บทที่ 192 หาบ้าน [3]
บทที่ 192 หาบ้าน [3]
เงินห้าสิบหยวนนั้น เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในครอบครัวนานถึงครึ่งปีเลยทีเดียว!
ด้วยเหตุนี้เอง ฉีเหม่ยจูจึงโกรธจนไม่ยอมพูดกับหลัวย่าจวนถึงสองวัน
หลัวย่าจวนเองก็รู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำนั้นน่ารังเกียจเพียงใด จึงไม่กล้าที่จะหน้าด้านเข้าไปพูดคุยกับฉีเหม่ยจู
ฉีเหม่ยจูเป็นคนที่ไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้ได้นานนัก พอเลิกเรียนช่วงบ่าย เธอก็เดินเข้าไปหาหลัวย่าจวนด้วยความโมโห ดวงตากลมโตเบิกกว้างจ้องมองอีกฝ่าย “ทำไมช่วงนี้เธอถึงไม่คุยกับฉันเลย!”
หลัวย่าจวนมองเธอด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ฉัน… ฉันคิดว่าเธอไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันแล้ว”
ฉีเหม่ยจูมองเธอด้วยความรู้สึกอยากจะตีสั่งสอน “ฉันแค่โกรธน่ะ แต่ไม่ได้บอกว่าจะตัดขาดกับเธอสักหน่อย!”
ซูเจียวเจียวพอจะเข้าใจความลำบากของหลัวย่าจวน “เหม่ยจู ย่าจวนยังมีลูกสองคนที่ต้องดูแล เธอเองก็มีเรื่องลำบากเหมือนกัน”
ฉีเหม่ยจูทำปากยู่ “ฉันรู้ แต่ฉันก็ยังโกรธอยู่ดี เธอไม่เห็นท่าทางของเถียนน่าน่าที่วางท่าหยิ่งผยองทั้งวันเลยเหรอ แถมพี่ชายของเธอ ยังโยนเงินลงบนเตียงของย่าจวนโดยไม่ให้เกียรติเลย!”
สีหน้าของหลัวย่าจวนยิ่งกระอักกระอ่วนขึ้นอีกหลายเท่า
ซูเจียวเจียวคลายบรรยากาศ “เอาล่ะๆ พวกเราไปกินมื้อกลางวันกันเถอะ กินเสร็จแล้วช่วงบ่ายเรายังมีเรียนกันอีกนะ”
ทั้งสามคนกำลังเดินอยู่บนถนน ก็สวนกับเถียนน่าน่าพอดี นอกจากเถียนน่าน่าแล้ว ยังมีคนอีกสามคนที่เดินตามหลังเธอมา สองคนเป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกัน ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียน
เถียนน่าน่าเหลือบมองซูเจียวเจียวอย่างไม่แยแส แล้วเดินเชิดหน้าออกไป
ฉีเหม่ยจูโมโหจนเอามือเท้าเอว “ดูท่าทางของเธอสิ หยิ่งยโสราวกับเป็นราชินีอะไรมาแต่ไหนแต่ไร เห็นแล้วมันหงุดหงิดจริงๆ”
หลัวย่าจวนไม่พูดอะไร
ซูเจียวเจียวกล่าว “พวกเราไม่ต้องไปสนใจเธอหรอก”
ฉีเหม่ยจูพยักหน้า “อืม”
เป็นโชคดีที่เถียนน่าน่าเพียงแค่แสดงท่าทีหยิ่งยโส และจงใจหาเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น บรรยากาศในห้องพักจึงยังคงค่อนข้างราบรื่น
เวลาผ่านไปรวดเร็วจนถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันนี้ฮั่วเจี้ยนจงเดินทางมาหา โดยบอกว่าเขาได้สอบถามเรื่องบ้านให้เธอและเซียวหยวนหมิงแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันหยุดพอดี จึงชวนกันไปดูบ้าน
ซูเจียวเจียวตอบตกลงทันที และนัดหมายว่าจะไปดูบ้านในเช้าวันเสาร์เวลาเก้าโมงตรง
อู๋เฟิ่งเสียที่อยู่ในจิงเฉิงคนเดียว ไม่มีอะไรทำ จึงตัดสินใจไปดูบ้านกับซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงด้วย
เช้าวันเสาร์ ซูเจียวเจียวตื่นแต่เช้า ล้างหน้าแปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้า
ฉีเหม่ยจูเพื่อนร่วมห้องยังคงมุดอยู่ในผ้าห่ม เมื่อเห็นซูเจียวเจียวตื่นเช้าขนาดนี้ ก็อดแปลกใจไม่ได้ “วันนี้ไม่ใช่เสาร์หรอกเหรอ? ทำไมตื่นเช้าขนาดนี้?”
หลัวย่าจวนมองเธอแล้วกล่าว “เจียวเจียวมีวันไหนที่ไม่ตื่นเช้าบ้างล่ะ? ถึงจะเป็นวันหยุด เธอก็ไม่นอนตื่นสายหรอกนะ สงสัยเธอจะนัดกับสามีไปข้างนอกน่ะสิ”
หลัวย่าจวนนึกอิจฉาซูเจียวเจียวจริงๆ ที่สามารถอยู่กับสามีได้ทุกวัน ทั้งกินข้าว เรียนหนังสือ อ่านหนังสือ
ส่วนเธอ ถ้าคิดถึงสามีก็ทำได้แค่เขียนจดหมาย ถ้าคิดถึงลูกก็ทำได้แค่ดูรูปถ่ายเท่านั้น
ซูเจียวเจียวแต่งตัวเสร็จ ทาครีมบำรุงผิวพรรณ และสุดท้ายก็ผูกผ้าพันคอสีแดง ทำให้เธอดูสดใส ขาวนุ่มราวกับไข่ที่เพิ่งปอกเปลือก ผิวพรรณดีเยี่ยมจนน่าอิจฉา
ฉีเหม่ยจูและหลัวย่าจวนมองอย่างอิจฉา
“ซูเจียวเจียว เมื่อกี้เธอทาอะไรน่ะ กลิ่นหอมจังเลย มันคือครีมหิมะเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นบรรจุภัณฑ์แบบนี้เลย?” ฉาหงฉินเพื่อนร่วมห้องอีกคนก็ตื่นแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอิจฉา
ฉีเหม่ยจูรีบพยักหน้าหงึกๆ “ใช่ๆ เจียวเจียว ผิวเธอดีมากเลย เธอใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอะไรเหรอ?”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ฉันใช้ครีมบำรุงผิวพรรณ ไม่ใช่ครีมหิมะหรอก ครีมนี้สามีของฉันเป็นคนค้นคว้าและผลิตเอง โดยใช้สมุนไพรจีนและพืชดอกไม้บางชนิดเป็นส่วนผสม”
“ว้าว! ไม่คิดเลยว่าสามีเธอจะเก่งขนาดนี้! สามารถวิจัยผลิตสิ่งนี้ได้ด้วย!” ฉีเหม่ยจูอิจฉาแล้วกล่าว “ยังมีเหลืออีกไหม พอจะแบ่งให้ฉันกระปุกหนึ่งได้ไหม? ฉันจะซื้อ!”
“ครีมนี้มีประสิทธิภาพดีจริงๆ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถผลิตจำนวนมากได้ แต่ฉันยังมีเหลืออีกสองกระปุก พอจะแบ่งให้เธอได้หนึ่งกระปุกนะ” ซูเจียวเจียวหัวเราะ
เธอหยิบครีมบำรุงผิวพรรณกระปุกเล็กออกมาจากกระเป๋าเดินทางแล้วยื่นให้ฉีเหม่ยจู
ฉีเหม่ยจูดีใจ “ราคาเท่าไรเหรอ?”
ซูเจียวเจียวกล่าว “ปกติขายกระปุกละสามเหมา แต่ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกันแล้ว ฉันให้เธอเลยก็ได้ ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก”
เนื่องจากเป็นกระปุกเล็กบรรจุประมาณ 30 กรัม ราคาจึงไม่แพงนัก
ก่อนหน้านี้อาหมิงเคยขายกระปุกใหญ่หลายหยวนในตลาดมืดของตัวอำเภอ แต่ปริมาณมากเกินไปจึงขายออกยาก
ต่อมา ซูเจียวเจียวเสนอให้เปลี่ยนมาบรรจุกระปุกเล็ก ลดราคาลง จึงเริ่มขายได้ดีขึ้น
“ไม่ได้หรอก ฉันจะรับของเธอมาเฉยๆ ได้ยังไงกัน!” ฉีเหม่ยจูยืนกรานที่จะจ่ายเงิน แต่ซูเจียวเจียวไม่รับ
ซูเจียวเจียวคิดว่าหากครีมบำรุงผิวพรรณนี้เป็นที่นิยม ในอนาคตก็สามารถผลิตจำนวนมาก หรือจดทะเบียนบริษัทผลิตเครื่องสำอางได้
ยิ่งไปกว่านั้น อาหมิงเรียนวิทยาศาสตร์ เลือกเรียนวิชาเคมี และยังเลือกเรียนชีววิทยาและแพทยศาสตร์เป็นวิชาเลือกอีกด้วย
“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเธอใช้แล้วดี ก็ช่วยฉันประชาสัมพันธ์เยอะๆ แทนก็แล้วกัน”
ซูเจียวเจียวมอบให้หลัวย่าจวนอีกกระปุก
หลัวย่าจวนรู้สึกดีใจปนประหม่าเล็กน้อย “ฉัน… ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทนเธอเลย…”
ของที่เธอนำมามีเพียงเสื้อผ้า ผ้าห่ม และหนังสือเท่านั้น
ส่วนของอื่นๆ ล้วนเป็นของที่ไม่น่าจะเอามาให้ใครได้
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ไม่ต้องตอบแทนฉันหรอก เธอช่วยฉันบอกต่อเยอะๆ ก็พอแล้ว”
หลัวย่าจวนรับครีมบำรุงผิวพรรณด้วยความรู้สึกตื้นตัน “ได้สิๆ ฉันจะช่วยเธอบอกต่อคนอื่นๆ แน่นอน”
ฉาหงฉินจ้องมองซูเจียวเจียวด้วยดวงตาเป็นประกาย “ให้ฉันกระปุกหนึ่งได้ไหม? ฉันก็จะช่วยเธอประชาสัมพันธ์ด้วย!”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ขอโทษด้วยนะคะ สองกระปุกสุดท้ายฉันให้เหม่ยจูและย่าจวนไปแล้ว ไม่มีเหลือแล้วจริงๆ”
ฉาหงฉินรู้สึกเสียดายมาก เธอจ้องมองครีมบำรุงผิวพรรณในมือของฉีเหม่ยจูและหลัวย่าจวนด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ และกล่าวกับซูเจียวเจียวว่า “รอครั้งหน้าสามีเธอผลิตครีมบำรุงผิวพรรณนี้อีก ค่อยให้ฉันกระปุกหนึ่งก็แล้วกัน”
ซูเจียวเจียวปฏิเสธอย่างสุภาพ “ครั้งหน้าก็ไม่รู้เมื่อไรเหมือนกัน ยิ่งกว่านั้นต้องใช้วัตถุดิบ ต้องเคี่ยวอีก ต้องใช้เวลาผลิตค่อนข้างนานเลย”
เธอกับฉาหงฉินไม่ได้สนิทกันเท่าไร ถึงแม้จะอยู่ห้องเดียวกัน แต่ก็แทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กันเลย เธอไม่จำเป็นต้องแจกจ่ายของให้ทุกคนที่รู้จัก
เธอให้แค่เพื่อนสนิทของเธอเท่านั้น
สิทธิพิเศษเช่นนี้ ย่อมไม่ได้มีไว้สำหรับผู้อื่น
บางครั้งเมื่อเธอกลับมาดึก ฉีเหม่ยจูและหลัวย่าจวนก็จะช่วยเติมน้ำร้อนใส่กระติกน้ำร้อนให้เธอ และเมื่อรู้ว่าเธอขี้หนาว ก็ช่วยเติมน้ำร้อนใส่กระเป๋าน้ำร้อนแล้วเอาไปใส่ไว้ในผ้าห่มของเธอ
ดังนั้นเธอจึงยินดีที่จะมอบของให้พวกเธอทั้งสองคน
“ไม่เป็นไรๆ ฉันไม่รีบหรอก รอเธอผลิตครั้งหน้าค่อยให้ฉันก็ยังไม่สาย” ฉาหงฉินเหมือนจะไม่ได้ยินคำพูดของซูเจียวเจียว เธอยกมือปฏิเสธ
ซูเจียวเจียวกล่าว “ถ้าผลิตครั้งหน้าแล้ว เธอสามารถมาหาซื้อจากฉันได้เลยนะ ในฐานะที่เราอยู่ห้องเดียวกัน ฉันจะลดให้เธอห้าเฟิน เหลือสองเหมาห้าเฟินต่อกระปุกก็พอ”
ได้ยินดังนั้น ฉาหงฉินก็เบะปาก “ครีมหิมะราคาแค่สองเหมาเอง ของเธอเป็นของที่ผลิตเองแท้ๆ ยังราคาตั้งสองเหมาห้าเฟิน”
ซูเจียวเจียวกล่าว “ที่บ้านฉันผลิตเองเป็นสมุนไพรจีนบริสุทธิ์และพืชพรรณบริสุทธิ์ เพราะต้นทุนแพงกว่า ราคาจึงแพงขึ้นเล็กน้อยน่ะ เธอจะไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรนะ ฉันเองก็ไม่ได้เหลือเยอะแล้วด้วย”
จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g