บทที่ 1 ย้อนเวลาสู่ปี 1975
บทที่ 1 ย้อนเวลาสู่ปี 1975
ภายในเรือนเงียบสงัด
มีเพียงแสงจันทร์อันเย็นยะเยือกสาดส่องลอดบานหน้าต่างเก่าคร่ำคร่าลงมายังพื้น ที่มีเสื้อผ้ากองกระจัดกระจายระเกะระกะ
ข้างหูได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจอันหนักหน่วงของชายหนุ่ม
ซูเจียวเจียวเพิ่งลืมตาขึ้น ก็เห็นเงาร่างสูงสง่าของบุรุษทาบทับลงมาเหนือร่างของเธอ
กลิ่นอายชายชาตรีอันร้อนแรงของเขาโชยมาปะทะ กอปรกับฝ่ามืออันแข็งแกร่งที่โอบรัดช่วงเอวของหล่อน หากแต่ไม่ลงแรงมากนัก คล้ายเกรงจะทำให้เธอเจ็บปวด จึงเพียงประคองเอวไว้เบาๆ
เมื่ออาศัยแสงจันทร์รำไรมองสำรวจ ซูเจียวเจียวพลันเห็นใบหน้าของชายตรงหน้าได้อย่างถนัดตา
ผิวของเขาคล้ำเล็กน้อย ดวงตาเรียวยาวลึกซึ้ง มีประกายดำมืดซ่อนอยู่ รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและดูดี แต่กลับแฝงด้วยความอ่อนเยาว์และใสซื่อ
ในชั่วพริบตาถัดมา ดวงตาของเธอเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงอย่างไม่อยากเชื่อ
เซียวหยวนหมิง?
เป็นไปได้อย่างไร?
เซียวหยวนหมิงไม่ใช่ว่าประสบอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตไปแล้วหรือ?
อีกทั้งเซียวหยวนหมิงก็ไม่ควรที่จะหนุ่มแน่นถึงเพียงนี้ด้วย!
นี่มันใบหน้าของเขาเมื่อครั้งยังเยาว์ชัดๆ!
แล้วตัวเธอเองเล่า ตัวเธอไม่ได้ตายไปแล้วเช่นกันหรือ?
เธอถูกรถชนกระเด็นไปแล้วไม่ใช่หรือ!
เซียวหยวนหมิงจ้องมองเธอ สีหน้าแฝงแววตึงเครียด ราวกับประหม่าไม่น้อย
ขณะที่ซูเจียวเจียวตกอยู่ในห้วงความคิด ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ประทับจุมพิตอันอบอุ่นลงบนแก้มและข้างหูของเธออย่างแผ่วเบา
พร้อมกับเสียงที่พยายามอดกลั้นอย่างยากลำบาก “เจียวเจียว ผม... ผม พวกเรา...”
ในความมืด เขายันกายขึ้น ดวงตาเรียวยาวลึกซึ้งจ้องมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างครุ่นคิด
ในแสงสลัวยังพอเห็นเค้าโครงใบหน้าขาวผ่องงดงามของหญิงสาว ผิวหน้านุ่มนวลชุ่มชื่น ดวงตาสีดำที่จ้องมองเขา เบิกกว้างด้วยความตกใจและประหลาดใจ
ซูเจียวเจียวมีสีหน้าตกใจอย่างถึงที่สุด
ฉากนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน?
คล้ายคลึงกับคืนเข้าหอของตัวเธอกับเขาในปีนั้น...
ท่าทางที่หญิงสาวตกตะลึงงันทำให้ใจของเซียวหยวนหมิงกระตุกวูบ ความรู้สึกขมขื่นพลันบังเกิดขึ้นในใจ
เขานึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับเขา เธอจึงไม่ยินดีที่จะร่วมหอกับเขา...
ซูเจียวเจียวมองเรือนดินเก่าๆ แลดูทรุดโทรม ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคยตรงหน้า พร้อมทั้งชายหนุ่มที่อยู่บนร่างของเธอ ทันใดนั้นขอบตาก็พลันแดงก่ำ น้ำตาหลั่งรินราวเขื่อนแตก
เธอได้หวนคืนกลับมาเกิดใหม่แล้ว!
กลับมายังปี 1975
ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะประทานโอกาสให้เธอได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง!
ให้เธอได้กลับมายังช่วงเวลาที่เพิ่งแต่งงานกับเซียวหยวนหมิง และตอนนี้ก็คือคืนเข้าหอของเธอกับเขา
ยังจำได้ว่าในชาติที่แล้ว เธอไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับเซียวหยวนหมิง จึงดื่มเหล้าจนเมามายไม่ได้สติ ครั้นตื่นขึ้นมาก็พบว่าความบริสุทธิ์ได้มลายหายไปแล้ว ด้วยความโกรธ เธอจึงเตะเซียวหยวนหมิงตกจากเตียง แล้วชี้หน้าด่าว่าเขาเป็นกบริอาจอยากกินเนื้อหงส์ ชาตินี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอก็ไม่มีวันรักเขาได้ เขาเป็นเพียงชาวนาผู้ต่ำต้อย!
ขณะนั้นเซียวหยวนหมิงไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เขาเพียงสวมเสื้อผ้าแล้วจากไป นับจากนั้นเขาก็กลายเป็นคนเงียบขรึมและมืดหม่นยิ่งขึ้น
และไม่เคยแตะต้องเธออีกเลย!
ซูเจียวเจียวรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง
โชคดีที่คราวนี้กลับมาได้ทันเวลา เธอยังไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายกับเซียวหยวนหมิงถึงเพียงนั้น!
ดวงตาของหญิงสาวเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ดูน่าเวทนาเหลือเกิน
หัวใจของเซียวหยวนหมิงเจ็บแปลบขึ้นมาทันใด ดวงตาพลันมืดมิดลง ในใจเจ็บปวดราวกับคลื่นทะเลที่โหมกระหน่ำ จนแทบหายใจไม่ออก
เธอไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับเขาถึงเพียงนั้น ไม่เต็มใจให้เขาแตะต้องเธอ...
เขารู้ว่าในใจเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว ได้ยินว่าคนคนนั้นเป็นคู่หมั้นของเธอจากในเมือง แต่ชายผู้นั้นกลับหักหลัง ไปแต่งงานกับน้องสาวของเธอ ด้วยความโกรธ หล่อนจึงตกลงที่จะแต่งงานกับเขา...
เขาอดกลั้นความเสียใจในใจ ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออก แล้วลุกขึ้นอย่างโดดเดี่ยว
ร่างสูงสง่าของเขาในเวลานี้กลับดูอับจนไร้หนทางอย่างยิ่ง
ทันใดนั้น มือเรียวบางนุ่มนวลของหญิงสาวก็เลื่อนขึ้นมาสัมผัสหน้าอกอันแข็งแกร่งและทรงพลังของเขา ก่อนจะโอบรอบคอของเขาไว้
มือของหญิงสาวบอบบางและอ่อนนุ่มราวกับไม่มีกระดูก ร่างกายของเธอก็อิงแอบอยู่บนร่างของเขาอย่างแผ่วเบา
ร่างของเขาแข็งทื่อในทันที ทั่วทั้งร่างพลันหยุดชะงัก
“เจียวเจียว คุณ...”
เขามองเธอด้วยความประหลาดใจและตกตะลึงเล็กน้อย
“เรื่องเช่นนี้ยังจะต้องให้ฉันเป็นฝ่ายเริ่มอีกหรือคะ?”
เสียงหวานนุ่มนวลของหญิงสาวดังขึ้นในความมืดแฝงด้วยความท้าทาย ราวกับเปลวไฟที่จุดประกายให้หัวใจของเขาลุกโชนในทันที
เซียวหยวนหมิงพยายามอดกลั้นความเร่าร้อนในกาย “แต่... แต่คุณร้องไห้...”
เขายกมือขึ้น หมายจะเช็ดน้ำตาที่หางตาให้เธอ หากแต่ก็กลัวว่าเธอจะรังเกียจ เขาจึงหยุดมือค้างอยู่ตรงนั้นด้วยความไม่รู้จะทำอย่างไร
“ฉันมีนิสัยอย่างหนึ่งเวลาเมาคือชอบร้องไห้ ไม่ใช่ว่าไม่เต็มใจ”
เสียงของหญิงสาวแผ่วเบาและอ่อนโยน กระซิบอยู่ข้างหูของเขาราวกับนกขมิ้นตัวน้อย ช่างไพเราะเหลือเกิน หัวใจของเซียวหยวนหมิงสั่นสะท้าน
เธอบอกว่าเธอไม่ได้ไม่เต็มใจ...
นั่นหมายความว่าเธอยินดีที่จะมอบทุกอย่างให้เขาใช่หรือไม่?!
ซูเจียวเจียวมองเซียวหยวนหมิงที่กำลังตกตะลึง ก่อนจะถอนหายใจในใจ แล้วเป็นฝ่ายเริ่มจุมพิตเขาเสียเอง
ริมฝีปากนุ่มนวลของหญิงสาวประทับลงมา ยังคงมีกลิ่นหอมหวานของเหล้าหวานเจืออยู่เล็กน้อย ร่างกายของเซียวหยวนหมิงแข็งทื่อในทันที
เจียวเจียวจุมพิตเขาเองเลยหรือ?
เธอยินดีจริงๆ ด้วย!
เขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป จึงรวบร่างเธอเข้ามากอดและจุมพิตอย่างเร่าร้อน
เธอเป็นผู้ที่ทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน!
พวกเขาแต่งงานกันแล้ว เขาเป็นสามีของเธอ เรื่องเช่นนี้ควรเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อน!
หากเรื่องเช่นนี้ต้องให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาจะยังเป็นชายชาตรีอยู่ได้อย่างไร?
เขาก้มตัวลง
ซูเจียวเจียวตัวสั่นเทา ไม่ทันได้รู้สึกถึงความประหม่า
ในชาติที่แล้ว เพราะเธอเมาไปเสียก่อน จึงจำเรื่องคืนเข้าหอกับเซียวหยวนหมิงไม่ได้เลย
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้ร่วมห้องกันอีก เมื่อหย่าขาดจากเซียวหยวนหมิง เธอก็ไม่ได้หาคู่ครองอีกเลย ใช้ชีวิตโสดมาโดยตลอด
ต่อมาทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หากแต่ในวันก่อนที่จะแต่งงานใหม่ เซียวหยวนหมิงก็เสียชีวิต
เซียวหยวนหมิงรับรู้ได้ถึงมือของเธอที่กำแขนของเขาแน่นจนเล็บจิกเนื้อของเขา แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เธอกำลังประหม่า แท้จริงแล้วเขาก็ประหม่าเช่นกัน...
เอวของหญิงสาวบอบบาง ดูบอบช้ำง่าย ราวกับว่าหากบีบแรงๆ ก็อาจหักได้
เซียวหยวนหมิงจึงลดท่าทางลงอย่างแผ่วเบา
สุดท้ายซูเจียวเจียวก็หลับไปเพราะความเหนื่อยล้า
ก่อนหลับ ซูเจียวเจียวมีเพียงความคิดเดียวในหัว
ชายหนุ่มที่คลั่งรักนั้นช่างร้ายกาจเสียจริง
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เซียวหยวนหมิงค่อยๆ ตื่นขึ้นมา รู้สึกราวกับมีบางอย่างกำลังคลอเคลียอยู่ในอ้อมแขนของเขา คล้ายลูกแมวน้อยกำลังนอนซุกอยู่ในอ้อมกอด เขาจึงก้มหน้ามอง ก็เห็นเส้นผมสีดำขลับอันเงางามของหญิงสาว แผ่สยายอยู่บนแขนของเขาประหนึ่งสาหร่ายทะเลนุ่มๆ
หญิงสาวหนุนแขนของเขา หลับใหลอย่างเป็นสุข ขนตาที่งอนงามปกคลุมเปลือกตา ดูว่าง่ายอย่างยิ่ง
เซียวหยวนหมิงมีความรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน
เพราะก่อนหน้านี้ เธอไม่ยอมแม้แต่ให้เขาจับมือ ไม่ยอมพูดคุยกับเขามากนัก วันนั้นที่เธอตอบตกลงแต่งงานกับเขา เขายังคิดว่าเธอล้อเล่นเพื่อทำให้เขามีความสุข ไม่คิดเลยว่าเธอจะแต่งงานกับเขาจริงๆ...
เซียวหยวนหมิงอดไม่ได้ที่จะกระชับอ้อมแขนเบาๆ โอบกอดเธอไว้ในอ้อมอก
เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง
ท้องฟ้าด้านนอกยังคงมืดสลัว ตอนนี้น่าจะประมาณตีห้าครึ่ง ปกติเวลานี้เขาคงลุกขึ้นแล้ว แต่ทว่าวันนี้เขาไม่อยากลุก เขาอยากจะนอนแผ่บนเตียง กอดเธอไว้อย่างนี้ตลอดไป
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^