LNCrawler

บทที่ 16 ถูกหลอกลวง

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 16 ถูกหลอกลวง

        ที่ผ่านมาซูเจียวเจียวเองก็เคยเอาใจเขามาก่อน ซึ่งสาเหตุของการเอาใจนั้นเขาก็รู้ดีอยู่แล้ว และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาไม่ชอบซูเจียวเจียว ส่วนโจวเม่ยที่ตามติดเขาไม่ห่างนั้น ยิ่งทำให้เขารู้สึกรังเกียจมากกว่าซูเจียวเจียวเสียอีก

       ฮั่วเจี้ยนจงหยุดเท้าหมายจะบอกให้เธออย่าตามมา แต่ก็เห็นซูเจียวเจียวเดินผ่านเขาไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมอง เธอเดินตรงไปที่ทำการไปรษณีย์ฝั่งตรงข้าม

       ฮั่วเจี้ยนจงตะลึงเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพ่อแม่ของซูเจียวเจียวก็ส่งเงินและบัตรต่างๆ มาให้เธอทุกเดือนเช่นกัน ถึงแม้เงินจะไม่มาก แต่ก็มีตั้งยี่สิบหยวน แถมยังมีบัตรแลกธัญพืช บัตรแลกน้ำมัน และอื่นๆ อีกเล็กน้อยด้วย โดยหลักแล้วก็น่าจะพอให้ซูเจียวเจียวใช้จ่าย แต่ซูเจียวเจียวชอบตัดเสื้อผ้า เงินจึงไม่พอใช้ เธอจึงอาศัยพวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านที่หลงใหลเธอให้ช่วยทำงาน

       สำหรับเรื่องราวเหล่านี้ของซูเจียวเจียว ฮั่วเจี้ยนจงซึ่งอยู่ในบ้านพักยุวชนเดียวกันย่อมรู้ดีกว่าใคร

       ภายในที่ทำการไปรษณีย์ ซูเจียวเจียวได้รับพัสดุของเธอเรียบร้อยแล้ว

       ซูเจียวเจียวแกะกล่องในมุมหนึ่ง ภายในมีบัตรแลกธัญพืชสามจิน บัตรแลกน้ำตาลครึ่งจิน บัตรแลกน้ำมันหนึ่งจิน เงินยี่สิบหยวน และผ้าลายตารางชิ้นเล็กๆ หนึ่งชิ้น

       ซูเหวินเฉิง ผู้เป็นพ่อของซูเจียวเจียวทำงานที่โรงงานไม้ ส่วนหลี่เหมยอิง ผู้เป็นแม่ทำงานเป็นคนงานในโรงงานทอผ้า ครอบครัวที่มีสามีภรรยาทำงานทั้งคู่ถือเป็นครอบครัวที่มีฐานะดีในยุคนี้

       อย่างไรก็ตาม แม่มักจะลำเอียงไปทางน้องสาวเสมอ มีอะไรดีๆ ก็เก็บไว้ให้น้องสาว ซูเจียวเจียวรู้ดีอยู่ในใจว่าของพวกนี้พ่อเป็นคนแอบส่งมาให้เธอ

       ซูเจียวเจียวเก็บของใส่ห่อผ้า พลันเงยหน้าขึ้นก็เห็นฮั่วเจี้ยนจงอีกครั้ง เขากำลังแกะพัสดุอยู่เช่นกัน

       พัสดุของเขามีขนาดใหญ่มาก ซูเจียวเจียวเห็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลายชุด กระป๋องบรรจุอาหารจำนวนมาก รวมถึงเงินและบัตรต่างๆ ดูแล้วหนามาก น่าจะมีจำนวนไม่น้อย

       ไม่แปลกใจเลยที่โจวเม่ยตามติดฮั่วเจี้ยนจงต้อยๆ ทุกวัน

       ซูเจียวเจียวสังเกตเห็นว่าฮั่วเจี้ยนจงนำหนังสือหลายเล่มออกมาจากพัสดุ เธอแอบมองแวบหนึ่งในใจก็อดแปลกใจไม่ได้ นั่นคือเอกสารการเรียนรู้!

       การฟื้นฟูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเป็นอีกสองปีข้างหน้า ทำไมฮั่วเจี้ยนจงถึงเริ่มเรียนแล้ว?

       ครอบครัวของฮั่วเจี้ยนจงไม่ธรรมดา การที่เขารู้ข่าวบางอย่างล่วงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้...

       เธอนึกถึงเรื่องในชาติที่แล้ว จู่ๆ ฮั่วเจี้ยนจงก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเมืองหลวงได้ในปีนั้น จนสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งตำบล

       ซูเจียวเจียวคิดในใจว่า ถ้าเธอจะขอยืมหนังสือจากฮั่วเจี้ยนจงในอนาคต เขาจะให้ยืมไหมนะ?

       ความรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูกถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว

       ซูเจียวเจียวครุ่นคิดก่อนตัดสินใจเขียนจดหมายกลับบ้านถึงพ่อ ขอให้ท่านช่วยส่งเอกสารการเรียนรู้มาให้ ระหว่างที่ยังอยู่ในตัวอำเภอ ซูเจียวเจียวก็รีบไปสหกรณ์เพื่อซื้อกระดาษจดหมายและปากกา เขียนจดหมายเสร็จก็กลับไปที่ทำการไปรษณีย์เพื่อส่งกลับไปให้พ่อ

       เมื่อส่งจดหมายเสร็จ ซูเจียวเจียวเห็นว่ายังไม่เย็นมาก จึงไปเดินเล่นที่ตลาดสด

       รถประจำทางเที่ยวบ่ายจะออกเวลาสี่โมงเย็น

       ขอแค่ไปถึงจุดรอรถก่อนสี่โมงเย็นก็พอ

       ทันทีที่ซูเจียวเจียวมาถึงตลาดสด กลิ่นเปรี้ยวเน่าก็โชยมาปะทะจมูก จนเธอเกือบจะอาเจียนออกมา

       เธออดทนกลั้นไว้ แล้วก็เดินเข้าไป

       ในชาติที่แล้ว เธอไม่เคยมาที่เหม็นหึ่งแบบนี้เลย หากที่บ้านต้องการอะไร เซียวหยวนหมิงจะเป็นคนไปซื้อหามาให้ทั้งหมด

       ภายในตลาดมีเสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังระงมสลับไปมา ซูเจียวเจียวมองดูด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ นี่เป็นครั้งแรกของทั้งสองชาติที่เธอได้มาเดินตลาดสด

       แผงลอยเหล่านี้เป็นของรัฐ การซื้อเนื้อและธัญพืชต้องแสดงบัตรทั้งหมด

       ทันใดนั้นเอง หญิงสาวสองสามคนที่กำลังขายไข่อยู่ในมุมหนึ่งก็ดึงดูดสายตาของซูเจียวเจียว

       พวกเธอไม่มีแผงลอย แค่วางตะกร้าไม้ไผ่บนพื้นเพื่อค้าขาย

       “ไข่พวกนี้ขายยังไงคะ?” ซูเจียวเจียวเดินเข้าไปสอบถาม

       "ฟองละสามเฟิน หากนำบัตรมาแลก บัตรแลกธัญพืชเพิ่มให้สามฟอง บัตรแลกผ้าเพิ่มให้ห้าฟอง" หญิงสาวตอบเสียงทื่อ

       ยุคนี้ เงินไม่ค่อยมีค่าเท่าบัตร

       ดวงตาของซูเจียวเจียวเป็นประกาย “ดูไม่เหมือนการค้าของสหกรณ์เลยนะคะ ไข่พวกนี้ไม่ใช่ของส่วนตัวที่คุณเอามาขายเองหรอกใช่ไหมคะ?”

       หญิงสาวหัวเราะอย่างไม่รีบร้อน “การค้าอย่างอื่นพวกเราทำไม่ได้หรอกค่ะ แต่การขายไข่ที่แม่ไก่เลี้ยงเอง สหกรณ์ก็ยังอนุญาตค่ะ คุณซื้อได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าจะเดือดร้อน”

       ซูเจียวเจียวคิดในใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้การค้าส่วนตัวก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดกฎหมายเสียทีเดียว เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณขายอะไรและดำเนินธุรกิจอย่างไร

       ที่บ้านก็กำลังต้องการไข่อยู่พอดี ซูเจียวเจียวจึงนั่งลงเลือกไข่สิบกว่าฟอง และซื้อเสบียง เนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องปรุงรสอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง จนกระทั่งเงินเกือบหมด เธอก็เดินออกจากตลาดสดพร้อมกับถุงของเต็มสองมือ

       เดินออกจากตลาดสด แดดยังอ่อนๆ ไม่ไกลนักก็มีร้านตัดเสื้ออยู่ข้างหน้า

       ซูเจียวเจียวหยิบผ้าลายตารางที่พ่อส่งมาให้ คิดจะตัดเสื้อแขนสั้นหลวมๆ เพราะเสื้อผ้าของเธอเมื่อก่อนเป็นกระโปรงรัดเอว ซึ่งไม่สะดวกต่อการทำงาน

       วันนี้ไม่ใช่วันหยุด แต่หน้าร้านตัดเสื้อกลับมีผู้คนหนาแน่น

       ซูเจียวเจียวมองเข้าไปข้างใน ก็เห็นเด็กสาวอายุประมาณสิบแปดสิบเก้าปีคนหนึ่งกำลังถูกผู้หญิงคนหนึ่งด่าทออย่างหยาบคาย

       เด็กสาวก้มหน้า ใบหน้าแดงก่ำดูน่าสงสาร ไม่กล้าโต้ตอบแม้แต่ครึ่งคำ

       ซูเจียวเจียวฟังๆ ดูแล้ว ทราบว่าเกิดจากเสื้อผ้าที่หญิงคนนั้นสั่งทำ มีหลายจุดที่ไม่ถูกใจ และเสื้อผ้าชิ้นนี้เป็นฝีมือของเด็กสาวคนนี้ซึ่งเป็นช่างตัดเสื้อฝึกหัดคนใหม่

       ซูเจียวเจียวหวนนึกถึงชาติที่แล้ว เธอก็เคยเจอเรื่องแบบนี้มาแล้วเช่นกัน เสื้อผ้าที่ช่างตัดเสื้อฝึกหัดคนนี้ทำออกมานั้นหยาบจริงๆ รอยเย็บก็บิดเบี้ยวไปหมด

       ช่างเหยียน เจ้าของร้านตัดเสื้อก็เอาแต่ยิ้มขอโทษหญิงคนนั้น พลางบอกว่าจะแก้ให้ใหม่ รับรองว่าจะทำให้ถูกใจ

       หญิงคนนั้นจึงส่งเสียงอึกอักในลำคอ เสียงเบาลงมาก

       ซูเจียวเจียวมองผ้าในมือ คิดในใจว่า หรือจะเอาไปตัดเย็บด้วยมือเองดี ไม่มีจักรเย็บผ้า การทำด้วยมือล้วนๆ นั้นยุ่งยากกว่ามาก แต่ถ้าออกแบบและเย็บด้วยตัวเองอย่างประณีต ก็ย่อมเป็นสไตล์ที่เธอชอบแน่ๆ

       ตอนนี้เสื้อผ้ามีแบบให้น้อยมาก ใส่ไปใส่มาก็มีแต่แบบเดิมๆ ดูเชยระเบิด

       ขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังจะหันหลังกลับ ก็มีเสียงอุทานดังขึ้นข้างๆ

       “โอ๊ย...”

       เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้น “คุณชนฉัน!”

       ซูเจียวเจียวเห็นชัดว่าเป็นตัวเองที่ชนคนอื่น จึงรีบกล่าวขอโทษ “ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ”

       หญิงคนนั้นมองชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนของตัวเองที่มีรอยขาดเป็นทางยาว ดวงตาพลันเบิกโพลง “ว๊าย! คุณทำกระโปรงฉันขาด คุณชดใช้ให้ฉันเลย!”

       หญิงคนนั้นคว้ามือซูเจียวเจียวแล้วร้องขึ้น

       ซูเจียวเจียวขมวดคิ้ว เธอแค่ชนเบาๆ ทำไมถึงทำให้กระโปรงของหญิงคนนั้นขาดได้?

       แล้วเธอก็สังเกตเห็นรอยขาดบนกระโปรงของหญิงคนนั้น ขอบแผลเรียบเนียน ไม่เหมือนรอยฉีกขาดเลยแม้แต่น้อย

       เพียงชั่วพริบตา ซูเจียวเจียวก็เข้าใจทันที เธอมองด้วยใบหน้าเย็นชา น้ำเสียงไม่ก้าวร้าว ไม่ถ่อมตน ราวกับน้ำพุใสเย็น

       “รอยขาดบนกระโปรงของคุณดูไม่เหมือนถูกฉันชนจนขาดเลยนะคะ แต่ดูเหมือนถูกมีดกรีดมากกว่า การที่ฉันชนคุณเป็นความผิดของฉัน ฉันขอโทษ แต่ถ้าคุณคิดจะหลอกลวงฉัน ฉันไม่ยอมรับค่ะ!”

       ใบหน้าของหญิงคนนั้นแดงก่ำ “คุณนั่นแหละที่ชนจนขาด กระโปรงตัวนี้เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย”

       ในสถานการณ์ที่ผู้คนเบียดเสียดกันเช่นนี้ เธอก็ไม่เห็นชัดเจนว่าใครเป็นคนทำให้ขาดกันแน่

       แต่คนที่ชนเธอเมื่อกี้ก็มีแค่ซูเจียวเจียว เธอย่อมต้องเกาะติดซูเจียวเจียวไม่ปล่อยเป็นธรรมดา


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^