งเยอะ ต้องสอบติดอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยจิงเฉิงอยู่ไกลจากที่นี่ จดหมายตอบรับอาจจะยังมาไม่ถึงก็ได้”
“อืม ฉันรู้” ซูเจียวเจียวหัวเราะ
อีกสามวันต่อมา บุรุษไปรษณีย์ก็มาอีกครั้ง คราวนี้เขาถือจดหมายมาสี่ฉบับ ทั้งหมดเป็นจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย
ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงได้รับจดหมายตอบรับของตัวเอง ทั้งสองคนต่างสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยจิงเฉิง
ในวินาทีที่ได้รับจดหมายตอบรับ ซูเจียวเจียวก็อดส่งเสียงร้องด้วยความดีใจไม่ได้
“อาหมิง! พวกเราสอบติดแล้ว! พวกเราสอบติดแล้ว!”
ซูเจียวเจียวโอบคอเซียวหยวนหมิง ส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ
เวลานั้นผู้คนต่างพากันมามุงดูที่หน้าบ้าน เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ ทุกคนก็ตกตะลึงไปตามกัน
สอบติดแล้วหรือ?
ไม่เพียงยุวชนซูที่สอบติด แม้แต่เซียวหยวนหมิงก็สอบติดด้วยเช่นกันหรือ?
ป้าหวังและป้าลู่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม แล้วสอบถามว่า “ยุวชนซู พวกเธอสอบติดมหาวิทยาลัยที่ไหนกันหรือ?”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ พร้อมชูจดหมายตอบรับในมือขึ้น “ฉันกับอาหมิงสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงค่ะ”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง “โอ้! พวกเธอสองคนสอบติดที่เดียวกันเลยหรือ?”
“ใช่ค่ะ!” ซูเจียวเจียวพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
เพราะชาติที่แล้ว เธอสอบติดเพียงมหาวิทยาลัยธรรมดาๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น
เซียวหยวนหมิงยืนอยู่ข้างๆ เธอ ดวงตาเปี่ยมด้วยความรักและความอ่อนโยนจ้องมองมา เมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเธอ เขาก็เผยรอยยิ้มด้วยความสุข
“เธอน่ะเป็นนักเรียนมัธยมปลาย สอบติดก็ไม่แปลกหรอก แต่เซียวหยวนหมิงดูเหมือนจะจบแค่มัธยมต้นไม่ใช่หรือ? เขาจะสอบติดได้ยังไงกัน” เฉินซิ่วฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความอิจฉาจางๆ “คนอย่างเขาจะสอบติดได้อย่างไร?”
ซูเจียวเจียวผายมือเท้าสะเอวด้วยความไม่พอใจ เธอเอ่ยตอบโต้ด้วยถ้อยคำดุดันว่า “อย่าคิดว่าเรื่องที่ตัวเองทำไม่ได้ คนอื่นก็จะทำไม่ได้เหมือนกันสิ! อาหมิงสอบติดด้วยความพยายามของตัวเอง! ความรู้ของเขาสั่งสมอยู่ในสมอง แม้จะให้สอบใหม่ตรงนี้เดี๋ยวนี้ เขาก็ยังสามารถตอบคำถามทุกข้อได้อย่างไร้ที่ติอยู่ดี!”
เฉินซิ่วฮวาก็หุบปากลงทันที
เมื่อเห็นท่าทางดุดันและมั่นใจของซูเจียวเจียว
ป้าหวังก็เอ่ยตอบโต้เฉินซิ่วฮวา “ดูคำพูดที่เต็มไปด้วยความอิจฉาของเธอสิ อิจฉาจนตัวสั่นไปหมดแล้วสินะ! เซียวหยวนหมิงเป็นนักเรียนมัธยมต้นแล้วยังไง? มีนักเรียนมัธยมปลายอย่างยุวชนซูคอยสอนให้อ่านหนังสือ การทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก!”
“ใช่แล้ว! ฉันว่าเธอมันพวกไม่ได้กินองุ่น เลยบอกว่าองุ่นเปรี้ยวชัดๆ!” ป้าลู่ก็เอ่ยด่าเสริม
แม้แต่เฉิงติ้งผิงที่อุ้มลูกอยู่ในอ้อมแขนก็ยังกล่าวว่า “เซียวหยวนหมิงพยายามมากเลยค่ะ ฉันมาบ้านยุวชนซูหลายครั้งเพื่อสอบถามเรื่องเรียน ก็เห็นเซียวหยวนหมิงนั่งใต้แสงไฟอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน และทำแบบฝึกหัด เขาทั้งทำงานกลางวัน และอ่านหนังสือตอนกลางคืน ไม่เคยละเลยเลยแม้แต่คืนเดียว”
หลี่จิ้งเซียนก็มาช่วยเสริม “ใช่ค่ะ! ฉันก็เห็นแบบนั้นเหมือนกัน! พี่อาหมิงพยายามมากจริงๆ!”
หลี่ต้าเฉวียนฉีกยิ้ม “ผมรู้แล้ว! พี่อาหมิงพยายามขนาดนี้ก็เพื่อที่จะคู่ควรกับพี่สะใภ้ในอนาคต! พี่อาหมิง ยินดีด้วยนะครับ ในที่สุดพี่ก็ได้สมหวังแล้ว!”
ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างออกรส
เฉินซิ่วฮวาหน้าเสีย หมดทางโต้ตอบ ทำได้เพียงเดินจากไปอย่างเงียบๆ
หลี่จินฮวาที่อยู่ในฝูงชนก็อิจฉาจนตาแดงก่ำ เดิมทีเธอก็อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นว่าเฉินซิ่วฮวาเพียงคำพูดเดียวก็สร้างความไม่พอใจให้กับคนหมู่มาก จนถูกโต้ตอบจนพูดไม่ออก เธอก็ได้แต่กลืนความอิจฉาในใจลงไป แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป
ทุกคนต่างแสดงความยินดีกับซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิง บรรยากาศก็คึกคักขึ้นในทันที
ซูเจียวเจียวบอกว่าพรุ่งนี้จะไปซื้อเนื้อที่ตัวอำเภอมาทำอาหารจัดเลี้ยงทุกคน
ทุกคนพูดคุยกันได้ไม่นานก็แยกย้ายกันไป เพราะยังมีงานต้องทำ
แม้ทุกคนจะแยกย้ายกันไป แต่พวกเขาก็ยังคงพูดคุยถึงเรื่องนี้ขณะทำงาน และทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความอิจฉาออกมา
“ฉันเห็นมีคนเคยพูดว่ายุวชนซูไม่ดี อ่อนแอ ทำงานบ้านไม่เป็น ทำอาหารไม่เป็น เอาแต่กิน ใครที่ปากดีพูดจาเหลวไหลก็ไม่รู้! ไม่งั้นลูกชายฉันต้องไปตามจีบยุวชนซูแล้ว!”
“ใช่แล้ว! ตอนแรกฉันก็ฟังคำพูดเหล่านั้น ถึงไม่ได้ตามจีบ ตอนนี้เสียดายแทบตายเลย”
“ฉันว่ายุวชนซูเป็นเด็กที่โชคดีนะ ดูสิ พอเธอแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงแล้ว ชีวิตของครอบครัวเซียวหยวนหมิงก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยมีสถานะทางสังคมไม่ดี ก็กลายเป็นวีรบุรุษที่ได้รับคำชมจากนายอำเภอ ไม่เพียงได้รับเงินรางวัล แต่สถานะทางสังคมของครอบครัวก็ยังดีขึ้นอีกด้วย ยุวชนซูยังสวย และยังเป็นช่างตัดเสื้อที่หาเงินได้เป็นร้อยหยวนต่อปีเลยนะ!”
“ใช่แล้วๆ ดูสิ ตอนนี้ยุวชนซูยังสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงอีก! แม้แต่เซียวหยวนหมิงก็สอบติดด้วย นี่มันบุญหล่นทับชัดๆ เลยนะ!”
“โอ้โห มหาวิทยาลัยจิงเฉิง ฉันนี่ทั้งชีวิตไม่เคยไปถึงตัวอำเภอเลย ตัวเมืองมณฑลยิ่งไม่ต้องพูดถึง แล้วจะไปมหาวิทยาลัยจิงเฉิงได้ยังไงกัน จิงเฉิงเป็นยังไงนะ?”
“ฉันนี่ทั้งชีวิตไปแค่ที่ตำบลเอง! เฮ้อ ฉันว่าทั้งชีวิตนี้ฉันคงใช้ชีวิตแบบไร้ค่า!”
“ฉันเคยได้ยินมาว่าจิงเฉิงใหญ่มาก สวยมากด้วย สาวๆ ที่นั่นก็สวยเหมือนยุวชนซูเลยนะ! แล้วก็มีเป็ดย่างที่มีชื่อเสียงมาก อร่อยมากๆ ด้วย!”
“อะไรนะ เธอเคยกินด้วยหรือ?”
“ฉันจะไปมีบุญขนาดนั้นได้อย่างไร! ฉันไปตลาดนัดครั้งหนึ่ง ได้ยินคนอื่นพูดมาน่ะ!”
ทุกคนต่างทำงานกันอย่างขะมักเขม้น พร้อมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งคุยก็ยิ่งมีชีวิตชีวา
ทันใดนั้นก็มีคนหันไปถามคนข้างๆ “ยุวชนเยว่ เธอไปสอบหรือเปล่า? ทำไมยังไม่ได้รับจดหมายตอบรับเลยล่ะ?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา บรรยากาศก็พลันตกสู่ความเงียบงัน
คนผู้นั้นมองเยว่เผิงไห่ที่ใบหน้ามืดคล้ำลงเรื่อยๆ อย่างงุนงง เพียงเห็นดวงตาของเยว่เผิงไห่จ้องมองเขาอย่างขุ่นเคือง ร่างกายของเขาก็พลันเย็นเยียบ ราวกับจะเข้ามาทำร้ายร่างกายเขา ทำให้คนผู้นั้นถึงกับตัวสั่นเทา
เยว่เผิงไห่ทิ้งจอบในมือลงอย่างแรง แล้วหันหลังเดินจากไป
คนผู้นั้นลูบศีรษะอย่างงุนงง เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?
หญิงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาเคาะหัวเขา แล้วกระซิบด่าว่า “เธอมันไม่มีสมองหรือไง! พูดจาไม่เข้าท่า ชอบซ้ำเติมคนอื่น!”
“ฉันไปซ้ำเติมอะไรเขา?”
“ภรรยาของยุวชนเยว่เอาใบอนุญาตสอบของเขาไปโยนทิ้งแม่น้ำ เขามารู้เอาวันก่อนสอบ จะไปทำเรื่องขอใบใหม่ก็ไม่ทันแล้ว เขาก็เลยโกรธมาก ตีจางหงอวี้อย่างรุนแรง จนทั้งบ้านวุ่นวายไปหมด”
ทุกคนต่างถอนหายใจและกระซิบกระซาบกัน “ยุวชนเยว่ช่างน่าสงสารจริงๆ!”
“ใช่แล้ว ถ้าเขาไปสอบ บางทีอาจจะสอบติดมหาวิทยาลัยก็ได้! ถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้ว สามารถกลับไปเรียนในเมืองได้ ในอนาคตประเทศก็จะจัดหางานที่ดีให้ แล้วชีวิตจะดีขนาดไหน! ฉันก็บอกอยู่แล้วว่าจางหงอวี้ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้นะ!”
จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g