LNCrawler

บทที่ 21 หาเรื่อง (2)

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 21 หาเรื่อง (2)

       เนื้อกระต่ายสดใหม่ละลายในปาก รสชาติอร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วย

       น้ำซอสสีแดงเข้มเคลือบลงบนข้าวสวยสีขาวนวล เปลี่ยนแม้แต่ข้าวให้หอมฟุ้งน่ารับประทาน

       ซูเจียวเจียวก็รีบกินตามไปอย่างเอร็ดอร่อย เพราะช่วงนี้เธอก็ไม่ได้ลิ้มรสเนื้อมานานแล้ว

       ขณะที่ทั้งสองสามีภรรยากำลังทานข้าวกันอย่างเพลิดเพลิน เสียงเคาะประตูที่รัวเร็วกะทันหันก็ดังขึ้นจากด้านนอก

       “ดึกป่านนี้แล้ว ใครกันนะ…” ซูเจียวเจียววางชามลง กำลังจะลุกไปที่ลานบ้าน

       เซียวหยวนหมิงวางชามลงก่อน ลุกขึ้นยืน “คุณนั่งกินไปเถอะ เดี๋ยวผมไปดูเองว่าใครมา”

       พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องครัวไป

       ซูเจียวเจียววางชามตะเกียบลงแล้วเดินตามออกไป

       ช่วงเวลานั้นชีวิตทุกคนเรียบง่าย เมื่อฟ้ามืดก็จะแยกย้ายกันกลับบ้าน ไม่ค่อยมีใครออกไปไหนมาไหนกัน

       “ใครครับ?” เซียวหยวนหมิงถามเสียงดังขณะที่เปิดประตูบ้าน

       “ผมเอง เปิดประตูให้หน่อย”

       เป็นเสียงของหัวหน้ากองผลิตหลี่เกินเซิง

       เซียวหยวนหมิงเปิดประตูออกอย่างเฉยชา เขามองหลี่เกินเซิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน คิ้วของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น “มีอะไรหรือครับ?”

       หลี่เกินเซิงมองเข้าไปในลานบ้านก่อน แล้วหันมามองเซียวหยวนหมิงพร้อมทำหน้าบึ้งตึงถามว่า “ได้ยินว่าวันนี้คุณจับกระต่ายป่ากลับมาสองตัวจริงหรือ?”

       นี่ขนาดอยู่หน้าลานบ้านยังได้กลิ่นหอมฟุ้งของเนื้อโชยมาแล้ว

       ซูเจียวเจียวที่ยืนอยู่ด้านหลังก็อดสงสัยไม่ได้ ดึกป่านนี้แล้วหัวหน้ากองผลิตมาหา มีเรื่องอะไรกันนะ?

       หรือจะเป็นเพราะลูกสาวของเขา หลี่ตงเหลียน?

       “หอมจัง!” โจวเม่ยและหลินเฟิงก็ชะเง้อเข้ามามองในลานบ้าน กลิ่นหอมตลบอบอวลโชยเข้าจมูกจนน้ำลายสอ ท้องของพวกเขาร้องโครกครากราวกับจะขาดใจ

       เมื่อได้ยินเสียง เซียวหยวนหมิงจึงมองเห็นโจวเม่ยและหลินเฟิงที่อยู่ด้านหลังหลี่เกินเซิง ชนบทมืดเร็ว แถมไม่มีไฟถนน ตอนแรกเขาจึงไม่ทันได้สังเกตเห็น

       ตอนนี้เมื่อเห็นท่าทางและสายตาของพวกเขา คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นยิ่งขึ้นไปอีก

       โดยเฉพาะเมื่อได้ยินคำถามของหลี่เกินเซิง เซียวหยวนหมิงก็คาดเดาเจตนาของทั้งสามคนได้แล้ว

       ซูเจียวเจียวเองก็เป็นคนที่ผ่านชีวิตมาสองชาติภพแล้ว ตอนนี้เธอจะยังไม่เข้าใจได้อย่างไร ทันใดนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึง

       เซียวหยวนหมิงพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “พวกเราจับกระต่ายป่ากลับมาสองตัวครับ มีอะไรหรือเปล่า?”

       “เซียวหยวนหมิง ยุวชนโจวกับยุวชนหลินแจ้งผมว่า คุณแอบซ่อนกระต่ายป่า ไม่นำมาส่งให้กองผลิต ผมเลยมาดูให้เห็นกับตา” หลี่เกินเซิงไขว้มือไว้ด้านหลัง ทำท่าทางวางอำนาจเต็มที่

       เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้ว “หัวหน้าหลี่ กองผลิตไม่ได้มีกฎว่าจับกระต่ายป่าแล้วต้องส่งมอบนะครับ”

       เขาออกล่ามานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะทำเป็นวันสองวันเสียหน่อย

       “เซียวหยวนหมิง กองผลิตไม่ได้มีกฎว่าไม่ต้องส่งมอบ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องส่งมอบนี่นา! ตอนนี้ทุกบ้านไม่มีเนื้อสัตว์กินเลยสักนิด ทำไมบ้านนายถึงได้กินเนื้อล่ะ!” โจวเม่ยพูดด้วยความอิจฉา โดยเฉพาะกลิ่นหอมของเนื้อที่ลอยออกมาจากห้องครัว ยิ่งทำให้ท้องของเธอร้องจ๊อกๆ อย่างน่าสมเพช

       ตอนนี้เลยเวลาอาหารไปนานแล้ว น่าสงสารที่เธอยังไม่ได้กินอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

       เซียวหยวนหมิงมักจะล่าสัตว์ป่ากลับมาเสมอ ก่อนรู้จักซูเจียวเจียว เขามักจะแบ่งไปให้พี่สาวในหมู่บ้านข้างเคียงเพื่อบำรุงร่างกาย

       หลังจากรู้จักซูเจียวเจียว เขาก็จะแบ่งครึ่งหนึ่งไปให้ซูเจียวเจียวที่บ้านพักยุวชน ซูเจียวเจียวเป็นคนใจกว้าง ยุวชนคนอื่นก็พลอยได้ลิ้มรสเนื้อไปด้วย

       ตอนนี้เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวแต่งงานกันแล้ว เจียวเจียวก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านสกุลเซียว สัตว์ป่าที่ล่ามาได้จึงไม่ส่งไปที่บ้านพักยุวชนอีกต่อไป

       เป็นเพราะเหตุนี้ พวกเขาถึงได้มาหาเรื่องอย่างจงใจงั้นหรือ?!

       หรือเป็นเพราะฮั่วเจี้ยนจง?

       ซูเจียวเจียวมองโจวเม่ยที่ทำหน้าตาเหลี่ยมจัดและเจ้าเล่ห์ พลางนึกถึงชาติที่แล้วที่เธอไปรับพัสดุที่ตัวอำเภอช้าไปหนึ่งวัน จึงไม่ได้พบฮั่วเจี้ยนจง แต่ครั้งนี้กลับได้พบกัน แถมยังกลับมาพร้อมกันอีก ต้องเป็นเพราะโจวเม่ยเห็นเข้าแล้วเกิดความอิจฉา เลยมาหาเรื่องอย่างแน่นอน

       เรื่องทั้งหมดนี้เหมือนเป็นปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไปจากชาติที่แล้วเล็กน้อย

       อีกทั้งชาติที่แล้วก็ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย…

       แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โจวเม่ยก็อย่าหวังมาเอาเปรียบ!

       ซูเจียวเจียวเท้าเอวทันที แล้วชี้ไปที่จมูกของโจวเม่ยด่าว่า “ส่งหัวเธอไปแทนสิ! อยากกินเนื้อก็ขึ้นเขาไปล่าเอง มาโวยวายอะไรที่นี่? ตัวเองไม่มีความสามารถ ล่าเนื้อไม่ได้ แล้วมาอาละวาดที่บ้านฉัน เชื่อไหมว่าฉันจะตีเธอออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

       พูดจบ ซูเจียวเจียวก็ม้วนแขนเสื้อขึ้น ทำท่าทางดุดัน

       “เธอ... เธอนี่มันแม่มดชัดๆ! พูดไม่รู้เรื่อง!” โจวเม่ยถึงกับตะลึงงัน เพราะก่อนหน้านี้ภาพที่เธอเห็นคือซูเจียวเจียวผู้แสนอ่อนโยนและว่าง่าย ถึงจะถูกเธอเอาเปรียบ โกรธเคืองในใจ แต่ก็ไม่เคยเอ่ยคำด่าทอ ไฉนเลยจะกล้าแสดงท่าทีราวสตรีร้ายกาจเช่นนี้!

       ซูเจียวเจียวโต้กลับไปว่า “เธอต่างหากที่ไร้ยางอาย!”

       โจวเม่ยโกรธจนหน้าเขียว เธอแกล้งตะโกนเสียงดังว่า “พวกเธอแอบกินเนื้อในบ้านแบบนี้มันผิด เนื้อพวกนี้ควรเป็นของทุกคน เป็นของส่วนรวม ไม่ใช่ของส่วนตัวพวกเธอ!”

       เซียวหยวนหมิงล่าสัตว์ป่ามาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีใครบอกว่าสัตว์ป่าพวกนี้เป็นของส่วนรวมเลย

       เขาก็โกรธทันที “พูดจาเหลวไหล นี่กระต่ายป่าที่ผมจับได้บนเขา ทำไมถึงกลายเป็นของทุกคนไปได้ ยุวชนโจว พวกคุณคิดจะหาเรื่องกันใช่ไหม?”

       โจวเม่ยเผชิญหน้ากับสายตาดุร้ายของเขา ก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย จึงหดตัวไปหลบอยู่ด้านหลังหัวหน้าหลี่ “หึ กระต่ายป่าที่นายจับได้จากบนเขา และบนภูเขาก็เป็นทรัพย์สินของตำบล ดังนั้นกระต่ายที่อาศัยอยู่บนเขาก็ต้องเป็นของตำบลด้วย!”

       หลี่เกินเซิงไม่เคยได้ยินเหตุผลที่บิดเบี้ยวเช่นนี้มาก่อน เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วยซ้ำ สัตว์ป่าอย่างกระต่ายป่าก็ไม่ต้องส่งมอบอยู่แล้ว ของเล็กน้อยแค่นี้ แบ่งไปก็ยังไม่พอให้กินด้วยซ้ำ

       มีแต่สัตว์ใหญ่เช่นหมูป่าหรือกวางเท่านั้นที่ต้องส่งมอบให้กองผลิตเพื่อแบ่งปัน

       แต่เขาถูกโจวเม่ยและหลินเฟิงยุยงอยู่ข้างๆ แถมยังนึกถึงเรื่องที่เมื่อวานลูกสาวของเขาตั้งใจนำน้ำถั่วเขียวไปให้เซียวหยวนหมิง หลี่เกินเซิงก็ยิ่งโกรธขึ้นไปอีก ทันใดนั้นเขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ตัดสินใจจะให้บทเรียนแก่เซียวหยวนหมิง แล้วพาคนมาหาเรื่อง

       หลี่เกินเซิงรู้ดีว่าลูกสาวของเขามีใจให้เซียวหยวนหมิง เขาเคยห้ามลูกสาวไม่ให้เข้าใกล้เซียวหยวนหมิงมานานแล้ว เพราะตระกูลเซียวมีฐานะไม่ดี ถึงแม้เซียวหยวนหมิงจะเก่งแค่ไหน หลี่เกินเซิงก็ไม่ชอบ

       แต่ใครจะรู้ว่าลูกสาวของเขากลับไม่ฟังคำเตือน เอาแต่เวียนวนอยู่รอบตัวเซียวหยวนหมิง ลูกสาวคนเล็กคนนี้เป็นที่รักที่สุดของสองสามีภรรยาห ถึงขนาดที่ว่าถ้าอมไว้ในปากก็กลัวจะละลาย ถ้าถือไว้ในมือก็กลัวจะตกแตก ไม่กล้าพูดจาหนักหน่วงกับเธอเลยสักคำ

       โชคดีที่เมื่อสองเดือนก่อน ได้ฝากฝังกับญาติให้ช่วยลูกสาวของตนได้ทำงานที่โรงพิมพ์ในตัวเมือง หลี่เกินเซิงก็รีบฉวยโอกาสนั้นปลูกฝังความคิดต่างๆ ให้ลูกสาว ให้เธอหาทางแต่งงานกับคนในเมืองเสียใหม่

       หลี่เกินเซิงทำหน้าตาเคร่งขรึม เหมือนกำลังปฏิบัติหน้าที่ “ยุวชนโจวพูดถูก ป่าไม้เป็นของตำบล กระต่ายป่าบนเขาก็ต้องเป็นของส่วนรวมทั้งหมด คุณควรจะมอบมันออกมาดีๆ จะได้ไม่ต้องให้ผมสั่งให้คนค้นบ้าน แล้วทุกคนจะได้ไม่เสียหน้า”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^