LNCrawler

บทที่ 171 ร่วมฉลองปีใหม่ [3]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 171 ร่วมฉลองปีใหม่ [3]

        เมื่อเซียวหยวนซินเห็นอั่งเปาที่มีเงินถึงยี่สิบหยวน เธอก็ตาโตด้วยความตกใจ ยี่สิบหยวนนี่มันเงินก้อนโตชัดๆ!

       อั่งเปาของเด็กๆ บ้านใกล้เรือนเคียงก็แค่ห้าเฟิน หกเฟิน ส่วนคนใจกว้างหน่อยก็ให้ห้าเหมา! แต่เจียวเจียวกับอาหมิงกลับให้คนละสิบหยวน!

       นี่มันเงินเหลือใช้จนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรแล้ว!

       เธอรีบจะคืนอั่งเปาไป แต่ซูเจียวเจียวก็ห้ามไว้

       “นี่เป็นคำอวยพรปีใหม่ที่เรามอบให้หยวนหยวนค่ะ ให้เธอเก็บไว้เถอะ ฉันเห็นว่าหยวนหยวนเป็นเด็กที่น่ารักและเชื่อฟัง เธอคงไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยหรอกค่ะ ให้เธอเก็บเงินนี้ไว้เพื่อซื้อสิ่งที่อยากได้ในอนาคตดีกว่า”

       หลิวหยวนหยวนได้ยินเช่นนั้น ดวงตากลมโตเป็นประกาย “หนูจะเอาไปซื้อหนังสือค่ะ! ซื้อหนังสือดีๆ เยอะๆ! โตขึ้นหนูจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้เหมือนน้าสะใภ้กับน้าชาย!”

       ซูเจียวเจียวได้ยินก็หัวเราะ “ความใฝ่ฝันของหยวนหยวนของเราสูงส่งเหลือเกิน ดี ดีมาก ต่อไปก็ต้องพยายามเข้านะ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องที่จะพูดง่ายๆ ต้องขยันอ่านขยันเรียนถึงจะบรรลุเป้าหมาย”

       เซียวหยวนหมิงก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “ถ้างั้นน้าชายกับน้าสะใภ้จะรอหยวนหยวนอยู่ที่จิงเฉิงนะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด ใครคืนคำจะต้องโดนตีก้น”

       หลิวหยวนหยวนตกใจรีบเอามือปิดก้นเล็กๆ ของตัวเอง พร้อมพยักหน้าอย่างตั้งใจ “ค่ะ! หนูจะตั้งใจเรียนค่ะ!”

       เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวหยวนหยวน เซียวหยวนซินก็รู้สึกปลื้มปีติในใจเป็นอย่างยิ่ง

       จะมีอะไรทำให้มีความสุขได้มากไปกว่าการเห็นลูกสาวน่ารักและเชื่อฟังแบบนี้?

       เซียวหยวนซินยิ้มพลางกล่าวว่า “หยวนหยวนเป็นเด็กที่ไม่เคยทำให้ฉันต้องกังวลเลย ตอนนี้เธอมีน้าชายกับน้าสะใภ้เป็นเป้าหมาย เธอก็จะมีทิศทางในการพยายามต่อไปในอนาคต”

       หลิวเฉิงเหว่ยกล่าว “พอปีใหม่ผ่านไป หยวนหยวนก็จะอายุห้าขวบแล้ว ปีหน้าก็สามารถเข้าโรงเรียนได้แล้ว”

       เซียวหยวนซินกล่าว “ยังเหลืออีกหนึ่งปีค่ะ”

       ในช่วงที่ผ่านมาเจียวเจียวช่วยสอนการเขียนตัวอักษรและคณิตศาสตร์ให้หยวนหยวนมาตลอด พอเจียวเจียวกับอาหมิงไปแล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าจะสอนหยวนหยวนอย่างไรดี

       ซูเจียวเจียวเห็นความกังวลของเซียวหยวนซิน จึงกล่าวว่า “พี่หยวนซินคะ ถ้ามีเวลาพี่ก็ไปที่ร้านสหกรณ์ซื้อสมุดกับปากกามาให้หยวนหยวนฝึกเขียนนะคะ ให้เธอฝึกเขียนตัวอักษรวันละหน้า ฝึกคัดพินอิน แล้วก็ทำโจทย์คณิตศาสตร์สักสิบข้อ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการปูพื้นฐานค่ะ เดี๋ยวฉันกับอาหมิงก็จะซื้อหนังสือจากจิงเฉิงส่งมาให้ พี่จะได้สอนหยวนหยวนได้ค่ะ”

       แม้เซียวหยวนซินจะมีวุฒิการศึกษาระดับประถม แต่เธอก็เรียนมาหลายปี การสอนหยวนหยวนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

       “อย่างนั้นก็ดีเลย”

       เซียวหยวนซินพยักหน้าอย่างหนักแน่น เธอเห็นความสำคัญของการศึกษาจากซูเจียวเจียว จึงสนับสนุนให้หยวนหยวนได้เรียนหนังสือเป็นอย่างมาก

       หากเด็กผู้หญิงเรียนเก่ง ก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

       อย่างเจียวเจียวก็เป็นตัวอย่างที่ดี!

       รวมถึงจ้าวอวี้เฟินที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยครูได้ ในอนาคตเมื่อเรียนจบออกมาก็จะได้เป็นครูเลย! นี่คืองานที่มั่นคงอย่างแท้จริง!

       ดีกว่าการทำงานรับจ้างเป็นไหนๆ!

       แล้วก็ยังมีคุณครูอู๋เฟิ่งเสียที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงเฉิงได้

       ว่ากันว่าผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัยจิงเฉิงล้วนเป็นเสาหลักของชาติ!

       เธอไม่ได้ต้องการให้หยวนหยวนโดดเด่นหรือเก่งกาจอะไร ขอเพียงให้หยวนหยวนมีชีวิตที่ดี เธอก็พอใจแล้วในฐานะแม่คนหนึ่ง

       ในขณะนั้น เสียงฝีเท้าและเสียงเรียกขานก็ดังมาจากนอกลานบ้าน หลิวหยวนหยวนกล่าวอย่างน่ารักว่า “หนูไปเปิดประตูเองค่ะ”

       แล้วเธอก็วิ่งดุ๊กดิ๊กด้วยรองเท้าหนังคู่เล็กไปเปิดประตู

       คนที่เดินเข้ามาคือเด็กสี่ห้าคน มีหลิวเกา หลิวจวีฟาง หลิวจ้วง และคนที่เดินรั้งท้ายคือหลิวจวีเซียง กับหลิวเจี้ยนวัยสามขวบ

       ทุกคนล้วนเป็นคนจากฝั่งคุณปู่หลิวกับคุณย่าหลิวทั้งสิ้น

       “สวัสดีปีใหม่ค่ะน้าสะใภ้สี่ น้าชายสี่”

       เด็กๆ พากันร้องเรียก

       เซียวหยวนซินรู้ดีว่าเด็กพวกนี้มาทำอะไร พอเพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จก็มาหาแล้ว ก็ต้องมาเพื่อขออั่งเปาอย่างแน่นอน

       แม้เซียวหยวนซินจะไม่ชอบครอบครัวใหญ่เหล่านั้น แต่ก็ยังเตรียมอั่งเปาไว้ให้เด็กๆ เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในฐานะผู้ใหญ่

       เซียวหยวนซินหยิบอั่งเปาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาแจกให้คนละซอง อั่งเปาห่อด้วยกระดาษสีแดง แต่ละซองใส่เงินไว้หนึ่งเหมา

       หนึ่งเหมาก็ถือว่าเยอะแล้ว

       หลิวจวีเซียงรับอั่งเปา แล้วกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “ขอบคุณค่ะคุณน้า”

       หลิวเจี้ยนวัยสามขวบใช้เสียงเล็กๆ ตามมาว่า “ขอบคุณครับคุณน้า”

       หลิวจ้วงที่แต่เดิมกะว่าจะรับอั่งเปาแล้ววิ่งหนี พอได้ยินน้องชายกับน้องสาวขอบคุณ ก็รีบวิ่งกลับมา “ขอบคุณครับน้าสะใภ้สี่”

       แล้วเขาก็ดึงหลิวเกาไปอย่างมีความสุข “ไปกันเถอะ ไปซื้อประทัดกัน”

       หลิวเกาบีบอั่งเปา พลิกดูไปมาอย่างตั้งใจ พอเห็นว่ามีแค่หนึ่งเหมา ก็กล่าวอย่างไม่พอใจ “ทำไมมีแค่หนึ่งเหมา! น้าสะใภ้สี่ขี้เหนียวจัง น้าสะใภ้สี่เงินเดือนเยอะแยะขนาดนี้ แต่กลับให้อั่งเปาเราแค่หนึ่งเหมา!”

       แม่ของเขาหลอกเขาว่ามาบ้านน้าสะใภ้สี่อย่างน้อยก็ได้อั่งเปาหนึ่งหยวน!

       แต่กลับได้แค่หนึ่งเหมา

       รู้อย่างนี้ไม่มาดีกว่า

       หลิวจวีฟางบีบอั่งเปาหนึ่งเหมา แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าก็บ่งบอกว่าน้อยนิด

       สีหน้าของเซียวหยวนซินพลันเปลี่ยนไป “ถ้าไม่เอา ก็ส่งคืนมา”

       เจ้าเด็กคนนี้โดนพี่ใหญ่หลิวกับพี่สะใภ้ใหญ่หลิวสอนมาเสียคนจริงๆ

       อั่งเปาหนึ่งเหมาในกองผลิตตระกูลหลิวก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว เขากลับยังบ่นว่าน้อยอีก!

       หลิวเการีบซ่อนอั่งเปาไว้ข้างหลัง แล้วเงยหน้ามองซูเจียวเจียว “ทำไมน้าสะใภ้ไม่ให้อั่งเปาเราบ้าง?”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะออกมาด้วยความหงุดหงิดกับท่าทางที่ถือเป็นเรื่องธรรมดาของเขา เธอไม่สนว่าเขาจะเป็นเด็กหรือไม่ ซูเจียวเจียวพูดโต้ตอบทันทีว่า “นายไม่ใช่ลูกหลานของฉัน แล้วฉันจะให้ทำไมล่ะ!”

       พอมาถึงก็เที่ยวทวงอั่งเปาอย่างหน้าตาเฉย แถมยังไม่รู้จักเคารพเรียกขาน แล้วซูเจียวเจียวมีเหตุผลอันใดต้องให้!

       ฝันไปเถอะเจ้าเด็กน้อย!

       หลิวเกาส่งเสียงฮึดฮัด “ไม่ให้ก็ไม่ให้ ขี้เหนียวชะมัด…”

       เขายังอยากพูดต่ออีก แต่พอสบตากับสายตาเย็นชาและดุดันของเซียวหยวนหมิง คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนลงคอไปโดยไม่รู้ตัว

       อาจจะกลัวถูกตี เขาจึงรีบวิ่งหนีไป

       และแล้วเด็กๆ ต่างก็แยกย้ายกันไป

       เซียวหยวนซินกล่าว “เจียวเจียว ขอโทษนะ หลิวเกาแค่โดนตามใจจนเสียคน เธออย่าเก็บไปใส่ใจเลย ไม่ต้องไปสนใจเขาด้วย เห็นเขาเมื่อไรก็ดุได้เลย”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ฉันไม่ตามใจเขาหรอกค่ะ”

       หลิวเฉิงเหว่ยเห็นเด็กๆ วิ่งไปซื้อประทัดกันแล้ว จึงล้วงเงินหนึ่งเหมาออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เธอ “หยวนหยวน ลูกอยากไปซื้อประทัดไหม?”

       หลิวหยวนหยวนทำปากยื่น แล้วกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “หนูไม่ซื้อประทัดหรอกค่ะ นั่นมันของเล่นของเด็กๆ”

       ว่าแล้วเธอก็รับเงินหนึ่งเหมาจากหลิวเฉิงเหว่ย แล้วยื่นให้เซียวหยวนซิน “แม่คะ เงินค่ะ”

       เซียวหยวนซินยิ้ม แล้วรับเงินจากเธอ

       หลิวเฉิงเหว่ยเกาหัวอย่างอายๆ เขานำเงินหนึ่งเหมาออกมาปลอบใจลูกสาว แต่เธอกลับหันไปให้หยวนซิน แล้วยังบอกว่าซื้อประทัดเป็นเรื่องไร้สาระ นั่นก็เหมือนกับว่า ลูกสาวกำลังบอกว่าเขาไร้สาระไม่ใช่เหรอ?

       เช้าวันที่สองของเทศกาลปีใหม่ ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงก็รีบกลับไปที่กองผลิตฉางซิง แล้วก็มุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอทันที

       ทั้งสองวางแผนจะเดินทางในวันที่หกของเดือน ดังนั้นจึงต้องไปซื้อตั๋วรถไฟที่ตัวอำเภอ

       หลังจากซื้อตั๋วแล้ว เซียวหยวนหมิงก็คิดจะนำของพื้นเมืองติดไม้ติดมือไปให้พ่อแม่ของซูเจียวเจียว

       ส่วนของขวัญ ซูเจียวเจียวบอกว่าให้ไปซื้อที่ตัวเมืองมณฑลจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องหิ้วของเยอะแยะจากที่นี่

       เซียวหยวนหมิงกล่าว “ได้ครับ”

       แต่ก่อนจากไป เซียวหยวนหมิงกล่าวว่าอยากไปเยี่ยมฉีเย่อีกครั้ง เพื่อบอกลาเขา


จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g