LNCrawler

บทที่ 22 ไก่ตัวเมียที่บ้านท่านออกไข่เก่งจังเลยนะคะ

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 22 ไก่ตัวเมียที่บ้านท่านออกไข่เก่งจังเลยนะคะ

        “ใช่! เอาเนื้อมา! พวกนายอย่าคิดจะซ่อนไว้เชียว! ถ้าจะกินก็ต้องแบ่งกัน!” หลินเฟิงก้าวไปข้างหน้าหมายจะบุกเข้าไปในลานบ้าน

       เซียวหยวนหมิงคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่น แขนของเขาแข็งแกร่งมาก จนหลินเฟิงถึงกับเซถลาเกือบจะล้มลง

       “โอ๊ยๆๆ เจ็บๆๆ ปล่อยมือฉันนะ!” หลินเฟิงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด

       เซียวหยวนหมิงสะบัดมือของหลินเฟิงที่ผอมบางราวกับก้านไม้ด้วยความรังเกียจ “อยากกินเนื้อก็ขึ้นเขาไปล่าเองสิ”

       อย่างที่เจียวเจียวบอก หากตนเองไม่ได้กินเนื้อ ก็ได้แต่โทษตัวเองว่าไม่มีความสามารถ อย่าได้ริอ่านคิดแย่งชิงของบ้านเขาไป

       เนื้อที่เขาล่ามาได้ ต้องให้เจียวเจียวกินเท่านั้น!

       หลินเฟิงถูกผลักถอยหลังไปหลายก้าวติดๆ กันจนเกือบจะหกล้ม เขายกศีรษะขึ้นด้วยความโกรธจัด หมายจะด่าทอ แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเซียวหยวนหมิงที่เย็นชาและบึ้งตึงยิ่งกว่ายามค่ำคืน รวมทั้งดวงตาที่เรียวยาวลึกซึ้งซึ่งฉายแววเย็นเยียบราวกับหมาป่าที่ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืดมิด ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว เขาจึงสั่นสะท้านด้วยความกลัว และกลืนคำพูดที่จุกอยู่ที่ลำคอกลับลงไปโดยไม่รู้ตัว

       ซูเจียวเจียวโกรธจนถึงที่สุด ทว่ากลับหัวเราะออกมา เธอยืนอยู่ตรงที่มืดสลัว มองเห็นใบหน้าที่ชั่วร้ายและเจ้าเล่ห์ของโจวเม่ยและหลินเฟิงได้อย่างชัดเจน คนพวกนี้จงใจมาหาเรื่องกันชัดๆ

       เธอก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ยืนหลังตรง ยิ้มพลางถามว่า “หัวหน้าหลี่คะ ป่าเป็นของตำบล ดังนั้นทุกสิ่งบนภูเขาจึงเป็นของตำบลใช่ไหมคะ แล้วหมู่บ้านก็เป็นของตำบลด้วยใช่ไหมคะ”

       หลี่เกินเซิงพยักหน้า “แน่นอนสิ! ต้นไม้ใบหญ้าทุกสิ่งในหมู่บ้านของเราเป็นของตำบล เป็นของส่วนรวม และเป็นของประชาชน พวกคุณที่แอบล่ากระต่ายป่าบนภูเขาเป็นการละเมิดทรัพย์สินส่วนรวม แต่เนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรก หากยอมส่งมอบออกมาอย่างซื่อสัตย์ ก็จะไม่ถูกตำหนิ”

       เมื่อหลี่เกินเซิงพูดจบก็แอบดีใจอยู่ในใจ

       เซียวหยวนหมิงผู้นี้ไม่เพียงแต่ทำงานเก่ง ยังล่าสัตว์เก่งอีกด้วย ทุกครั้งที่ขึ้นเขาจะล่าสัตว์มีเนื้อมาได้เสมอ ในขณะที่ทุกคนใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้น เขากลับได้กินเนื้อบ่อยๆ หลี่เกินเซิงอิจฉามานานแล้ว

       เมื่อก่อนหลี่ตงเหลียนคอยขัดขวางไม่ให้เขาสร้างความลำบากให้เซียวหยวนหมิง เขาจึงทำเป็นมองไม่เห็น

       ใครจะไปรู้ว่าหลี่ตงเหลียนดีกับเซียวหยวนหมิงมากขนาดนั้น แต่เซียวหยวนหมิงกลับไม่สนใจ! หันไปแต่งงานกับยุวชนจอมมารยาคนนี้แทน!

       แม้หลี่เกินเซิงจะไม่ชอบเซียวหยวนหมิง แต่ในสายตาของหลี่เกินเซิง เซียวหยวนหมิงไม่ควรปฏิเสธลูกสาวของเขา การกระทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าเขาฉาดใหญ่!

       ซูเจียวเจียวไม่ได้ขุ่นเคือง “ดีค่ะ ในเมื่อหัวหน้าหลี่พูดเช่นนี้ ก็ง่ายขึ้นเยอะ ฉันกับอาหมิงเป็นชาวบ้านที่เคารพกฎหมาย กระต่ายป่าตัวนี้พวกเรายินดีที่จะมอบให้กับกองผลิตค่ะ”

       “เจียวเจียว” เซียวหยวนหมิงหันข้างมองเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจและน้อยใจ “พวกเราไม่ต้องส่งมอบ กระต่ายป่าที่ชาวบ้านล่าได้มักจะเก็บไว้กินเองมาตลอด ไม่เคยได้ยินว่าบ้านไหนต้องส่งมอบให้ส่วนรวม! ถ้าจะต้องส่งมอบให้ส่วนรวมจริงๆ งั้นคนทั้งหมู่บ้านที่ล่าไก่ป่าหรือกระต่ายป่าได้ก็ต้องส่งมอบให้ส่วนรวมทั้งหมดสิ!”

       ซูเจียวเจียวตบหลังมือเขาเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน

       เธอกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน “อาหมิง ได้ยินที่ฉันพูดใช่ไหม? ถ้าได้ยินชัดเจนก็ส่งให้เขาไป”

       เซียวหยวนหมิงสบดวงตาที่บริสุทธิ์ของซูเจียวเจียว หัวใจของเขาก็อ่อนยวบไปกว่าครึ่ง ถอนหายใจพลางหันไปยกเนื้อกระต่ายตุ๋นออกมา

       “เอาไปเลย อยู่ตรงนี้หมดแล้ว”

       เซียวหยวนหมิงไม่พอใจอยู่ในใจ แต่หลี่เกินเซิงเป็นหัวหน้ากองผลิต อีกทั้งเจียวเจียวก็เอ่ยปากแล้ว ไม่ว่าเขาจะไม่อยากมอบแค่ไหนก็ต้องยอม

       หลี่เกินเซิงรับเนื้อกระต่ายตุ๋นไปอย่างหน้าไม่อาย แล้วกล่าวอย่างชอบธรรมว่า “อืม พรุ่งนี้เอาไปแบ่งกันที่โรงอาหาร”

       โจวเม่ยยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะใส่ซูเจียวเจียว “เจียวเจียว พรุ่งนี้เธอก็อย่าลืมมากินด้วยนะ”

       พูดจบ ทั้งสองคนก็คิดจะเดินจากไป

       ทว่าซูเจียวเจียวกลับร้องเรียกพวกเขาเสียงดัง “เดี๋ยวก่อนค่ะ หัวหน้าหลี่ ฉันยังพูดไม่จบเลย”

       หลี่เกินเซิงหันกลับมาอย่างงงงวย เห็นเพียงซูเจียวเจียวที่ถูกปกคลุมด้วยแสงจันทร์อันเย็นยะเยือก ใบหน้าของเธอประดับด้วยรอยยิ้ม

       ไม่รู้เพราะอะไร รอยยิ้มนี้ทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านขึ้นมาเล็กน้อย

       “มีอะไรอีกหรือ?”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ “ฉันก็อยากจะแจ้งความเหมือนกันค่ะ”

       คิ้วของหลี่เกินเซิงกระตุกด้วยความแปลกใจ “คุณจะแจ้งความด้วยเหรอ?! คุณจะแจ้งความใคร?”

       เขาเหลือบมองโจวเม่ยโดยไม่รู้ตัว คิดว่าซูเจียวเจียวต้องการแก้แค้นโจวเม่ย

       “เธออย่าพูดเหลวไหลนะ! หากแจ้งความเท็จ จะถูกลงโทษทัณฑ์!” โจวเม่ยสะดุ้งโหยง ส่งเสียงดัง

       ซูเจียวเจียวเย้ยหยัน ไม่แม้แต่จะเหลือบมองอีกฝ่ายอีก ราวกับว่าหากมองนานกว่านี้จะทำให้ดวงตาของเธอแปดเปื้อน

       “ฉันจะแจ้งความพวกคุณทั้งครอบครัวค่ะ หัวหน้าหลี่” ซูเจียวเจียวกล่าวเสียงเย็น

       คำพูดนี้ดุจดั่งระเบิดที่ถูกทิ้งลงไปในน้ำลึก ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับตกตะลึง

       แววตาของเซียวหยวนหมิงฉายประกายลึกลับ ราวกับว่าเขาเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว

       หลี่เกินเซิงเบิกตาโตค้างไปหลายวินาที กว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ “คุณพูดอะไรของคุณ คิดจะทำอะไรกันแน่!”

       “ซูเจียวเจียว เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ!” โจวเม่ยยิ่งหัวเราะจนน้ำตาไหล “ฮ่าฮ่าฮ่า กล้าดียังไงไปแจ้งความหัวหน้าหลี่ ฉันว่าเธอคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ!”

       “ยุวชนซู คุณไม่ยอมรับความหวังดีสินะ ผมอุตส่าห์ละเว้นโทษให้คุณ แต่คุณกลับแก้แค้นผมเสียอย่างนั้น! ดีเลย ผมอยากจะเห็นว่าคุณจะใส่ร้ายผมเรื่องอะไรได้บ้าง!” หลี่เกินเซิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ

       หลี่เกินเซิงคิดทบทวนดูแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีจุดอ่อนใดๆ ที่จะถูกจับได้ เขารู้สึกบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นอย่างยิ่ง จึงตะโกนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว

       ในเมื่อซูเจียวเจียวบอกว่าจะแจ้งความ ย่อมไม่ใช่เรื่องเหลวไหล ต้องมีมูลความจริง โชคดีที่หลี่ตงเหลียนเคยสร้างปัญหาในชาติที่แล้ว เธอจึงจำได้ว่าภรรยาของหัวหน้าหลี่ผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงไก่ที่มีชื่อเสียงในตำบล บ้านของพวกเขามักจะมีไข่กินไม่หมด และฝากคนนำไปขายที่ตลาด

       ในเมื่อหลี่เกินเซิงตอนนี้พูดจาไร้เหตุผลว่ากระต่ายป่าบนภูเขาเป็นสมบัติส่วนรวม งั้นไข่ที่ไก่ตัวเมียที่บ้านเขาออก ก็ยิ่งเป็นสมบัติส่วนรวมเข้าไปใหญ่สิ

       “หัวหน้าหลี่คะ เมื่อไม่นานมานี้ตอนที่ฉันไปที่ตัวอำเภอ ฉันเจอภรรยาของคุณ เธอถือตะกร้าไข่ใบหนึ่ง...” ซูเจียวเจียวไม่ได้พูดต่อ ความหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว

       คำพูดเหล่านี้เหมือนค้อนที่ทุบกระแทกลงบนหัวใจของหลี่เกินเซิงอย่างจัง

       โดยไม่ทันตั้งตัว ดวงตาของหลี่เกินเซิงก็ฉายแววหวาดกลัว ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกขณะมองซูเจียวเจียว เธอรู้เรื่องที่ภรรยาของเขาแอบเอาไข่ไปขายแล้วหรือ?

       นี่เป็นเรื่องใหญ่มากจริงๆ!

       ไม่เพียงแต่เป็นปัญหาเรื่องการค้ากำไรเกินควร ยังมีข้อหาการทุจริตโดยอาศัยอำนาจหน้าที่อีกด้วย!

       หากเรื่องนี้ถูกจับได้ละก็ งานในตำแหน่งหัวหน้ากองผลิตของเขาไม่เพียงแต่จะต้องสูญเสียไป เขากับภรรยายังจะต้องถูกจับเข้าคุก... แม้แต่ลูกชายและลูกสาวก็จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย!

       เมื่อคิดละเอียดถี่ถ้วนแล้ว หลี่เกินเซิงก็เหงื่อแตกพลั่กทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมา สุดท้ายก็เค้นรอยยิ้มออกมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “ญาติของผมเพิ่งคลอดลูก ผมก็เลยให้เมียเอาไข่ไปเยี่ยมตามธรรมเนียม ไม่ได้มีอะไรมากหรอก คุณอย่าคิดมากไปเลย”

       หากใบหน้าของหลี่เกินเซิงแน่วแน่กว่านี้สักหน่อย ซูเจียวเจียวก็คงจะต้องสงสัยว่าตัวเองเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่า

       ซูเจียวเจียวคลี่ยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก “เป็นเช่นนั้นจริงหรือคะ? แต่ดูเหมือนว่าหัวหน้าหลี่จะเลี้ยงไก่ตัวเมียเพียงตัวเดียวนะคะ ทั้งที่บ้านท่านกินไข่ทุกวัน แต่เหตุใดภรรยาของท่านกลับสะสมไข่ไว้มากมายเพียงนั้น... ไก่ตัวเมียที่บ้านท่านออกไข่เก่งจังเลยนะคะ?”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^