LNCrawler

บทที่ 188 ไม่คุ้นเคย [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 188 ไม่คุ้นเคย [1]

        เมื่อครู่พวกเธอยังคุยกันอยู่เลยว่าไม่รู้เพื่อนร่วมห้องอีกสี่คนจะมาเมื่อไร ไม่คิดเลยว่าซูเจียวเจียวจะมาถึงก่อน

       แล้วพวกเธอก็ได้เห็นเซียวหยวนหมิงที่เดินตามซูเจียวเจียวมาข้างหลัง ตาของพวกเธอเป็นประกายอีกครั้ง

       ร่างสูงสง่า ใบหน้าคมคาย แผ่รัศมีความเย็นชา ผมสั้นกระชับทำให้ดูองอาจ มีท่าทีสง่างาม ดวงตาเรียวลึกราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า เพียงมองนานขึ้นอีกนิดก็จะหลงใหล

       หญิงสาวสองคนในห้องถึงกับอุทานออกมา แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ได้แต่เหลือบมองซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงสลับกันไปมา

       ซูเจียวเจียวนึกว่าเธอมาถึงค่อนข้างเร็วแล้ว ไม่คิดว่ายังมีคนมาถึงเร็วกว่าเธออีก จึงส่งยิ้มให้ทั้งสองอย่างเป็นมิตร

       ทั้งสองก็ยิ้มตอบกลับซูเจียวเจียว

       หญิงสาวที่อายุน้อยกว่ามีผิวค่อนข้างขาว หน้าตาสะสวยน่ารัก ดวงตาคู่โตเปล่งประกายสดใส

       ส่วนหญิงสาวที่อายุมากกว่ามีหน้าตาธรรมดา ผิวคล้ำเล็กน้อย ดูเหมือนจะทำงานหนักในไร่นา อายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว น่าจะราวๆ ยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปด ดูท่าทางจะค่อนข้างขี้อาย

       หอพักเป็นห้องแปดคน สองเตียงล่างเหลืออยู่แค่สองตำแหน่ง ซูเจียวเจียวจึงเลือกเตียงล่างหนึ่งเตียงตามใจ เพราะอยู่ที่นี่ก็คงไม่นานนัก แค่อาศัยอยู่ชั่วคราวเท่านั้น

       หลังจากซูเจียวเจียวเลือกตำแหน่งแล้ว เซียวหยวนหมิงก็วางสัมภาระลงพลางพูดกับซูเจียวเจียวว่า “เดี๋ยวผมไปตักน้ำมาเช็ดเตียงให้นะ”

       พูดจบเขาก็หยิบกะละมังเคลือบใบใหม่ และผ้าขนหนูเก่าหนึ่งผืนจากกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินออกไปตักน้ำ

       ทันทีที่เซียวหยวนหมิงจากไป หญิงสาวสองคนในห้องก็เริ่มพูดคุยกัน

       “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อฉีเหม่ยจู เธอชื่อหลัวย่าจวน คุณชื่ออะไรคะ?” หญิงสาวที่อายุน้อยกว่าถามด้วยรอยยิ้ม

       “ซูเจียวเจียวค่ะ”

       ซูเจียวเจียวตอบด้วยรอยยิ้ม

       หลังจากแนะนำชื่อกันแล้ว ก็เหมือนกับรู้จักกันมานาน ฉีเหม่ยจูถามขึ้นว่า “สหายซูคะ ผู้ชายเมื่อครู่นี้เป็นอะไรกับคุณคะ เป็นพี่ชายของคุณเหรอคะ?”

       ไม่แปลกที่เธอจะถามอย่างนั้น เพราะซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงดูอายุยังน้อยทั้งคู่

       เซียวหยวนหมิงเพิ่งจะยี่สิบสาม ซูเจียวเจียวเพิ่งจะยี่สิบ ทั้งคู่ได้รับการดูแลอย่างดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง จึงดูอ่อนเยาว์มาก เหมือนเพิ่งจะอายุสิบแปดเท่านั้น ทำให้พวกเธอทั้งสองจึงเข้าใจผิดคิดว่าเซียวหยวนหมิงเป็นพี่ชายของเธอ

       ซูเจียวเจียวตอบด้วยรอยยิ้มว่า “เขาเป็นสามีของฉันค่ะ”

       ทั้งสองคนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับตกตะลึง โดยเฉพาะฉีเหม่ยจู เธอเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ “คุณแต่งงานแล้วเหรอคะ?”

       พูดพลางก็แสดงสีหน้าเสียดายออกมา เมื่อครู่นึกว่าอีกฝ่ายเป็นพี่ชายของซูเจียวเจียว ยังคิดจะขอให้เธอช่วยแนะนำให้รู้จักเลย ไม่คิดเลยว่าจะเป็นสามีของเธอ โชคดีที่เธอยังไม่ได้เอ่ยปาก ไม่อย่างนั้นคงจะน่าอายมากแน่ๆ

       ฉีเหม่ยจูเผยแววตาอิจฉา “สามีของคุณดีกับคุณจริงๆ นะคะ อุตส่าห์มาส่งคุณถึงหอพักมหาวิทยาลัยเลย”

       ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “เขาเองก็เป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยจิงเฉิงเหมือนกันค่ะ สอบติดที่นี่พร้อมกับฉันเลย พวกเราเลยมาด้วยกัน”

       ทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับประหลาดใจอีกครั้ง เพราะแค่คนเดียวสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงก็ยากแล้ว นี่ทั้งสามีภรรยาสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงด้วยกัน จะไม่ให้พวกเธออิจฉาได้อย่างไร?

       บนใบหน้าของหลัวย่าจวนก็เต็มไปด้วยความอิจฉา “ดีจังเลย”

       ไม่นานนัก เซียวหยวนหมิงก็ตักน้ำมาถึง เขานำผ้าเช็ดเตียงอย่างละเอียดลออจนสะอาดหมดจด ตลอดทั้งกระบวนการซูเจียวเจียวไม่จำเป็นต้องลงมือทำอะไรเลย ทำได้แค่ยืนดูอยู่ข้างๆ เท่านั้น

       ฉีเหม่ยจูและหลัวย่าจวนก็ยืนดูอยู่ข้างๆ เช่นกัน

       “สามีของคุณนี่ละเอียดอ่อนจริงๆ นะคะ เช็ดเตียงของคุณจน สะอาดเอี่ยมเลย”

       เซียวหยวนหมิงถูกหญิงสาวแปลกหน้าสองคนจ้องมอง และยังถูกชมอีก ทำให้เขาหน้าแดงเล็กน้อย

       นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาที่หอพักหญิง ตอนมาก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนอยู่ข้างใน

       ในที่สุดเมื่อเช็ดเตียงเรียบร้อยแล้ว เซียวหยวนหมิงก็กล่าวว่า “เรียบร้อยแล้ว เราออกไปซื้อผ้าห่มก่อนนะ พอซื้อผ้าห่มกลับมา เตียงน่าจะแห้งพอดี”

       “อืม” ซูเจียวเจียวรู้ว่าเขาไม่สบายใจ จึงกล่าวว่า “ได้ค่ะ พวกเราออกไปเดี๋ยวนี้เลย”

       ทางมหาวิทยาลัยจัดเตรียมกะละมังและชุดผ้าปูที่นอนให้ แต่ไม่ได้จัดเตรียมผ้าห่ม ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงไม่ได้นำผ้าห่มมาด้วย เพราะเดินทางไกล การนำผ้าห่มมาด้วยไม่สะดวก

       ซูเจียวเจียววางกระเป๋าเดินทางไว้บนเตียง แล้วสอบถามหลัวย่าจวนและฉีเหม่ยจูว่าห้างสรรพสินค้าอยู่ที่ไหน

       ฉีเหม่ยจูบอกว่าเธอเองก็กำลังจะไปห้างสรรพสินค้าเช่นกัน จึงชวนให้ไปพร้อมกัน ส่วนหลัวย่าจวนตอนแรกไม่อยากไป แต่ถูกฉีเหม่ยจูชวนไปด้วย บอกว่าคนเยอะๆ มีเพื่อน

       ทั้งสี่คนเดินออกจากหอพักแล้วเดินไปยังนอกมหาวิทยาลัย

       ห้างสรรพสินค้าอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย หากนั่งรถประจำทางก็จะใช้เวลาเพียงสองป้าย แต่หากเดินเท้าก็จะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

       ทั้งสี่คนรอรถประจำทางอยู่ริมถนน ค่าโดยสารคนละสามเฟิน ก็ถือว่าไม่แพง

       หลังจากจ่ายเงินกันแล้ว พวกเธอก็ขึ้นไปนั่งบนรถ

       ไม่นานนัก รถก็มาถึงป้ายใกล้ห้างสรรพสินค้า

       ภายในห้างสรรพสินค้ามีผู้คนพลุกพล่าน คึกคักเป็นอย่างมาก ทุกชั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่มาเดินจับจ่าย

       ตอนนี้เพิ่งจะผ่านช่วงเทศกาลตรุษจีนมาได้ไม่นาน ทุกคนจึงมีเงินเหลืออยู่บ้าง และยังไม่ถึงเวลาทำงานหรือเปิดภาคเรียน ทุกคนจึงมีเวลาออกมาเดินจับจ่าย ทำให้ห้างสรรพสินค้ามีคนหนาแน่นมาก

       มีทั้งร้านขายโทรทัศน์ ตู้เย็น นาฬิกา เสื้อผ้า หมวก รองเท้า สรุปคือมีของทุกอย่างให้เลือกหลากหลายครบครัน

       นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเจียวเจียวได้มาเดินห้างสรรพสินค้าในจิงเฉิงยุคนี้

       ในยุคเศรษฐกิจแบบวางแผนนี้ ห้างสรรพสินค้าเป็นเพียงแห่งเดียวที่ได้รับอนุญาต และมีสิทธิ์ในการจัดซื้อสินค้าทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่จะสั่งสินค้าจากซ่างเฉิง กว่างเฉิง และที่อื่นๆ ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถจำหน่ายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้อีกด้วย

       ในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ แทบจะไม่มีสินค้าที่หาซื้อไม่ได้เลย

       ฉีเหม่ยจูจูงมือหลัวย่าจวนเดินชมสินค้าอย่างตื่นเต้น

       ซูเจียวเจียวต้องไปซื้อผ้าห่มและของอื่นๆ จึงได้แยกกับพวกเธอ

       เซียวหยวนหมิงเองก็ตกตะลึงกับความใหญ่โตและความคึกคักของที่นี่ เขายืนนิ่งอยู่นานกว่าจะกลับมามีสติอีกครั้ง ดวงตาของเขากวาดมองสินค้าที่ละลานตาเรียงรายเป็นแถว

       “เจียวเจียว เสื้อผ้าที่นี่มีแบบสวยๆ เยอะเลย คุณอยากซื้อบ้างไหม?”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ตอนนี้ยังไม่ซื้อค่ะ เราแค่ดูๆ ไปก่อน”

       ทั้งสองคนเดินเล่นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตรงไปซื้อผ้าห่ม ทั้งสองคนซื้อที่นอนรองและผ้าห่มคนละผืน

       จากนั้นก็ซื้อสบู่ก้อน สบู่เหลว ผ้าเช็ดตัว ถังน้ำ ไม้แขวนเสื้อ และกระติกน้ำร้อนอีกด้วย แล้วทั้งสองคนก็หิ้วของพะรุงพะรังกลับไป

       เมื่อกลับมาถึงมหาวิทยาลัยก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว หลัวย่าจวนและฉีเหม่ยจูยังไม่กลับมา เซียวหยวนหมิงช่วยซูเจียวเจียวปูผ้าห่มให้เรียบร้อย แล้วจึงไปที่หอพักของตัวเองเพื่อจัดของ

       ซูเจียวเจียวตั้งใจจะไปช่วย แต่เซียวหยวนหมิงไม่ยอม

       ในหอพักหญิงมีผู้คนอยู่แล้ว ในหอพักชายก็คงมีคนอยู่เช่นกัน เขาไม่อยากให้พวกผู้ชายเหล่านั้นจ้องมองเจียวเจียวของเขาด้วยสายตาหิวกระหายเหมือนหมาป่าหรอก

       “อีกครึ่งชั่วโมง ผมจะมารับคุณนะ เมื่อถึงเวลา ผมจะเรียกชื่อคุณที่ชั้นล่าง”

       เซียวหยวนหมิงกำชับหนึ่งประโยคแล้วก็จากไป

       ครึ่งชั่วโมงต่อมา เซียวหยวนหมิงมาถึงหน้าหอพักหญิงตามเวลา และเรียกชื่อซูเจียวเจียวสองสามครั้ง ซูเจียวเจียวได้ยินเสียงของเขา จึงรีบวิ่งลงมาทันที


จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g