LNCrawler

บทที่ 191 หาบ้าน [2]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 191 หาบ้าน [2]

        เซียวหยวนหมิงตอบ “ช่วงนี้ฉันกับเจียวเจียววุ่นอยู่กับการหาบ้าน เลยไม่ได้ไปหานายเลย”

       แววตาของฮั่วเจี้ยนจงเผยความเข้าใจ “พวกนายเป็นสามีภรรยากัน การอยู่หอพักคงไม่สะดวกนัก การหาบ้านอยู่ข้างนอกย่อมดีกว่า” เขาพูดพลางตักข้าวเข้าปาก “พวกนายอยากได้บ้านแบบไหนล่ะ? ค่าเช่าเดือนละเท่าไร?”

       ซูเจียวเจียวกล่าว “ฉันกับอาหมิงตั้งใจจะซื้อบ้านค่ะ”

       ฮั่วเจี้ยนจงได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ซื้อบ้านเลยเหรอ?”

       แม้แต่อู๋เฟิ่งเสียก็ยังตกใจจนหันมามอง เพราะในความคิดของพวกเขา ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมาตลอด แม้ซูเจียวเจียวจะมีรายได้เดือนละสามสิบเก้าหยวน ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน แต่การซื้อบ้านก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย

       บ้านในจิงเฉิงไม่ใช่บ้านในอำเภอเล็กๆ ในชนบท ที่จะสามารถซื้อได้ด้วยเงินไม่กี่ร้อยหยวน อย่างน้อยก็ต้องเริ่มต้นที่หนึ่งพันหยวน

       แม้ฮั่วเจี้ยนจงและอู๋เฟิ่งเสียจะสงสัยในใจ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถามซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงว่ามีเงินมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร เพราะนี่เป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขา บางทีอาจจะเป็นเงินที่บ้านของซูเจียวเจียวให้มาก็ได้ ดูเหมือนว่าฐานะทางบ้านของซูเจียวเจียวก็ไม่เลวเลยทีเดียว

       “ใช่ค่ะ ซื้อบ้านสักหลัง” ซูเจียวเจียวพยักหน้า

       เซียวหยวนหมิงถาม “สหายฮั่ว นายเป็นคนจิงเฉิง นายพอจะรู้ไหมว่าที่ไหนมีบ้านขายบ้าง?”

       ฮั่วเจี้ยนจงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าพวกนายอยากซื้อบ้าน ฉันพอจะช่วยสอบถามให้ได้ พวกนายอยากได้บ้านแบบไหนล่ะ?”

       “ฉันอยากได้เรือนสี่ประสานค่ะ ขอแบบมีสนามกว้างๆ ด้วยจะดีมากเลยค่ะ” ซูเจียวเจียวกล่าว

       ตอนนี้บ้านในจิงเฉิงยังราคาถูกมาก เรือนสี่ประสานหลังหนึ่งราคาเพียงไม่กี่พันหยวน อีกสิบกว่าปีข้างหน้าก็จะกลายเป็นหลักแสนหลักล้าน และในอนาคตก็จะกลายเป็นหลักสิบล้านหรือหลักร้อยล้านเลยทีเดียว

       ดังนั้นเธอจึงต้องรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี!

       “ได้เลย เดี๋ยวบ่ายนี้ผมกลับบ้านจะลองสอบถามดู” ฮั่วเจี้ยนจงรับปากทันที

       พรุ่งนี้จะเปิดเรียนอย่างเป็นทางการ ฮั่วเจี้ยนจงมาที่นี่เพื่อจัดการเรื่องเอกสารการเข้าเรียน

       ฮั่วเจี้ยนจงเป็นคนจิงเฉิง หลังจากจัดการเรื่องเอกสารเสร็จแล้ว บ่ายนี้เขาก็จะกลับบ้านตามปกติ

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “งั้นเรื่องนี้คงต้องรบกวนคุณแล้วนะคะ หากสำเร็จลุล่วงด้วยดีละก็ ฉันจะเลี้ยงข้าวคุณค่ะ”

       ฮั่วเจี้ยนจงยิ้มกว้าง “มื้อนี้พวกคุณต้องเลี้ยงอยู่แล้ว แล้วพอขึ้นบ้านใหม่ก็อย่าลืมเลี้ยงผมอีกนะ”

       หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ซูเจียวเจียวกับอู๋เฟิ่งเสียก็เดินกลับด้วยกัน อู๋เฟิ่งเสียพักอยู่หอพักเดียวกันกับเธอ แต่คนละชั้น

       ซูเจียวเจียวอยู่ชั้นสาม ส่วนอู๋เฟิ่งเสียอยู่ชั้นสี่

       “คุณกับฮั่วเจี้ยนจงเป็นยังไงบ้างคะ?”

       อู๋เฟิ่งเสียเผยสีหน้าท้อแท้เล็กน้อย “ก็ยังเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ แค่เพื่อนธรรมดา ฮั่วเจี้ยนจงเป็นคนดีและใจกว้างกับเพื่อนๆ มาก แต่กับเรื่องความรัก ดูเหมือนเขาจะค่อนข้างทึ่มไปหน่อย”

       ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วมองเธอด้วยความสงสาร “งั้นคุณก็ต้องพยายามเข้าหน่อยแล้วล่ะค่ะ”

       “เฮ้อ” อู๋เฟิ่งเสียถอนหายใจเบาๆ “แต่ดูเหมือนฉันจะไม่มีโอกาสแล้วล่ะค่ะ”

       ซูเจียวเจียวแปลกใจ “เกิดอะไรขึ้นคะ? คุณสารภาพรักกับเขาแล้วโดนปฏิเสธเหรอคะ?”

       อู๋เฟิ่งเสียส่ายหน้า “เปล่าค่ะ วันที่ฉันมาถึงจิงเฉิงครั้งแรก ฉันไปที่บ้านตระกูลฮั่วเพื่อหาเขา ดูเหมือนจะได้ยินคนในบ้านเขาคุยกันว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว”

       ซูเจียวเจียวเผยสีหน้าเสียดาย “งั้นคุณก็คงไม่มีหวังแล้วสิ”

       “ใช่ค่ะ แม้ฉันจะชอบเขามาก แต่ก็ไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ของคนอื่น คงต้องเป็นเพื่อนกันต่อไปค่ะ” อู๋เฟิ่งเสียกล่าวอย่างหงุดหงิด

       ซูเจียวเจียวปลอบใจ “นักศึกษาชายเก่งๆ ในมหาวิทยาลัยจิงเฉิงมีมากมาย คุณจะต้องเจอคนที่ถูกใจในอนาคตแน่นอนค่ะ”

       อู๋เฟิ่งเสียยิ้มอย่างฝืนๆ “อื้อ! ขอบคุณนะเจียวเจียว”

       ในคืนนั้น เมื่อซูเจียวเจียวกลับมาถึงหอพัก ก็พบว่าเพื่อนร่วมห้องคนสุดท้ายมาถึงแล้ว เธอแต่งตัวทันสมัย ผมยาวดัดเป็นลอนอ่อนๆ ทาลิปสติก มือถือกระเป๋าใบเดียว ดูไม่เหมือนมาเรียนหนังสือ แต่เหมือนมาท่องเที่ยวเสียมากกว่า

       หญิงสาวผิวขาวมาก ใบหน้าสวยงามอ่อนช้อย มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาเป็นอย่างยิ่ง

       ฉีเหม่ยจูประหลาดใจ “หอพักเรามีสาวงามเพิ่มมาอีกคนแล้วค่ะ” เธอพูดพลางขยับเข้าไปใกล้ซูเจียวเจียวแล้วกระซิบเบาๆ ว่า “แต่ฉันก็ยังคิดว่าคุณสวยกว่านะคะ”

       ด้านหลังหญิงสาวยังมีชายคนหนึ่งตามมา เขาถือกระเป๋าเดินทางและผ้าห่ม

       เถียนน่าน่ามองดูเตียงบนที่เหลืออยู่เพียงเตียงเดียว ก็ขมวดคิ้วทันที “ฉันไม่อยากนอนเตียงบน”

       ชายคนนั้นจึงกล่าวว่า “ใครจะยอมเปลี่ยนเตียงกับน้องสาวผมบ้างครับ? น้องสาวผมไม่ชินกับการนอนเตียงบน”

       ซูเจียวเจียวและเพื่อนร่วมห้องอีกสามคนที่นอนเตียงล่างมองหน้ากัน ไม่มีใครพูดอะไร

       ท่าทางแบบนี้มันน่าหงุดหงิดจริงๆ!

       เพิ่งมาถึงก็ทำตัววางอำนาจ ราวกับตัวเองสูงส่งและแตกต่างจากคนอื่น

       ซูเจียวเจียวไม่สนใจ

       เถียนน่าน่าเห็นไม่มีใครสนใจก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เธอกวาดสายตามองทุกคน แล้วหยุดที่ซูเจียวเจียว “คุณสลับกับฉัน คุณนอนเตียงบน ส่วนฉันนอนเตียงล่าง”

       ซูเจียวเจียวมองเธอด้วยแววตาแปลกๆ เธอเป็นคนที่ถูกรังแกง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง? โดยเฉพาะกับน้ำเสียงที่เกือบจะเป็นคำสั่งแบบนี้ ยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกรังเกียจ

       “ทำไมฉันต้องสลับกับคุณด้วยล่ะ?”

       เถียนน่าน่าตอบอย่างถือสา “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ให้คุณเปลี่ยนเปล่าๆ แน่นอน ฉันให้คุณห้าสิบหยวน แล้วพวกเรามาสลับที่กัน”

       เมื่อได้ยินว่าจะได้ห้าสิบหยวน แค่สลับที่นอน ฉีเหม่ยจูและหลัวย่าจวนก็ตกตะลึง พวกเขามองเถียนน่าน่าด้วยความประหลาดใจ ไม่แปลกใจเลยที่เธอถึงได้วางตัวหยิ่งผยองขนาดนี้ ที่แท้ที่บ้านก็รวยมากนั่นเอง!

       แค่เปลี่ยนที่นอนก็ให้ห้าสิบหยวน นี่มันใจกว้างจนน่าอิจฉาจริงๆ!

       “แม้คุณจะให้ห้าร้อยหยวน ฉันก็ไม่เปลี่ยน” ซูเจียวเจียวแค่นเสียงเย็น

       ทำยังกับเธอไม่มีเงินอย่างนั้นแหละ

       ถึงแม้จะไม่มีเงิน เธอก็ไม่เปลี่ยน!

       เถียนน่าน่าขมวดคิ้ว

       เถียนสือเผิงกล่าวว่า “น้องสาวผมกลัวความสูง เธอจึงนอนเตียงบนไม่ได้ ในเมื่อพวกคุณจะเป็นเพื่อนร่วมห้องกันแล้ว แค่เปลี่ยนเตียงนอนเองครับ เพื่อนร่วมห้องก็อย่าได้ถือสาเลยนะครับ”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเยาะ “ถ้ากลัวความสูง ทำไมไม่มามหาวิทยาลัยเพื่อทำเรื่องเข้าพักแต่เนิ่นๆ ล่ะคะ? มาช้าแล้วจะมาแย่งที่คนอื่นได้อย่างไร?”

       เถียนสือเผิงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

       เถียนน่าน่ามองซูเจียวเจียวด้วยความไม่พอใจเช่นกัน สุดท้ายเธอก็หันไปถามฉีเหม่ยจูและอีกสามคนว่า “ใครอยากเปลี่ยนที่นอนกับฉันบ้างคะ?”

       ฉีเหม่ยจูเบะปาก

       หลัวย่าจวนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ฉันเปลี่ยนก็ได้ค่ะ เงินไม่ต้องให้หรอกค่ะ”

       “ย่าจวน เธอทำอะไรน่ะ!” ฉีเหม่ยจูพูดอย่างไม่พอใจ “ดูท่าทางของหล่อนสิ เหมือนตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ไม่รู้ เธอจะเปลี่ยนกับหล่อนทำไม!”

       หลัวย่าจวนหัวเราะ “เตียงบนเตียงล่างก็เหมือนกันนั่นแหละ”

       เธอรีบเอาผ้าห่มของตัวเองปีนขึ้นไปบนเตียงบน แล้วปูที่นอนใหม่

       เถียนน่าน่าลงมานอนเตียงล่างของหลัวย่าจวน ก่อนที่เถียนสือเผิงจะจากไป เขาโยนธนบัตรห้าใบขึ้นไปบนเตียงบนของหลัวย่าจวน “บอกว่าจะให้ห้าสิบก็ต้องห้าสิบครับ เอานี่ไป”

       โยนเงินเสร็จ เถียนสือเผิงก็จากไป

       หลัวย่าจวนถือเงินด้วยความอับอายเล็กน้อย สุดท้ายก็ตัดสินใจเก็บไว้ ที่บ้านเธอยากจน ไม่เหมือนพวกเธอที่ดูเหมือนไม่ขาดเงิน เธอต้องเลี้ยงดูลูกอีกสองคน…


จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g