LNCrawler

บทที่ 187 จิงเฉิง [2]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 187 จิงเฉิง [2]

        อย่างไรเสีย ของพวกนี้เขาก็ไม่กล้ากิน เก็บรักษาไว้ให้ดีเสียก่อน หากในอนาคตเจียวเจียวกับอาหมิงต้องการ เขาก็ค่อยนำออกมา

       ก่อนซูเจียวเจียวจะขึ้นรถไฟ ซูเหวินเฉิงยัดอะไรบางอย่างใส่กระเป๋าเสื้อของเธอ ซูเจียวเจียวล้วงออกมาดู ก็พบว่าเป็นปึกธนบัตร

       ล้วนเป็นธนบัตรใบละสิบหยวนทั้งสิ้น

       เธอยกศีรษะขึ้น ก็พบว่าซูเหวินเฉิงเดินไปไกลแล้วจึงโบกมือให้เธอ “รีบขึ้นรถเถอะ”

       ดวงตาของซูเจียวเจียวแดงก่ำ เซียวหยวนหมิงจับมือเธอเบาๆ “ในเมื่อเป็นคุณพ่อให้มา คุณก็รับไว้เถอะ ท่านจะได้สบายใจ ผมดูออกว่าคุณพ่อยังรักคุณมาก”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า และโบกมือให้ซูเหวินเฉิง

       รถไฟเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างของซูเหวินเฉิงก็ค่อยๆ กลายเป็นจุดดำเล็กๆ หายลับไปจากสายตา

       ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงซื้อตั๋วเตียงนอนเช่นกัน ต้องนั่งรถไฟสิบสองชั่วโมงกว่าจะถึงจิงเฉิง คาดว่าจะถึงประมาณสองทุ่มถึงสามทุ่ม

       หลังจากเข้าตู้รถไฟ ซูเจียวเจียวนับเงินที่ซูเหวินเฉิงให้มา ก็พบว่าเป็นเงินถึงหนึ่งพันหยวน!

       คราวที่แล้วพ่อให้มาห้าร้อยหยวน แต่เธอไม่รับ และถูกหลี่เหมยอิงแย่งกลับไป ไม่คิดเลยว่าคราวนี้พ่อจะยัดเงินมาให้ถึงหนึ่งพันหยวน!

       นี่เป็นเงินเดือนทั้งปีของพ่อเธอแล้ว

       เมื่อหักค่าใช้จ่ายประจำวัน และเงินที่เคยส่งให้เธอเดือนละยี่สิบหยวน หนึ่งพันหยวนนี้ต้องเป็นเงินที่พ่อเธอเก็บสะสมมานานมากแน่ๆ

       และหนึ่งพันหยวนนี้ ในยุคนั้นถือเป็นเงินก้อนโตมาก

       เพราะเซียวหยวนซินซื้อบ้านในตัวอำเภอที่ชนบทยังแค่หกร้อยหยวนเท่านั้น

       หนึ่งพันหยวนเป็นค่าใช้จ่ายในการครองชีพหลายปีของหลายๆ ครอบครัวเลยทีเดียว!

       เซียวหยวนหมิงก็แปลกใจเช่นกัน “ต่อไปพวกเราจะดูแลท่านอย่างดี”

       “ค่ะ” ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างหนักแน่น จากนั้นก็เก็บเงินไว้ในที่ปลอดภัยอย่างระมัดระวัง

       โชคดีที่ตอนนี้ในตู้รถไฟมีแค่เธอกับอาหมิงสองคน และประตูตู้รถไฟก็ปิดอยู่ ไม่มีใครเห็น มิฉะนั้นถ้าคนอื่นเห็นเงินจำนวนมากขนาดนี้อยู่กับเธอ คงต้องคิดไม่ซื่อแน่

       อันที่จริงนอกจากเงินหนึ่งพันหยวนนี้แล้ว เงินที่เธอและอาหมิงเก็บสะสมไว้ตลอดสามปีที่ผ่านมา ก็เอามาทั้งหมด

       ไม่ได้ทิ้งไว้ที่บ้านแม้แต่หยวนเดียว

       ที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่ ทิ้งเงินไว้ก็ง่ายต่อการถูกขโมย จึงนำติดตัวมาทั้งหมด

       เซียวหยวนซินมีงานทำของตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่ต้องการเงินจากเธอและอาหมิง

       เวลาสามทุ่มครึ่ง รถไฟก็มาถึงจิงเฉิงในที่สุด ทันทีที่ลงจากรถไฟ ซูเจียวเจียวก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว

       แม้ว่าเธอจะสวมเสื้อผ้าหลายชั้น แต่สภาพอากาศในจิงเฉิงก็หนาวเย็นกว่าหนานเฉิงมาก

       เซียวหยวนหมิงแทบจะถือสัมภาระทั้งหมด เขาเว้นมือข้างหนึ่งไว้จับมือซูเจียวเจียว “พวกเราไปพักที่โรงแรมคืนหนึ่งก่อน พรุ่งนี้ค่อยไปหาบ้านกันเถอะ”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า “ได้ค่ะ”

       ทั้งสองคนไปถึงโรงแรม แล้วเปิดห้องหนึ่งห้อง ราคาหนึ่งหยวนห้าเหมาต่อวัน ราคาในเวลานั้นไม่แพง สภาพของโรงแรมถือว่าใช้ได้ มีน้ำร้อน ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำให้ แต่ห้องไม่เก็บเสียง

       ซูเจียวเจียวขี้หนาว อาบน้ำอย่างรวดเร็วแล้วเข้าห้องไป เซียวหยวนหมิงซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มแล้ว และทำให้ผ้าห่มอุ่นแล้ว

       เมื่อซูเจียวเจียวเข้าไปนอน ก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทันที

       เซียวหยวนหมิงหนีบเท้าของเธอไว้ระหว่างขาของเขา ทำให้ขาของเธอไม่หนาว จากนั้นก็กอดเธอไว้ ซูเจียวเจียวรู้สึกอบอุ่นขึ้นมากเมื่อมีเตาผิงขนาดใหญ่อย่างเขา

       “เจียวเจียว คุณอยากได้บ้านแบบไหน คิดเอาไว้หรือยัง?”

       ซูเจียวเจียวคิดอย่างจริงจัง “เรื่องหาบ้านไม่รีบเท่าไรหรอกค่ะ เราสามารถไปมหาวิทยาลัยเพื่อจัดการเรื่องการลงทะเบียนก่อน และฝากสัมภาระไว้ที่หอพักของมหาวิทยาลัย จากนั้นค่อยๆ หาบ้าน ไม่เช่นนั้นถ้าเรารีบร้อนเกินไป บ้านที่หามาอาจจะไม่ดีก็ได้นะคะ”

       เพราะความรีบร้อนมักจะนำมาซึ่งความผิดพลาด

       เซียวหยวนหมิงพยักหน้า “อืม คุณพูดถูก งั้นพรุ่งนี้เราไปมหาวิทยาลัยก่อนดีกว่า”

       ซูเจียวเจียวยิ้มหวานมองเขา “แล้วคุณล่ะ? ชอบบ้านแบบไหนคะ?”

       “บ้านที่มีคุณอยู่” เซียวหยวนหมิงหัวเราะเบาๆ แล้วประทับจูบที่ริมฝีปากของเธอ

       ที่ใดมีเจียวเจียว ที่นั่นคือบ้าน

       ซูเจียวเจียวโอบรอบคอเขา แล้วจูบตอบเขาเช่นกัน “ปากหวานจริงๆ เลย”

       “แต่ผมพูดจากใจจริงนะ” เซียวหยวนหมิงจูบตอบเธออย่างดูดดื่ม

       ทว่าด้วยที่เป็นเพียงที่พักชั่วคราว เสียงจึงเล็ดลอดง่าย ทั้งสองจึงไม่กล้าทำเสียงดังเกินควร เพราะเกรงว่าผู้ที่พักอาศัยห้องข้างเคียงจะได้ยิน แล้วต้องอับอายขายหน้า

       เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนล้างหน้าเสร็จก็ออกไปกินอาหารเช้าด้วยกัน

       ซูเจียวเจียวรู้สึกทั้งคิดถึงและตื่นเต้นกับจิงเฉิงในยุคนี้ ชาติที่แล้วเธอเรียนมหาวิทยาลัยที่หนานเฉิง และไม่ค่อยได้มาจิงเฉิง พอเธอมาเที่ยวจิงเฉิงในภายหลัง จิงเฉิงก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีบรรยากาศย้อนยุคแบบนี้แล้ว

       เมื่อคืนกลางดึกมีหิมะตก สภาพแวดล้อมโดยรอบจึงกลายเป็นสีขาวโพลน บนถนนมีผู้คนเดินไปมาแล้วไม่น้อย

       ตรงข้ามโรงแรมมีร้านอาหารเช้าของรัฐ ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงไปถึง ก็พบว่าในร้านมีคนมากมาย ที่นั่งเกือบเต็มหมดแล้ว ทุกคนต่างก็เบียดเสียดกันนั่งโต๊ะเดียวกัน

       ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงก็ไปนั่งร่วมโต๊ะกับคนอื่น

       เซียวหยวนหมิงถาม “คุณนั่งตรงนี้แหละ เดี๋ยวผมไปซื้ออาหารเช้าให้ คุณจะกินอะไร?”

       เมื่อได้กลิ่นเสี่ยวหลงเปาหอมกรุ่น ซูเจียวเจียวก็รู้สึกน้ำลายสอ “เอาเสี่ยวหลงเปาหนึ่งเข่ง ฉันอยากได้เต้าฮวยหนึ่งชาม แล้วก็ปาท่องโก๋หนึ่งชิ้นด้วยค่ะ ส่วนคุณอยากกินอะไรก็ซื้อสิ่งที่คุณชอบกินเถอะ”

       “ได้เลย” เซียวหยวนหมิงยิ้มอย่างอ่อนโยน

       ไม่นานเสี่ยวหลงเปาหอมกรุ่นก็มาถึง เสี่ยวหลงเปาในจิงเฉิงยุคนั้นยังคงเป็นของแท้และอร่อยมาก แป้งบาง น้ำแกงเยอะ เนื้อนุ่มและสดใหม่มาก

       แม้แต่ซูเจียวเจียวที่มีท้องเล็กๆ ก็ยังกินไปหนึ่งเข่ง เซียวหยวนหมิงกินไปสองเข่ง

       ซูเจียวเจียวยังกินเต้าฮวยไปหนึ่งชาม ปาท่องโก๋สุดท้ายเธอฝืนกินเข้าไป เพราะถ้ากินไม่หมดก็เสียดาย!

       สุดท้ายก็กินจนพุงป่อง ซูเจียวเจียวเรอไปพลางพูดไปพลาง “พรุ่งนี้เช้าฉันต้องกินให้น้อยลงแล้วล่ะ นี่ฉันกินอิ่มจนพุงจะแตกแล้ว”

       “งั้นเราเดินย่อยอาหารกันเถอะ” เซียวหยวนหมิงยิ้ม

       หลังอาหาร ทั้งสองคนเดินเล่นรอบๆ สักพัก แล้วก็กลับไปที่โรงแรม เพื่อนำสัมภาระไปมหาวิทยาลัยจิงเฉิง

       ทั้งสองคนนั่งรถประจำทางไปถึงมหาวิทยาลัยจิงเฉิงก็ปาเข้าไปสิบโมงเช้าแล้ว

       เวลานั้นที่มหาวิทยาลัยก็มีคนอยู่ไม่น้อยแล้ว หลายคนมาถึงแต่เช้าตรู่ และได้เข้าพักที่มหาวิทยาลัยแล้ว ทางมหาวิทยาลัยมีน้ำใจมาก กลัวว่านักศึกษาจะไม่มีที่พัก จึงจัดคนมาดำเนินการลงทะเบียนให้แก่นักศึกษาที่มาสมัครแต่เช้า

       เมื่อซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงมาดำเนินการลงทะเบียน เดิมทีผู้ที่นำทางเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เห็นซูเจียวเจียวมีริมฝีปากแดง ฟันขาว รูปร่างหน้าตาสง่างาม ก็อยากจะเข้ามาคุยกับเธอ แต่พอเห็นซูเจียวเจียวเขียนสถานะว่าแต่งงานแล้วในรายละเอียด ก็รู้สึกเสียดายทันที

       รุ่นน้องผู้หญิงที่สวยงามและอ่อนเยาว์เช่นนี้ กลับแต่งงานเร็วขนาดนี้!

       ที่สำคัญคือสามีของเธอก็อยู่ข้างๆ แถมยังสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงด้วยกันอีก! มาเรียนด้วยกัน!

       นี่มันช่างเป็นความสุขที่เกินบรรยายจนน่าอิจฉาจริงๆ!

       เซียวหยวนหมิงขึ้นไปส่งซูเจียวเจียวถึงหอพักหญิง ตอนนี้เพิ่งเข้าเรียน ญาติสามารถช่วยยกของขึ้นไปชั้นบนได้

       เมื่อซูเจียวเจียวไปถึงหอพัก ก็พบว่าในหอพักมีผู้หญิงสองคนแล้ว

       ทั้งสองคนกำลังคุยกันพลางแกะเม็ดแตงกิน เมื่อเห็นซูเจียวเจียวเข้ามา ก็ประหลาดใจเล็กน้อย เพราะซูเจียวเจียวมีผิวขาวนวลละเอียดอ่อน ใบหน้าสวยงาม ดวงตาฉ่ำน้ำดูสดใส รูปร่างสูงโปร่ง ทำให้ดึงดูดสายตาผู้คนได้ทันที


จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g