บทที่ 185 ซื้อภาพวาด [2]
บทที่ 185 ซื้อภาพวาด [2]
จะรออะไรอีกล่ะ ถ้าไม่รีบคว้าโอกาสทองตอนนี้ แล้วจะคว้าตอนไหน?
โอกาสดีๆ แบบนี้มีหรือจะพลาดไปได้!
ในชาติที่แล้วเธอไม่รู้เรื่องพวกนี้ เลยพลาดโอกาสไป ได้แต่เฝ้ามองคนอื่นร่ำรวยด้วยความอิจฉา
แต่ชาตินี้ เธอจะต้องลงมือทำอย่างเต็มที่!
“แม่หนู สนใจซื้อภาพเขียนไหม? ลุงลดราคาให้เป็นพิเศษเลยนะ” เจ้าของแผงลอย ซึ่งเป็นลุงวัยประมาณห้าสิบปี เอ่ยปากถามเบาๆ เมื่อเห็นซูเจียวเจียวมองมา
ภาพเขียนพวกนี้เป็นของที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม ทำเงินได้ยาก เขาตั้งแผงมาหลายวันแล้ว ยังขายไม่ได้แม้แต่ภาพเดียว ไม่เหมือนคนอื่นที่ขายเสื้อผ้า รองเท้า หรือของเบ็ดเตล็ด ที่ทำเงินได้มากมายในแต่ละวัน
“ฉันขอดูหน่อยนะคะ” ซูเจียวเจียวมองสำรวจไปรอบๆ ในที่สุดเธอก็พบภาพเขียนภาพหนึ่ง เป็นผลงานของอาจารย์ฉี
ตอนนี้ผลงานของอาจารย์ฉียังไม่มีราคา แต่ในอนาคตกลับมีมูลค่ามหาศาล!
ในภายภาคหน้า ผลงานของอาจารย์ฉีบางชิ้นสามารถขายได้ในราคาแพงลิบลิ่ว!
โดยเฉพาะภาพวาด ‘สนผินทิวสน’ (ภาพต้นสนและต้นไซเปรส) ที่ขายไปกว่า 400 ล้านหยวน!
แม้ภาพที่เห็นตรงหน้าจะไม่ใช่ภาพนั้น แต่ก็เป็นภาพ ‘ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วง’ ของอาจารย์ฉี ซึ่งก็ถือว่าไม่เลวเลย
“ภาพนี้ขายเท่าไรคะ?” ซูเจียวเจียวทรุดตัวลงชี้ไปที่ภาพ ‘ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วง’ แล้วถาม
เจ้าของแผงลอยยิ้ม “แม่หนูตาถึงจริงๆ ภาพนี้เป็นภาพที่ดีที่สุดในร้านของผมเลยนะ ราคานี้เลย”
พลางยื่นมือแบออก
“ห้าสิบเหรอคะ?” ซูเจียวเจียวถาม
เจ้าของแผงส่ายหน้า “ห้าสิบได้ยังไง! แม่หนู พูดเล่นหรือเปล่า! ภาพนี้ห้าร้อย”
ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็ทำท่าตกใจอย่างแรง “หะ… ห้าร้อย! นี่ลุงจะปล้นกันเหรอคะ!!”
แม้แต่เซียวหยวนหมิงก็ตกใจไม่น้อย ภาพอะไรกันที่แพงถึงห้าร้อย!
แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่ยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ
เจียวเจียวไม่ใช่คนชอบซื้อภาพ เธอจะซื้อย่อมต้องมีเหตุผลของเธอ
“นี่คือภาพของอาจารย์ฉี คุณรู้จักไหม?”
“ถึงจะเป็นภาพของอาจารย์ฉีก็เถอะ ลุงก็เรียกราคาสูงเกินไปแล้ว สูงจนน่าเหลือเชื่อ มิน่าถึงไม่มีใครมาถามเลย” ซูเจียวเจียวส่ายหน้ายิก “ฉันก็แค่รู้สึกว่ามันดูเข้าท่าดี คิดจะซื้อไปแขวนไว้ในห้องหนังสือ แต่ราคานี้มันแพงเกินไป ฉันไม่เอาดีกว่าค่ะ”
พูดพลางทำท่าจะเดินออกไป
เจ้าของแผงลอยเห็นว่านานๆ ทีจะมีคนมาถาม มีหรือจะปล่อยให้เธอไปง่ายๆ จึงตะโกนเรียก “แม่หนู อย่าเพิ่งรีบไปสิ! ถ้าแม่หนูคิดว่าแพงไปก็ต่อรองราคาได้นะ ยังไม่ทันเสนอราคาเลยจะเดินหนีไปแล้ว”
“แล้วลุงจะให้ฉันเท่าไรคะ?”
“แม่หนูเสนอราคามาเลย”
“ห้าสิบหยวนค่ะ”
“น้อยเกินไปๆ ขายไม่ได้ๆ งั้นเอาอย่างนี้ สามร้อยหยวนเป็นอย่างไร?”
“ไม่ค่ะ ห้าสิบหยวนค่ะ”
“แม่หนู ห้าสิบมันน้อยไปจริงๆ ขายไม่ได้ๆ ลุงขอเพิ่มอีกหน่อย เพิ่มอีกหน่อยนะ สองร้อยก็แล้วกัน”
สุดท้าย ด้วยการต่อรองของซูเจียวเจียว เธอซื้อภาพนั้นมาได้ในราคาหนึ่งร้อยหยวน!
นอกจากผลงานของอาจารย์ฉีแล้ว ซูเจียวเจียวก็ซื้อภาพเขียนอื่นๆ มาด้วย แม้จะไม่รู้ว่าเป็นผลงานของใคร แต่ก็ดูดีไม่น้อย เธอตั้งใจจะเก็บไว้แขวนประดับห้องหนังสือของตัวเอง
และยังได้ซื้อหนังสืออีกสองเล่ม
ทั้งหมดนี้รวมแล้วเป็นเงินหกสิบหยวน
เซียวหยวนหมิงเป็นคนจ่ายเงิน ซูเจียวเจียวเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าของเขา แล้วทั้งสองก็เดินเลือกซื้อของต่อ หลังจากนั้นก็ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำแล้ว
แน่นอนว่าเมื่อกลับถึงบ้าน ก็เห็นใบหน้าบึ้งตึงของหลี่เหมยอิง ซูเจียวเจียวไม่สนใจ เธอหยิบบุหรี่หนึ่งแถบ เหล้าสองขวด และขนมขบเคี้ยวบางส่วนให้ซูเหวินเฉิง แล้วบอกกับเขาว่าเธอจะขึ้นรถไฟไปจิงเฉิงในเช้าวันพรุ่งนี้
ซูเหวินเฉิงไม่ได้รั้งเธอไว้ “ลูกกับอาหมิงไปจิงเฉิงแต่เนิ่นๆ ก็ดี จะได้รีบไปจัดการเรื่องที่นั่นให้เรียบร้อย มีอะไรก็เขียนจดหมายมาบอกที่บ้าน หรือไม่ก็โทรเข้าที่ทำงานของพ่อ พ่อรับสายได้”
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ซูเจียวเจียวเพิ่งตื่นได้ไม่นาน ซูชิงชิงก็มาหา
“พี่คะ ฉันได้ยินแม่บอกว่าพี่กับพี่เขยจะไปแล้ว เลยมาส่ง แล้วก็เอาของมาฝากด้วยค่ะ” ซูชิงชิงยิ้มแล้วพูด
“ไม่เป็นไรหรอก” ซูเจียวเจียวตอบอย่างเย็นชา
เธอมาที่นี่หลายวันแล้ว ซูชิงชิงไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง ทำไมตอนนี้ถึงได้ดีกับเธออย่างกะทันหัน แบบนี้จะต้องมีแผนการอะไรบางอย่างแน่นอน
และแล้วก็เป็นไปตามคาด ซูชิงชิงบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว จึงชวนเธอไปคุยในห้อง
ซูเจียวเจียวตอบ “ได้สิ”
พอเข้าไปในห้อง ซูชิงชิงก็ปิดประตูห้อง แล้วมองมาที่เธอด้วยท่าทางอ่อนแอและน่าสงสาร “พี่คะ ฉัน... ฉันอยากได้...”
“เพียะ!”
คำพูดของเธอยังไม่ทันจบดี ฝ่ามือข้างหนึ่งก็ฟาดลงบนใบหน้าของเธออย่างแรง ทำให้ซูชิงชิงยืนนิ่งด้วยความตกใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอึ้งงัน ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“ฝ่ามือนี้สอนให้เธอรู้จักที่ต่ำที่สูง!” ซูเจียวเจียวพูดแทรกด้วยสายตาเย็นชา “แล้วอีกอย่าง สิ่งที่ไม่ใช่ของเธอ อย่าได้คิดอยากได้!”
ซูชิงชิงมองมาที่เธอด้วยสีหน้าตกใจและงุนงง ราวกับไม่คิดว่าซูเจียวเจียวจะกล้าตบเธอ!
ย้อนไปสามปีก่อนที่ซูเจียวเจียวจะไปชนบท เธอยังดีกับซูชิงชิงมาก
อะไรที่เธออยากได้ เพียงเอ่ยปากขอ และมีแม่มาช่วยพูด พี่สาวก็จะยอมยกให้เธอเสมอ!
แต่ตอนนี้ เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย ก็โดนซูเจียวเจียวตบแล้ว!
นี่มันเกินความคาดหมายของเธอไปมาก!
ดวงตาของซูชิงชิงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เธอพยายามหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง เพื่อระงับความโกรธที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ
เธอใช้มือข้างหนึ่งกุมใบหน้าไว้ แล้วพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวด “ฉันรู้ว่าพี่ต้องโกรธฉันเรื่องพี่หลิง แต่พี่หลิงเขารักฉัน และพวกเราก็มีความสัมพันธ์กันแล้ว ฉันก็ทำอะไรไม่ได้! พี่อย่าโกรธเลยได้ไหมคะ? ตอนนี้ฉันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ เลยต้องมาขอร้องพี่ พี่จะยอมยกโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยให้ฉันได้ไหม!”
เพื่อที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้ทัดเทียมกับพี่หลิง เธอจึงต้องเอ่ยปากขอ!
ไม่อย่างนั้น มีหรือที่เธอจะยอมให้ซูเจียวเจียวตบตีเธอได้!
ซูเจียวเจียวเยาะเย้ย “ซูชิงชิง เธอนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ! อย่าคิดว่าสิ่งที่เธอทำจะไม่มีใครรู้! จี้หลิงเขารักเธอจริงๆ งั้นเหรอ? ฉันเพิ่งไปชนบทได้แค่ครึ่งปี เธอก็แอบเลียนแบบลายมือฉันเขียนจดหมายไปหาจี้หลิง บอกว่าฉันแต่งงานไปแล้วที่ชนบท แล้วยังฉวยโอกาสตอนจี้หลิงเมา ปีนขึ้นเตียงเขาอีก!”
ซูชิงชิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยสีหน้าตกใจและหวาดผวาอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับไม่คิดว่าซูเจียวเจียวจะรู้เรื่องทุกอย่างแจ่มแจ้งถึงเพียงนี้!
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของซูชิงชิง แววตาของซูเจียวเจียวก็ยิ่งเย็นชาลงไปอีก
ชาติที่แล้ว เธอเพิ่งได้ยินเรื่องนี้จากปากของจี้หลิง หลังจากกลับมาที่เมืองหลวงได้หนึ่งปี
แม้เธอจะไม่ชอบจี้หลิง แต่สิ่งที่ซูชิงชิงทำก็ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงจริงๆ
“จี้หลิงเป็นพี่เขยของเธอ เธอทำแบบนี้ ช่างไร้ยางอายจริงๆ!”
ซูชิงชิงเห็นว่าความลับถูกเปิดเผย ก็เลยไม่แกล้งทำเป็นไร้เดียงสาอีกต่อไป เธอปล่อยมือที่ปิดหน้าออก แล้วมองซูเจียวเจียวด้วยสายตาอาฆาตแค้น “แล้วยังไง! ฉันก็แค่รักจี้หลิง! ฉันก็เป็นลูกสาวของบ้านซูเหมือนกัน โตมาด้วยกันกับจี้หลิงเหมือนกัน! ทำไมเขาถึงได้รักแต่เธอ! แต่ตอนนี้เขาเป็นสามีของฉันแล้ว ส่วนเธอทำได้แค่แต่งงานกับชาวนา!”
ทั้งๆ ที่ซูเจียวเจียวไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ แต่กลับสวยกว่า ฉลาดกว่า และเก่งกว่าเธอ สมัยเรียนก็ได้รับคำชื่นชมจากครูบาอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นทุกที่ แม้แต่ในละแวกบ้านก็ได้รับคำชมจากเพื่อนบ้านทุกหนแห่ง ส่วนเธอเหมือนคนไร้ตัวตน ถูกรัศมีของซูเจียวเจียวปกคลุมอยู่ตลอดเวลา!
จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g