LNCrawler

บทที่ 199 โทรศัพท์ [2]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 199 โทรศัพท์ [2]

        เจียวเจียวกับอาหมิงจะเรียกเธอไปทำงานที่จิงเฉิงจริงๆ ด้วย!

       ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง!

       เจียวเจียวกับอาหมิงกำลังจะเปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็กที่จิงเฉิง!

       หัวหน้ากองผลิตไม่ได้โกหก!

       เมื่อไปถึงจิงเฉิง เธอไม่เพียงแต่จะได้พบกับเจียวเจียวและอาหมิงเท่านั้น แต่ยังสามารถหาเงินได้มากขึ้นอีกด้วย!

       ช่างดีอะไรอย่างนี้!

       เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอก็รีบตอบรับ “ฉันเต็มใจ ฉันเต็มใจอย่างยิ่ง พรุ่งนี้ฉันจะไปถามจิ้งเซียนกับติ้งผิงว่าพวกเขาสนใจจะไปจิงเฉิงพร้อมฉันไหม ถ้าพวกเขาสนใจ เราก็จะไปด้วยกัน”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ดีเลยค่ะ”

       หลังจากพูดจบ ซูเจียวเจียวก็ยื่นโทรศัพท์ให้เซียวหยวนหมิง เพื่อให้เซียวหยวนหมิงได้พูดคุยกับเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตกลงกันว่าพรุ่งนี้จะโทรกลับมาใหม่ในเวลาเดียวกัน

       พอวางสายก็ปาไป 12 นาทีแล้ว

       ค่าโทรศัพท์ครั้งนี้คิดเป็นเงินหนึ่งหยวนแปดเหมา

       หลังจากจ่ายเงิน ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงก็จูงมือกันเดินกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน เซียวหยวนหมิงก็ไปอาบน้ำ ส่วนซูเจียวเจียวก็ยังคงวาดแบบเสื้อผ้าต่อ อู๋เฟิ่งเสียได้วาดเสร็จอีกหนึ่งแบบ และขอให้ซูเจียวเจียวช่วยปรับแก้ให้

       อู๋เฟิ่งเสียไม่เคยเรียนวิชาศิลปะ หรือการออกแบบเสื้อผ้ามาก่อน แต่ความคิดของเธอก็แปลกใหม่และเธอก็ตั้งใจเรียนรู้ แม้ผลงานที่วาดออกมาจะไม่ดีเท่าซูเจียวเจียว แต่เมื่อซูเจียวเจียวช่วยปรับแก้ให้ ก็ถือว่าไม่เลวเลย

       ทั้งสองคนต่างตั้งใจวาดแบบเสื้อผ้า จนไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่มแล้ว

       ซูเจียวเจียวกล่าว “พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ เราต้องไปเรียนกันแล้ว วันนี้เราพักแค่นี้ก่อนเถอะค่ะ รีบเข้านอนกันดีกว่า”

       เนื่องจากดึกมากแล้ว ซูเจียวเจียวจึงเกรงว่าการออกไปข้างนอกจะไม่ปลอดภัยและอากาศก็หนาวเย็น เธอก็เลยให้ อู๋เฟิ่งเสียพักค้างคืนที่เรือนสี่ประสาน

       เตียงในห้องข้างๆ ถูกจัดเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

       อู๋เฟิ่งเสียก็ไม่ได้ปฏิเสธ เนื่องจากเธอตัดสินใจที่จะร่วมงานกับเจียวเจียวแล้ว ก็ย่อมต้องทำงานดึกดื่นบ้าง การพักค้างคืนที่นี่เป็นครั้งคราวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

       ซูเจียวเจียวบอกอู๋เฟิ่งเสียว่าของใช้ต่างๆ วางอยู่ที่ไหนบ้าง แล้วเธอก็ไปทำความสะอาดร่างกาย

       ตอนกลางคืนเมื่อนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงก็ปรึกษาหารือกันเรื่องการจัดตั้งโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็ก หลังจากนั้นก็ผล็อยหลับไป

       เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเจียวเจียว เซียวหยวนหมิง และอู๋เฟิ่งเสียทั้งสามคนไปทานอาหารเช้าที่ร้านข้างนอก ก่อนจะไปมหาวิทยาลัย

       พอถึงห้องเรียน ฉีเหม่ยจูก็เดินเข้ามาหา “เจียวเจียว เธอออกไปอยู่ข้างนอกแล้วใช่ไหม? เมื่อวานเช้าสามีของเธอมาที่หอพักเพื่อเอาของ ฉันช่วยเขาเอาสัมภาระของเธอลงไปให้”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ใช่แล้ว ฉันย้ายออกไปอยู่ข้างนอกชั่วคราวแล้วละ”

       ฉีเหม่ยจูบ่นด้วยความหงุดหงิด “เฮ้อ พอเธอออกไปแล้ว ในหอพักก็เหลือแต่ฉันกับหลัวย่าจวนที่สนิทกัน ส่วนคนอื่นๆ นะหรือ ฮึ่ม... ต่างก็เอาอกเอาใจเถียนน่าน่ากันหมดเลย”

       ซูเจียวเจียวกล่าว “พวกเราสามคนเรียนห้องเดียวกันอยู่แล้ว ต่อไปก็จะเจอหน้ากันบ่อยๆ ถ้าเธอมีอะไรก็มาคุยกับฉันตอนกลางวันได้เลย”

       “ก็ได้ๆ” ฉีเหม่ยจูเบะปากอย่างไม่พอใจ “แล้วหลังจากนี้เธอจะไม่กลับมาที่หอพักอีกเลยเหรอ? ผ้าห่ม กาน้ำร้อน กะละมัง ยาสีฟัน แปรงสีฟัน และผ้าเช็ดตัวของเธอยังไม่ได้เอาไปเลยนะ”

       ซูเจียวเจียวครุ่นคิดแล้วกล่าว “ก็ไม่แน่หรอก ถ้าวันไหนเรียนภาคค่ำดึกมาก หรือวันไหนงานยุ่งมาก ก็อาจจะพักที่หอพักบ้าง จะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา”

       ฉีเหม่ยจูได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้ม “อย่างนั้นก็ดีเลย!”

       หลัวย่าจวนหัวเราะ “เธอติดเจียวเจียวขนาดนี้ ระวังสามีของเจียวเจียวจะหึงเอานะ”

       ทั้งสามคนหยอกล้อกันสักพัก เสียงกริ่งเข้าเรียนก็ดังขึ้น

       แม้ซูเจียวเจียวจะเคยเรียนมหาวิทยาลัยมาแล้วในชาติที่แล้ว แต่เธอก็ยังคงตั้งใจฟังทุกบทเรียนอย่างจริงจัง

       ...

       พอไก่ในหมู่บ้านเริ่มขัน เซียวหยวนซินก็ตื่นขึ้นมา

       เมื่อคืนเธอได้รับโทรศัพท์จากเจียวเจียวกับอาหมิง ก็เลยตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวหยวนซินนอนไม่หลับ!

       ดังนั้นเมื่อได้ยินเสียงไก่ขัน เซียวหยวนซินจึงตัดสินใจไม่นอนต่อแล้ว เธอลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ เริ่มทำอาหารเช้า จัดการงานบ้านจนเรียบร้อยเกือบทุกอย่าง จากนั้นจึงไปปลุกหลิวหยวนหยวนให้ลุกขึ้นมาทานอาหารเช้า

       หลิวหยวนหยวนขยี้ตาที่ปรือปรอยของเธอ “แม่คะ หนูง่วงจังเลยค่ะ”

       เซียวหยวนซินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ก็ใครใช้ให้นอนดึกเล่า”

       เจ้าตัวเล็กนี่ เมื่อคืนพอรู้ว่าตัวเองจะได้ไปจิงเฉิงด้วย ก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับจนถึงเที่ยงคืน เอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ถามนั่นถามนี่ไปเรื่อย

       นี่ไงล่ะ เช้านี้ก็เลยลุกไม่ไหว

       หลิวหยวนหยวนเบะปากเล็กน้อย “ก็หนูพอคิดถึงน้าสะใภ้กับน้าชายแล้ว หนูดีใจจนนอนไม่หลับเลยนี่คะ! ที่แท้น้าสะใภ้ก็คิดถึงหยวนหยวนมากเลยนะ!”

       หลิวหยวนหยวนนึกว่ามีแต่เธอเท่านั้นที่คิดถึงน้าสะใภ้กับน้าชายมาก จนบางครั้งก็แอบร้องไห้อยู่คนเดียว

       แต่หลิวหยวนหยวนก็ไม่กล้าบอกแม่ เพราะกลัวว่าแม่จะคิดถึงน้าชายกับน้าสะใภ้ด้วย!

       ตอนนี้เธอเป็นเด็กโตแล้ว ต้องรู้จักพึ่งพาตัวเองให้ได้

       เมื่อได้ยินเสียงเล็กๆ ของลูกสาว เซียวหยวนซินก็หัวเราะทั้งน้ำตา “รออีกสักพักนะ พอเราได้ไปจิงเฉิง ลูกก็จะได้เจอน้าสะใภ้ทุกวันเลย”

       “อื้อ ดีจังเลย! ต่อไปหนูจะได้เจอน้าสะใภ้กับน้าชายทุกวันเลย!” หลิวหยวนหยวนดีใจจนเต้นไปมาด้วยความตื่นเต้น

       “ดีแล้ว ดีแล้ว ลูกไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วก็กินข้าวเช้าก่อนนะ ถ้ากินเสร็จแล้วง่วงก็ไปนอนต่อสักหน่อย พอตื่นแล้วก็มาหาแม่ที่โรงงาน แม่ต้องไปทำงานแล้ว”

       “แม่คะ หนูไม่นอนค่ะ หนูจะไปช่วยแม่ทำงานค่ะ” หลิวหยวนหยวนกล่าวอย่างว่าง่าย

       หลังอาหารเช้า เซียวหยวนซินก็จูงมือหลิวหยวนหยวนไปยังโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็ก

       ตอนนี้โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็กอยู่ภายใต้การดูแลของเซียวหยวนซิน ดังนั้นกุญแจจึงอยู่ที่เธอ ทุกวันเธอจึงเป็นคนแรกที่มาเปิดประตู และเป็นคนสุดท้ายที่กลับบ้าน เพราะต้องลงกลอนประตู

       ไม่นาน หลี่จิ้งเซียนก็มาถึง

       หลี่จิ้งเซียนมองเห็นเซียวหยวนซินอยู่ในอารมณ์ดี ก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย “พี่หยวนซิน วันนี้เจอเรื่องอะไรดีๆ มาหรือคะ เห็นพี่หน้าตาสดใส มีความสุขขนาดนี้ หรือว่าพี่เก็บเงินได้คะ?”

       เซียวหยวนซินหัวเราะ “ตอนนี้ฉันยังไม่บอกเธอหรอก”

       หลี่จิ้งเซียนเบิกตากว้าง เซียวหยวนซินไม่เหมือนคนที่จะซุกซนและล้อเล่นแบบนี้เลยนี่นา!

       “พี่หยวนซินบอกมาเถอะค่ะ บอกมาเถอะว่าพี่เจอเรื่องอะไรดีๆ หรือว่าโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าขนาดเล็กของเราได้คำสั่งซื้อใหญ่ หัวหน้ากองผลิตเลยจะขึ้นเงินเดือนให้พวกเราหรือเปล่าคะ?”

       เซียวหยวนซินหัวเราะ “ไม่ใช่เลยสักอย่าง เธออย่าเพิ่งใจร้อนเลยนะ รอทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันก่อน แล้วฉันจะบอก”

       หลี่จิ้งเซียนอดไม่ได้ที่จะเก็บความสงสัยไว้ในใจ เฝ้ารอจนทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตา ในที่สุดก็มีเธอรวมอยู่ด้วยสิบคน เพราะจ้าวอวี้เฟินก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว

       เซียวหยวนซินเห็นทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ก็เปิดปากกล่าว “ทุกคนคะ อย่าเพิ่งเริ่มทำงานนะคะ มาทางนี้ก่อน ฉันมีเรื่องจะบอกทุกคนค่ะ”

       เฉิงติ้งผิงคิดว่าเป็นการประชุมตอนเช้า เธอก็เลยวางลูกไว้ในเปลเด็กไม้ที่ทำขึ้นเองข้างๆ แล้วรีบเดินเข้ามา “เป็นการประชุมตอนเช้าใช่ไหมคะ?”

       แต่พอเธอพูดจบ ลูกก็เริ่มร้องไห้โวยวายขึ้นมาทันที

       หลิวหยวนหยวนเดินเข้าไปใกล้ แล้วค่อยๆ โยกเปลเด็กเบาๆ ลูกก็หยุดร้องไห้ ลืมตาโตมองหลิวหยวนหยวนด้วยความสงสัย แล้วก็ยื่นมือเล็กๆ อวบอ้วนของเขาออกมา ช่างน่ารักเหลือเกิน

       หลิวหยวนหยวนกุมมือเล็กๆ ของเขาไว้ พร้อมกับปลอบโยน “เสี่ยวเถาเถา ฉันเป็นพี่สาวนะ”

       เฉิงติ้งผิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วหัวเราะ “ขอบคุณนะ หยวนหยวน”

       ใบหน้าขาวใสของหลิวหยวนหยวนปรากฏความสุขุมเหมือนผู้ใหญ่ “ไม่เป็นไรค่ะ น้าผิงคะ น้าไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูช่วยดูแลเสี่ยวเถาเถาให้ค่ะ”


จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g