LNCrawler

บทที่ 200 ผ้าตัวอย่าง

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 200 ผ้าตัวอย่าง

        เมื่อมองดูลูกสาวที่เฉลียวฉลาดและน่ารัก เซียวหยวนซินก็รู้สึกปลื้มปีติในใจไม่น้อย

       ทุกคนยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ สายตาจับจ้องไปที่เซียวหยวนซินที่อยู่เบื้องหน้า มีทั้งความตื่นเต้นและสงสัย

       “พี่หยวนซินคะ หรือว่าสินค้าที่เราเร่งผลิตเมื่อสองวันก่อนไม่ผ่านเหรอคะ?”

       เซียวหยวนซินหัวเราะ “ทุกคนไม่ต้องตื่นเต้นนะ ไม่ใช่เรื่องของสินค้าค่ะ เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าพวกคุณจะยินยอมไหม”

       หลี่จิ้งเซียนที่รอไม่ไหวแล้ว ก็ร้องขึ้น “เรื่องน่ายินดีอะไรคะ! รีบๆ บอกเลยค่ะ ฉันมารอนานแล้วนะเนี่ย รอพี่พูดอยู่ค่ะ”

       เฉิงติ้งผิงถามอย่างสงสัยเช่นกัน “เรื่องน่ายินดีอะไรเหรอคะ? หรือว่าพวกเราจะได้ขึ้นเงินเดือนคะ?”

       เซียวหยวนซินส่ายหน้า “ไม่ใช่ทั้งสองอย่างเลย เมื่อคืนเจียวเจียวโทรมา! เธอบอกว่าจะเปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าเล็กๆ ที่จิงเฉิงกับอาหมิง แล้วชวนพวกเราไปทำงานที่จิงเฉิง ใครที่อยากไปก็ไปได้เลย เธอจะรับผิดชอบเรื่องที่พักให้ แต่ไม่รวมอาหารนะ ส่วนเงินเดือน สามเดือนแรกจะอยู่ที่ 28 หยวนต่อเดือน หากพวกเราตั้งใจทำงาน หลังจากนั้นก็จะปรับขึ้นเป็น 39 หยวนต่อเดือน ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้วละ ใครที่อยากไปก็ไปกับฉันได้เลย ส่วนใครที่ไม่ต้องการไปก็อยู่ที่นี่ได้”

       ทันทีที่เธอพูดจบ ผู้คนก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที หลี่จิ้งเซียนอุทานด้วยความดีใจ “พี่เจียวเจียวเปิดโรงงานเล็กๆ เหรอคะ? เยี่ยมไปเลย! ฉันไปค่ะ ฉันไปด้วย!”

       ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มหันไปปรึกษากันเอง

       เซียวหยวนซินหัวเราะ “ดีเลย! เราสองคนไปพร้อมกัน”

       หลี่จิ้งเซียนเห็นทุกคนลังเล ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “พวกคุณลังเลอะไรกันคะ! พวกเราอยู่ที่นี่เงินเดือนแค่ 14 หยวนต่อเดือนเอง! ไปจิงเฉิงได้เงินเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยนะคะ! และนี่เป็นแค่เงินเดือนสามเดือนแรกเท่านั้น หากพวกเราทำงานดีๆ หลังจากนั้นก็จะได้ปรับเป็น 39 หยวนต่อเดือนเลยนะ นี่มันเงินเดือนของช่างฝีมือเลยนะ!”

       ทุกคนลังเล “แต่… แต่พวกเราไม่เคยไปจิงเฉิงเลยนี่คะ!”

       “ใช่แล้วๆ สถานที่ไกลที่สุดที่ฉันเคยไปก็แค่ในตำบลเท่านั้นเอง ฉันโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยไปแม้แต่ตัวอำเภอเลย…”

       “ฉันเคยไปตัวอำเภอแค่ครั้งเดียวเองค่ะ ไปจิงเฉิงที่ไกลขนาดนั้น ฉัน… ฉันกลัวจังเลย…”

       เฉิงติ้งผิงกล่าวว่า “ฉันกังวลว่าหากพาลูกไปด้วย แล้วจะไม่สะดวกทำงาน ฉันกลัวว่าจะทำงานได้ไม่มากพอ แล้วจะทำให้เงินเดือนที่เจียวเจียวให้มานั้นไม่คุ้มค่า…”

       เซียวหยวนซินกล่าว “คุณพาลูกไป ฉันก็พาลูกไปเหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย คุณก็ทำงานเหมือนกับที่นี่แหละค่ะ แค่วางเปลเล็กๆ ไว้ข้างๆ ลูกจะได้นอนในนั้น คุณก็สามารถดูแลลูกไปพร้อมกับทำงานไปด้วยได้เลย”

       เฉิงติ้งผิงครุ่นคิด ก็จริงอย่างที่เซียวหยวนซินว่า การทำงานไปพร้อมกับดูแลลูกนั้นไม่กระทบกันเลย เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่เท่านั้นเอง

       อีกอย่างเซียวหยวนซินก็พาลูกไปด้วยเหมือนกัน!

       เซียวหยวนซินทำได้ แล้วทำไมเธอจะทำไม่ได้เล่า!

       สิ่งที่เซียวหยวนซินทำได้ เธอก็ทำได้เหมือนกัน!

       เมื่อคิดได้อย่างนั้น เฉิงติ้งผิงก็พยักหน้า “ฉันจะไปจิงเฉิงกับคุณค่ะ! ฉันตัดสินใจจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง หากไม่ดี ฉันก็จะกลับมาที่นี่เอง! ชีวิตคนเราก็เหมือนการเสี่ยงโชคไม่ใช่หรือคะ?”

       เดิมทีเฉิงติ้งผิงก็ไม่เคยคิดว่าเธอจะได้เรียนรู้วิชาช่างตัดเย็บเสื้อผ้า และจะสามารถเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี

       เฉิงติ้งผิงไม่ได้กำลังเดิมพันกับตัวเองว่าจะเรียนรู้ได้ดีหรือไม่ใช่หรือ?

       ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่า ตราบใดที่เฉิงติ้งผิงตั้งใจเรียนและเรียนรู้ให้ดี ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้!

       เธอเป็นผู้หญิงที่ต้องดูแลลูกชายเพียงลำพัง ยิ่งต้องพยายามให้มากขึ้น! ตราบใดที่หาเงินได้มากขึ้น เธอก็จะสามารถมอบชีวิตที่ดีให้กับลูกชาย และส่งลูกชายไปเรียนหนังสือ! ให้ลูกชายได้เรียนต่อชั้นประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย และถ้าจะให้ดีที่สุดก็คือได้เข้ามหาวิทยาลัย!

       แบบนี้เฉิงติ้งผิงก็ถือว่าคู่ควรกับเจ้าลิงผอมแล้ว

       เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉิงติ้งผิงก็ยิ่งตั้งมั่นในใจมากขึ้น แม้ดวงตาก็ยังแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย

       ผู้หญิงนั้นอ่อนแอโดยธรรมชาติ แต่เมื่อเป็นแม่แล้วก็จะแข็งแกร่งขึ้น

       คนอื่นๆ ที่ยังลังเลอยู่ เซียวหยวนซินก็ไม่ได้โน้มน้าวต่อ

       สิ่งที่ควรพูดเซียวหยวนซินก็ได้พูดไปหมดแล้ว จะไปหรือไม่ไปก็ขึ้นอยู่กับพวกเธอเอง หากเซียวหยวนซินคะยั้นคะยอให้พวกเธอไป แล้วไปจิงเฉิงแล้วปรับตัวไม่ได้ เซียวหยวนซินก็จะต้องถูกต่อว่าอีก

       แต่หลี่จิ้งเซียนนั้นแตกต่างออกไป เธอเป็นคนซื่อๆ เธอรู้สึกว่าโอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป!

       ดังนั้นหลี่จิ้งเซียนจึงพูดต่อไปว่า “ตอนที่พี่เจียวเจียวเลือกพวกเราเป็นลูกศิษย์ฝึกงาน ก็เห็นถึงความสามารถของพวกเราไม่ใช่หรือคะ? ในเมื่อพี่เจียวเจียวคิดว่าพวกเราทำได้ พวกเราก็ต้องทำได้แน่นอน! ยังไงซะฉันก็จะไปจิงเฉิงเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือร้าย อย่างน้อยฉันก็จะไม่เสียใจในภายหลัง อย่างน้อยฉันก็ได้ไปจิงเฉิงมาแล้ว!”

       เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของหลี่จิ้งเซียนก็เป็นประกาย ใบหน้าของเธอก็เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาและความสดใส

       “ใช่! จิ้งเซียนพูดถูก! ไม่ว่าผลลัพธ์จะดีหรือร้าย เราก็ต้องลองดู จะมาหดหัวอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว! รัฐบาลก็บอกว่าผู้หญิงเราสามารถแบกรับครึ่งหนึ่งของท้องฟ้าได้เลยนะ*[1] !”

       “ใช่แล้วค่ะๆ ถึงแม้จะไม่ได้ผล อย่างน้อยพวกเราก็ได้ไปจิงเฉิง ได้เห็นโลกกว้างมาแล้ว”

       ในตอนแรกมีผู้หญิงสามคนเห็นด้วยกับหลี่จิ้งเซียน ทำให้หลี่จิ้งเซียนตื่นเต้นอย่างมาก

       ตอนนี้มีคนรวมแล้วถึงหกคน

       ส่วนอีกสี่คนนั้น บางคนเลือกที่จะอยู่ต่อ เพราะไม่อยากจากลูกๆ หรือสามีไป

       ยกเว้นเซียวหยวนซินและเฉิงติ้งผิงแล้ว อีกสี่คนของหลี่จิ้งเซียนต่างก็เป็นหญิงสาวโสดที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีภาระผูกพันมากมาย จึงสามารถเลือกที่จะไปจิงเฉิงเพื่อลองเสี่ยงโชคได้

       เมื่อตกลงกันได้แล้ว เซียวหยวนซินก็ให้ทุกคนเริ่มทำงาน เตรียมรอโทรศัพท์จากเจียวเจียวในตอนเย็น

       …

       หลังเลิกเรียนในตอนบ่าย ฮั่วเจี้ยนจงและเซียวหยวนหมิงก็มาด้วยกัน ฮั่วเจี้ยนจงบอกว่าเขาฝากคนไปสอบถามเรื่องผ้าและเข็มด้ายได้ความคืบหน้าแล้ว เขาและเซียวหยวนหมิงจะไปดูด้วยกัน แล้วก็จะนำผ้าตัวอย่างกลับมาด้วย

       ซูเจียวเจียวกล่าว “พวกเราไปกินข้าวที่โรงอาหารกันก่อนดีไหมคะ พวกคุณสองคนกินข้าวเสร็จแล้วค่อยไปทำงานค่ะ ไม่อย่างนั้นถ้างานยุ่งแล้วก็คงจะกลับดึกมาก”

       เซียวหยวนหมิงและฮั่วเจี้ยนจงกินข้าวอย่างรวดเร็วแล้วก็จากไป เหลือเพียงซูเจียวเจียวและอู๋เฟิ่งเสียที่ค่อยๆ กินอย่างช้าๆ

       หลังจากกินเสร็จ ซูเจียวเจียวก็กลับบ้าน ส่วนอู๋เฟิ่งเสียก็กลับหอพักเพื่อเรียนรู้การวาดแบบออกแบบต่อ

       ในบรรดาหลายคน มีเธอที่ออกเงินน้อยที่สุด และออกแรงน้อยที่สุด หากไม่พยายามให้มากขึ้น เธอก็จะละอายใจที่จะร่วมงานกับเจียวเจียวและคนอื่นๆ ดังนั้นเธอจึงเรียนอย่างขยันขันแข็งเป็นพิเศษ ทุกคืนจะต้องอ่านหนังสือ ฝึกวาดรูป จนกว่าจะถึงเที่ยงคืนถึงจะเข้านอน

       ซูเจียวเจียวกลับถึงบ้านก็รีบไปโทรศัพท์ก่อนเลย

       ทางฝั่งเซียวหยวนซินได้รออยู่ที่นั่นตามเวลาที่นัดหมายไว้แล้ว หรืออาจจะล่วงหน้าไปบ้างเล็กน้อย

       เมื่อรับโทรศัพท์ เซียวหยวนซินก็เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยความตื่นเต้น บอกว่าหลี่จิ้งเซียนและเฉิงติ้งผิงหลายคนยินดีที่จะมาจิงเฉิงกับเธอ

       ซูเจียวเจียวบอกว่าทางนี้เธอจะจัดการให้เรียบร้อย ไม่ต้องกังวล

       หลังจากวางสาย ซูเจียวเจียวก็กลับบ้าน ระหว่างทางก็คิดไปเรื่อยๆ ว่าตอนนี้โรงงานก็มีแล้ว แต่ยังขาดหอพัก

       ไหนๆ ก็รับปากว่าจะดูแลเรื่องที่พักแล้ว ก็ต้องเตรียมหอพักให้เรียบร้อย

       มิฉะนั้นหากคนงานที่รับเข้ามาไม่มีที่พัก ก็จะหาคนงานได้ยาก

       เรือนสี่ประสานเป็นที่อยู่ของตนเอง อีกอย่างก็ไม่สามารถรองรับคนจำนวนมากได้

       พี่หยวนซินกับหยวนหยวนสามารถมาอยู่ด้วยกันได้

       ดูเหมือนว่าสุดสัปดาห์นี้เธอจะต้องไปหาบ้านอีกครั้ง พยายามหาหอพักใกล้ๆ โรงงาน เพื่อจะได้สะดวกในการเดินทาง

       ตอนกลางคืนเมื่อเซียวหยวนหมิงกลับถึงบ้านก็เกือบสามทุ่มแล้ว เขานำผ้าตัวอย่างกลับมามากมาย ทำให้ซูเจียวเจียวประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะผ้าตัวอย่างเหล่านี้มีคุณภาพดีมากจริงๆ

 

       *[1] "ผู้หญิงแบกท้องฟ้าไว้ครึ่งหนึ่ง" (Women hold up half the sky) เป็นวาทะสำคัญของเหมา เจ๋อตุง ที่เน้นย้ำความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย สื่อถึงบทบาทหน้าที่ ความสามารถ และคุณค่าที่เท่าเทียมกันในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ไม่แพ้ผู้ชาย


จากชาติก่อนที่เคยใจร้ายผลักไสเขา...ชาตินี้ขอเปย์รักและสร้างความมั่งคั่งคืนให้หมดหัวใจ!
ย้อนเวลามาทั้งที เธอจะพลิกชีวิตชาวนาหนุ่มให้รวยขึ้นแท่นเศรษฐีได้สะใจขนาดไหน?
กดเข้า Kawebook แล้วเปิดโหมดคลั่งรักตอนถัดไปได้ก่อนใคร >> https://kawebook.co/uwQ4g