LNCrawler

บทที่ 17 สองมือสร้างสรรค์

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 17 สองมือสร้างสรรค์

        “กระโปรงตัวนี้ของฉันราคาไม่ใช่ถูกๆ นะ สั่งตัดจากในตัวเมืองมณฑล ในอำเภอน่ะหาซื้อไม่ได้หรอก คุณต้องชดใช้ให้ฉันเป็นกระโปรงแบบเดียวกันเป๊ะ!” หญิงสาวมองซูเจียวเจียวที่แต่งกายมอซอทว่ากลับมีใบหน้างดงามน่ารัก พลางรู้สึกเหยียดหยามอยู่ในใจ

       ผู้หญิงคนนี้แค่ดูก็รู้ว่าเป็นคนบ้านนอก ช่างสิ้นเปลืองใบหน้าดีๆ นี้เสียจริง ไม่รู้ว่าจะควักเงินกี่อีแปะมาชดใช้ให้เธอได้

       ซูเจียวเจียวหัวเราะหยัน เธอนั้นผ่านโลกมาแล้วถึงสองภพ หากยังถูกใครต่อใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ เช่นนี้ ก็คงจะเสียชาติเกิดเปล่าๆ

       “ไม่มีทาง! ฉันไม่ได้ทำ ฉันจะไม่จ่ายเงินแม้แต่อีแปะเดียว!”

       เสียงโต้เถียงของทั้งสองดึงดูดความสนใจของช่างเหยียนที่อยู่ในร้าน

       ฝูงชนที่มุงดูโห่ร้องขึ้น “ช่างเหยียน! รีบดูเร็วว่ากระโปรงตัวนั้นขาดเพราะถูกชนหรือเปล่า”

       ช่างเหยียนเหลือบมองแวบเดียวก็รู้แก่ใจ

       เขารู้จักหญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลือง เธอคือคุณครูเฉิน ครูสอนภาษาจีนของโรงเรียนประถมในอำเภอ ส่วนผู้หญิงในชุดสีเทาน่ะหรือ... เมื่อช่างเหยียนเห็นใบหน้าของซูเจียวเจียว เขาก็ตกใจอย่างยิ่ง ไม่คิดเลยว่าจะเป็นซูเจียวเจียว

       แม้ซูเจียวเจียวจะเป็นยุวชนที่ถูกส่งลงมาทำงาน แต่เธอมักจะมาตัดกระโปรงที่ร้านเขาบ่อยๆ และเป็นคนที่ชอบแต่งตัวมากที่สุดคนหนึ่ง แต่ทำไมวันนี้ถึงได้แต่งตัวแบบนี้เล่า...

       เสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีเขียวทหาร ผมเปียสองข้างที่เคยถักเรียบร้อยตอนนี้กลับยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดูเหมือนเพิ่งจะผ่านการเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย

       “อ้อ! คุณครูเฉินกับคุณยุวชนซูหรือครับ คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน...” ทั้งสองคนเป็นลูกค้าประจำของเขา ช่างเหยียนกล่าวพลางยิ้มอย่างประนีประนอม เขาไม่อยากให้การโต้เถียงของทั้งสองส่งผลกระทบต่อธุรกิจในร้านของเขา

       เมื่อรู้ว่าซูเจียวเจียวเป็นยุวชน คุณครูเฉินก็ดวงตาเป็นประกายเล็กน้อย พลางแค่นเสียงเย็นชา “เข้าใจผิดอะไรกันคะ ฉันว่าเธอจงใจต่างหาก ช่างเหยียน คุณจะเข้าข้างเธอไม่ได้นะคะ”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ “ช่างเหยียนคะ คุณเป็นช่างตัดเสื้อมาหลายสิบปีแล้ว รอยขาดแบบนี้คุณย่อมต้องรู้ทันทีว่าเกิดจากอะไร ขอความกรุณาคุณช่วยให้ความเป็นธรรมด้วยค่ะ จงบอกเล่าแก่ผู้คน ว่ารอยขาดนี้สตรีบอบบางอย่างฉันจะสร้างขึ้นได้อย่างไร”

       ช่างเหยียนตรวจดูรอยขาดบนกระโปรงของคุณครูเฉินอย่างละเอียด

       โชคดีที่กระโปรงเป็นสองชั้น แม้ชั้นนอกจะขาดเป็นรอย แต่ก็ไม่ถึงกับโป๊เปลือย

       ช่างเหยียนมองดูอยู่ครู่หนึ่งพลางเอ่ยอย่างประนีประนอม “คุณครูเฉินครับ รอยขาดบนเสื้อผ้าของคุณ ดูเหมือนจะถูกของมีคมบาดนะครับ ผมดูแล้วยุวชนซูเองก็ไม่ได้พกของมีคมอะไรติดตัวเลย หรือคุณครูเฉินลองคิดดูว่าวันนี้ไปไหนมาบ้างดีกว่าไหมครับ”

       สีหน้าของคุณครูเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับคิดอะไรขึ้นได้ ใบหน้าก็ดูไม่สู้ดีนัก จากนั้นก็หมดความฮึกเหิมไปเสียดื้อๆ

       ช่างเหยียนเป็นคนรู้จักวางตัวจึงรีบกล่าวเสริม “คุณครูเฉิน และยุวชนซู เข้าไปนั่งข้างในก่อนดีไหมครับ ให้ลูกศิษย์ผมช่วยปะกระโปรงให้ก่อน”

       ได้ยินดังนั้นสีหน้าของคุณครูเฉินก็ดูดีขึ้นมาก เธอถลึงตาใส่ซูเจียวเจียวทีหนึ่งแล้วพูดกับช่างเหยียน “เห็นแก่หน้าคุณนะคะ ฉันจะเข้าไปนั่งรอค่ะ”

       ซูเจียวเจียวรู้สึกขอบคุณช่างเหยียนที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้เธอ ตอนนี้เธอก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย อีกทั้งแดดยังร้อนจัด เธอจึงเดินตามเข้าไปในร้าน

       ช่างเหยียนมองผ้าลายตารางที่ซูเจียวเจียวยังไม่ได้เก็บกลับไปพลางยิ้มแล้วถาม “จะตัดกระโปรงหรือครับ”

       ซูเจียวเจียวส่ายหน้า “ไม่แล้วค่ะ ตอนนี้ยังไม่ตัดกระโปรง”

       เสื้อผ้าของเธอมีเยอะมากพอที่จะใส่ได้ ก่อนหน้านี้พอมีเงินก็อดไม่ได้ที่จะอยากได้ชุดใหม่

       “แล้วตัดเสื้อผ้าหรือครับ”

       “เสื้อผ้าที่บ้านมีพอใส่แล้วค่ะ พวกนี้ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ก่อน ไว้ค่อยว่ากันอีกทีค่ะ” ซูเจียวเจียวส่ายหน้าไปพลางคิดแผนการในใจอย่างรวดเร็ว

       ช่างเหยียนประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นซูเจียวเจียวไม่ตัดเสื้อผ้า

       พอดีคุณครูเฉินเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาแล้ว กระโปรงสีเหลืองของเธอนำไปให้ลูกศิษย์ในร้านช่วยซ่อมให้

       เมื่อได้ยินคำพูดของซูเจียวเจียว คุณครูเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนือกว่า “คนบ้านนอกอย่างคุณ วันๆ ก็เอาแต่ทำงานสกปรก จะไปใส่เสื้อผ้าดีๆ อะไรได้ อย่าเอาของดีๆ ไปทำให้เสียเปล่าเลย”

       ซูเจียวเจียวไม่อยากตอบโต้เธอ

       ตอนนี้จิตใจของเธอไม่ใช่เด็กสาววัยสิบกว่าอีกต่อไปแล้ว ย่อมไม่โกรธหรือโมโหเพราะคำพูดเพียงสองสามประโยค

       แต่แล้ว เสียงกรีดร้องของคุณครูเฉินก็พลันดังขึ้นอีกครั้ง

       “กรี๊ด! คุณทำอะไรน่ะ! คุณทำกระโปรงฉันพังหมดแล้ว!”

       คุณครูเฉินมองรอยปะชัดเจนบนกระโปรง เธอโกรธจนแทบจะคลั่งยิ่งกว่าเดิม

       ลูกศิษย์ตัวน้อยอธิบายอย่างอึดอัด “รอยขาดมันใหญ่เกินไป ถ้าไม่ใช้ผ้าซับข้างใน ก็จะเย็บไม่ติดเลยนะคะ...”

       ช่างเหยียนขมวดคิ้ว “รอยขาดนี้ไม่เล็กจริงๆ ด้วย คุณครูเฉินครับ ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็มองไม่เห็นหรอกครับ หรือว่าจะ...”

       ซูเจียวเจียวก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ รอยปะที่ดูไม่เอาไหนนี้มันน่าเกลียดจริงๆ

       แต่ในยุคนี้ ฝีมือการตัดเย็บก็เป็นเช่นนี้

       ชาติที่แล้วซูเจียวเจียวเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าชื่อดังระดับโลก รอยขาดแบบนี้เธอมีวิธีการซ่อมแซมให้เนียนไร้ที่ติเป็นสิบๆ วิธี พอเห็นรอยปะนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะอยากแสดงฝีมือ

       “คุณจะหัวเราะอะไรนักหนา! เห็นกระโปรงฉันพังแล้วคุณสะใจนักใช่ไหม!” คุณครูเฉินตาแดงก่ำ รู้สึกเสียดายจนปวดใจ

       “ไร้สาระ!” ซูเจียวเจียวในตอนแรกไม่อยากยุ่งแล้ว แต่พอเห็นช่างเหยียนที่ดูอึดอัด เธอก็ใจอ่อนขึ้นมา เพราะช่างเหยียนเข้ามาช่วยเธอคลี่คลายสถานการณ์จึงต้องมาเจอปัญหาจากผู้หญิงคนนี้

       “ช่างเหยียนคะ บางครั้งเราไม่สามารถคืนสภาพเดิมให้กับสิ่งของได้ แต่เราสามารถเติมอะไรบางอย่างลงไปได้ค่ะ...”

       ซูเจียวเจียวหยิบเศษผ้าสีเบจที่เข้ากับสีกระโปรงสีเหลืองจากกองเศษผ้าข้างๆ แล้วพับอย่างรวดเร็ว ทบไปทบมาเพียงไม่กี่ครั้ง ดอกกุหลาบสีเหลืองอ่อนนุ่มสวยงามที่ทำจากผ้าก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้น

       ช่างเหยียนเข้าใจทันที รีบรับดอกกุหลาบมาติดไว้เหนือรอยปะนั้น

       รอยปะที่น่าเกลียดถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด จนไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเป็นกระโปรงที่ขาด สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือเมื่อมีดอกกุหลาบประดับอยู่ กระโปรงกลับดูประณีตและสวยงามมากกว่าเดิม

       ดวงตาของคุณครูเฉินเป็นประกาย ความโกรธบนใบหน้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เธอหลงใหลในความงามของกระโปรงอย่างสมบูรณ์

       “ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริงๆ! ทำไมฉันถึงคิดไม่ถึงนะ!” ช่างเหยียนปรบมือหัวเราะอย่างยินดี

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ “แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ”

       “ยุวชนซูไม่ต้องถ่อมตัวหรอกครับ คุณใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถทำดอกกุหลาบที่ประณีตงดงามเช่นนี้ได้ แสดงว่าคุณมีมือที่ช่างประดิดประดอยจริงๆ” ช่างเหยียนมองซูเจียวเจียวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ทั้งชื่นชมและยกย่อง

       ซูเจียวเจียวไม่ได้รั้งรออยู่ในร้านตัดเสื้อนานนัก

       เมื่อคุณครูเฉินเปลี่ยนกระโปรงที่ซ่อมแซมเสร็จแล้วออกมา ก็ไม่เห็นซูเจียวเจียวแล้ว

       “ช่างเหยียนคะ ยุวชนซูไปไหนแล้วคะ”

       “เธอกลับหมู่บ้านไปแล้วครับ ทำไมหรือครับ คุณจะตามหาเธอหรือ”

       คุณครูเฉินเบะปาก สัมผัสดอกกุหลาบสามดอกที่หน้าอก แล้วพูดอย่างเขินๆ “ใครจะไปตามหาเธอคะ... ขอบคุณคุณมากนะคะช่างเหยียน”

       ช่างเหยียนหัวเราะ “ถ้าคุณจะขอบคุณ ก็ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ถ้าไม่ใช่ยุวชนซู กระโปรงตัวนี้ก็คงไม่ได้รับการซ่อมแซมให้สวยงามขนาดนี้หรอกครับ”

       ...

       ซูเจียวเจียวไปที่สหกรณ์อีกครั้ง ซื้อผ้าบางส่วนด้วยบัตรแลกผ้า จากนั้นก็รีบไปที่ป้ายรถประจำทาง พบว่าทุกคนขึ้นรถไปหมดแล้ว ฮั่วเจี้ยนจงก็อยู่บนรถด้วย และบังเอิญเหลือที่นั่งเพียงที่เดียว

       แถมยังเป็นที่นั่งริมหน้าต่างแถวสุดท้ายอีกด้วย

       ซูเจียวเจียวมุมปากกระตุกเล็กน้อย นี่มันช่าง...


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^