บทที่ 184 ซื้อภาพวาด [1]
บทที่ 184 ซื้อภาพวาด [1]
ซูเหวินเฉิงเดือดดาล “เขาจะกล้าได้ยังไง!”
“คุณจะพูดว่ากล้าไม่กล้าไปทำไม! เกิดวันนั้นมาถึงจริงๆ คำพูดของคุณมันจะช่วยอะไรได้เหรอ! เพราะอย่างนั้น ฉันเลยอยากให้ชิงชิงได้เข้ามหาวิทยาลัยด้วย พอถึงตอนนั้น ชิงชิงกับจี้หลิงจะได้มีเรื่องคุยกันเยอะๆ จี้หลิงก็จะได้ไม่รังเกียจชิงชิงที่ไม่จบมหาวิทยาลัยไง ใช่ไหมคะ?”
คำพูดของหลี่เหมยอิงทำให้ซูเหวินเฉิงใจเต้นระรัว เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “งั้นก็ให้ชิงชิงเริ่มทบทวนบทเรียนตั้งแต่ตอนนี้เลย พอถึงตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ ก็ให้เธอสอบใหม่ พยายามสอบให้ติดมหาวิทยาลัยที่จิงเฉิงเหมือนกัน ทั้งคู่จะได้อยู่ใกล้กัน พอชิงชิงเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยด้วย จี้หลิงก็น่าจะไม่มีข้อกังขาอะไรแล้ว”
หลี่เหมยอิงตีซูเหวินเฉิงเบาๆ “คุณคิดว่ามหาวิทยาลัยเข้ากันง่ายๆ หรือไง! ฉันได้ยินมาว่าปีนี้มีคนสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลายล้านคนเลยนะ! แต่คนที่สอบติดจริงๆ มีแค่หยิบมือเดียว การสอบเข้ามหาวิทยาลัยมันยากมาก คุณคิดว่ามันง่ายเหรอ!”
ซูเหวินเฉิงขมวดคิ้ว “ถึงจะยากก็ต้องสอบไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นจะทำยังไง? สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสามีภรรยาคือการก้าวหน้าไปด้วยกัน ไม่อย่างนั้นคนหนึ่งหยุดอยู่กับที่ ส่วนอีกคนหนึ่งเดินหน้าไปเรื่อยๆ ในอนาคตก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องหรอก”
“เรื่องที่คุณพูดน่ะ คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ! แต่ปัญหาคือความสามารถของชิงชิงมันยากที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้น่ะสิ! ถ้าปีนี้เธอยังสอบไม่ติดอีกจะทำยังไง?”
หลี่เหมยอิงเห็นซูเหวินเฉิงขมวดคิ้วครุ่นคิด จึงพูดจาใส่ร้ายอย่างต่อเนื่อง “เพราะอย่างนี้แหละค่ะ ฉันถึงได้บอกให้เจียวเจียวสละใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยให้ชิงชิงไปเรียนแทน พอชิงชิงได้เรียนมหาวิทยาลัย ก็จะได้ไปจิงเฉิงพร้อมกับจี้หลิงได้เลย”
ใครจะรู้ว่าซูเหวินเฉิงได้ยินดังนั้น ก็ส่ายหน้าโดยไม่ลังเล “ไม่ได้หรอก! นี่เป็นมหาวิทยาลัยที่เจียวเจียวสอบติดมาด้วยความยากลำบาก จะไปยกให้ชิงชิงง่ายๆ ได้ยังไง! ถ้ายกให้ชิงชิงแล้ว เจียวเจียวจะทำยังไง! อาหมิงคงไม่ยอมแน่ๆ อย่าให้ถึงตอนที่อาหมิงเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่เจียวเจียวกลับไม่มีโอกาสได้เรียนเลย”
หลี่เหมยอิงโกรธจนยื่นมือไปหยิกแขนซูเหวินเฉิงอย่างแรง “อย่างคุณจะรู้อะไร! เจียวเจียวฉลาดขนาดนั้น แค่ให้เธอสอบใหม่อีกครั้งก็ได้แล้ว ถึงตอนนั้นก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงเฉิงได้อีกครั้งไม่ใช่เหรอ!”
“คุณเองก็บอกว่ามหาวิทยาลัยเข้ายากขนาดนั้น”
“เจียวเจียวสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงตั้งแต่ครั้งแรกได้ แสดงว่าให้เธอสอบอีกครั้งก็ไม่มีปัญหาแน่นอน อีกอย่าง ฉันเห็นอาหมิงกับเจียวเจียวรักกันดีขนาดนั้น คงยินดีที่จะรอเธออีกปีหนึ่งแน่ๆ แต่ชิงชิงไม่เหมือนกัน เธอสอบไม่ติดน่ะสิ ชิงชิงก็ลูกสาวของคุณนะ คุณไม่เป็นห่วงเลยเหรอ?”
ซูเหวินเฉิงพลันขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ “ลูกทั้งสองก็เหมือนเนื้อในอกทั้งสองข้าง มันจะเปิดปากพูดยังไงได้ล่ะ! ไม่ได้ๆ เรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน! ตอนที่จี้หลิงกับชิงชิงแต่งงาน ผมก็รู้สึกผิดต่อเจียวเจียวมากพอแล้ว ถ้าทำแบบนี้อีก มันจะเกินไปหน่อยแล้ว”
“ฮึ่ม! ไอ้คนไร้ประโยชน์!” หลี่เหมยอิงโกรธจนด่าออกมา
ซูเหวินเฉิงกล่าว “เมื่อกี้คุณไปคุยกับเจียวเจียวมาแล้วใช่ไหม?”
หลี่เหมยอิงพยักหน้า “นางเด็กเหลือขอนั่นไม่ยอม ท่าทางดื้อรั้นเหมือนลาเลย”
“ในเมื่อเธอไม่ยอม คุณก็อย่าไปเซ้าซี้กับเธออีกเลย นี่เป็นสิ่งที่เจียวเจียวคว้ามาได้ด้วยตัวเอง ถ้าจะโทษก็โทษชิงชิงเองที่ไม่มีความสามารถ ชิงชิงเอาแต่ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ไม่ทำงานทำการ วันๆ เอาแต่เล่น แม้แต่มหาวิทยาลัยยังสอบไม่ติด แล้วยังมีหน้ามาอ้างโน่นอ้างนี่อีก”
“คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ไม่มีใครพูดถึงลูกสาวตัวเองแบบนั้นหรอก!” หลี่เหมยอิงโกรธจนหยิกเขาอีกครั้ง ทำให้ซูเหวินเฉิงเจ็บจนหน้าเหยเก
...
เพราะซูเจียวเจียวไม่ยอมทำตามที่หลี่เหมยอิงขอ ทำให้วันรุ่งขึ้นหลี่เหมยอิงมองซูเจียวเจียวด้วยสายตา และท่าทางไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนซูเจียวเจียวหลังจากจัดของเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปซื้อตั๋วรถกับเซียวหยวนหมิง เพื่อเตรียมซื้อตั๋วสำหรับเดินทางไปจิงเฉิงในวันพรุ่งนี้
หลังจากซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงออกจากบ้าน หลี่เหมยอิงก็คิดจะแอบเข้าไปในห้อง แต่พอบิดลูกบิดประตู กลับเปิดไม่ออก!
“นางเด็กเหลือขอ! ออกไปข้างนอกยังจะลงกลอนประตูอีก! ป้องกันใครกันแน่!”
หลี่เหมยอิงโกรธจนเตะประตูหนึ่งที แล้วหันหลังเดินจากไป
แต่เดินไปไม่กี่ก้าว เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ในเมื่อซูเจียวเจียวลงกลอนประตู แสดงว่าต้องมีของสำคัญอยู่ข้างใน ไม่แน่ว่าใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยอาจอยู่ในห้องก็ได้ ไม่อย่างนั้นจะลงกลอนประตูทำไม!
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเธอยังไม่เคยลงกลอนประตูเลย!
หลี่เหมยอิงรีบหาอุปกรณ์มาทุบกลอนประตูให้พัง แล้วเข้าไปรื้อค้นในห้อง นอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ของดองและเนื้อรมควันที่นำมา รวมถึงหนังสือบางเล่ม ก็ไม่มีของอื่นใดอีกแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงใบตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยเลย แม้แต่เงินสักอีแปะก็ไม่เจอ!
เธอนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงออกจากบ้าน กระเป๋าเป้สะพายหลังของเซียวหยวนหมิงดูป่องๆ คงจะใส่ของสำคัญทุกอย่างไว้ในกระเป๋าหมดแล้ว!
ให้ตายเถอะ!
ของเอาไปหมดแล้วยังจะลงกลอนประตูทำไม!
นี่มันจงใจแกล้งเธอชัดๆ!
หลี่เหมยอิงโกรธจนปิดประตูดังปัง แล้วลงกลอนประตูใหม่
ที่ถนน ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงซื้อตั๋วรถเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็เดินเล่นในห้างสรรพสินค้า
ซูเจียวเจียวเห็นร้านขายขนมเค้กเล็กๆ ดวงตาก็พลันเปล่งประกาย เซียวหยวนหมิงเห็นท่าทางของเธอ ก็รู้ความนัยในใจของเธอทันที จึงจูงมือซูเจียวเจียวเดินตรงไปที่ร้าน
นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวหยวนหมิงเห็นขนมแบบนี้ เขาก็รู้สึกแปลกใหม่เช่นกัน จึงซื้อมาอย่างละชิ้น พอจ่ายเงินและบัตรแลกธัญพืชเสร็จ ซูเจียวเจียวก็กินอย่างเอร็ดอร่อย
“เจียวเจียว ในเมื่อเราเอาของออกมาหมดแล้ว ทำไมคุณยังลงกลอนห้องไว้อีกเล่า?” เซียวหยวนหมิงป้อนขนมปังอบชิ้นหนึ่งเข้าปากซูเจียวเจียวพลางถามด้วยความสงสัย
ในดวงตาของซูเจียวเจียวมีแววเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้น “ฉันจงใจลงกลอนไว้ แม่ของฉันคงต้องทุบมันแน่ๆ พอเธอทุบเข้าไปแล้วกลับไม่เจออะไร เธอก็จะยิ่งโกรธมากขึ้น ใครใช้ให้เธอแกล้งฉันล่ะ ฉันก็แค่ตั้งใจทำให้เธอไม่พอใจ ทำให้เธอโมโห”
เซียวหยวนหมิงมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความรัก “ตอนนี้เราซื้อตั๋วรถเรียบร้อยแล้ว ต่อไปคุณอยากไปไหน? หรือจะกลับบ้านเลย?”
ซูเจียวเจียวส่ายหน้า “ไม่กลับบ้านหรอก เราไปกินข้าวข้างนอกกันตอนเย็น พอเล่นจนมืดค่ำแล้วค่อยกลับ จะได้ไม่ต้องกลับไปเจอหน้าบึ้งตึงของเธอ”
ซูเจียวเจียวเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ดวงตาของเธอก็เปล่งประกาย “ฉันจะพาคุณไปที่ที่หนึ่ง!”
พูดจบ เธอก็จูงมือเซียวหยวนหมิงเดินไปทันที
เซียวหยวนหมิงเดินตามหลังเธอไปอย่างสงสัย “ที่ไหนหรือครับ?”
“เดี๋ยวไปถึงแล้วคุณก็รู้เองค่ะ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซูเจียวเจียวจูงเซียวหยวนหมิงเลี้ยวไปเลี้ยวมา ผ่านตรอกซอกซอยนับสิบ สุดท้ายก็มาถึงบริเวณที่ดูทรุดโทรมและรกร้างแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีคนไม่มากนัก แต่ก็มีบางคนตั้งแผงขายของอยู่
ในดวงตาของเซียวหยวนหมิงปรากฏแววประหลาดใจ เขาพูดเบาๆ “ที่นี่คือตลาดมืดเหรอ? คุณรู้ได้ยังไง?”
“ครั้งหนึ่งฉันเดินเล่นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมาย แล้วบังเอิญเดินเข้ามาที่นี่ เลยพบว่าที่นี่มีคนแอบขายของอยู่น่ะค่ะ” ซูเจียวเจียวหัวเราะพลางมองแผงลอยสองสามแผงที่กระจัดกระจายอยู่
มีร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายรองเท้า และร้านขายของชำ
แต่ซูเจียวเจียวไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เลย เธอตรงดิ่งไปที่แผงขายภาพเขียนและตัวอักษรพร้อมกับเซียวหยวนหมิง
ตอนนี้ภาพเขียนและตัวอักษรเหล่านี้ยังไม่มีคนสนใจ ราคาถูกมาก
แต่ในอีกไม่กี่ปี สิบกว่าปีต่อมา มูลค่าของพวกมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 21 มูลค่าของพวกมันจะพุ่งสูงขึ้นจนราคาสูงลิ่ว!
จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g