บทที่ 25 ช่างแปลกพิลึก
บทที่ 25 ช่างแปลกพิลึก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ซูเจียวเจียววุ่นอยู่กับการทำงานในเวลากลางวัน และใช้เวลาช่วงกลางคืนติวหนังสือให้เซียวหยวนหมิง จนเกือบจะลืมเรื่องของโจวเม่ยกับหลินเฟิงไปเสียสนิท จนกระทั่งในบ่ายวันหนึ่งขณะที่เธอกับเซียวหยวนหมิงกำลังเดินกลับบ้านหลังจากทำงานในไร่นาเสร็จ ก็บังเอิญพบโจวเม่ยเข้าโดยไม่คาดฝัน
เพียงไม่กี่วันเท่านั้น โจวเม่ยก็คล้ำลงไปหลายส่วน รูปร่างผอมซูบไปมาก ดวงตาที่เคยมีประกายสดใสกลับไร้ซึ่งชีวิตชีวา ทั่วทั้งร่างดูโรยราห่อเหี่ยว ราวกับเพิ่งผ่านพ้นความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวง
โจวเม่ยเห็นซูเจียวเจียว เธอพบว่าซูเจียวเจียวก็ทำงานหนักไม่แพ้กัน แต่ผิวของเธอก็ยังคงขาวผ่องไร้ที่ติ และด้วยอากาศที่ร้อนระอุ จึงทำให้ใบหน้าของเธอมีเลือดฝาดแดงเรื่อเล็กน้อย กลับดูงดงามยิ่งขึ้นไปอีก เธอมองเห็นว่าซูเจียวเจียวในตอนนี้ดูมีเสน่ห์ยวนใจมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังน่าหลงใหลอีกด้วย
ซูเจียวเจียวในอดีตนั้นงดงามก็จริง แต่ความงามนั้นแฝงไว้ด้วยความอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา ราวดอกไม้ที่ยังตูมบาน หากแต่ซูเจียวเจียวในวันนี้กลับคล้ายลูกท้อสุกฉ่ำ น่าลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง
ช่างแปลกพิลึกเสียจริง
โจวเม่ยจ้องมองซูเจียวเจียวด้วยความริษยา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “บางคนก็เกิดมาโชคดีนัก อาศัยแค่ความเจ้าเล่ห์เพทุบาย ผู้ชายก็รีบเร่งมาช่วยทำงาน”
ไม่เหมือนเธอที่ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียวมาหลายวัน ทุกวันต้องทำแต้มคะแนนงานให้ได้ครบสิบแต้ม จนปวดเอวแทบจะยืนตรงไม่ไหว!
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะซูเจียวเจียว!
และอีกอย่าง เยว่เผิงไห่ที่เคยตามตื๊อเธอก็เลิกสนใจไปแล้ว ไม่เคยมาถามไถ่สักคำ ไม่ต้องพูดถึงการนำของอร่อยมาให้กินหรือช่วยทำงาน
หากไม่ใช่เพราะฮั่วเจี้ยนจงพูดจาเหลวไหลละก็ เยว่เผิงไห่จะรู้เรื่องจดหมายรักได้อย่างไร!
สาเหตุที่ฮั่วเจี้ยนจงพูดเรื่องนั้นออกมา ก็ต้องเป็นเพราะซูเจียวเจียวอย่างแน่นอน!
ซูเจียวเจียว ผู้หญิงสารเลวคนนี้!
ทำไมเธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ส่วนซูเจียวเจียวกลับใช้ชีวิตอย่างสุขกายสบายใจ!
เมื่อคิดดังนั้น สายตาที่โจวเม่ยมองซูเจียวเจียวก็ยิ่งลุกเป็นไฟ ราวกับต้องการเขมือบซูเจียวเจียวทั้งเป็น
ซูเจียวเจียวไม่รู้สึกโกรธเคือง เธอเผยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นนางจิ้งจอกได้หรอกนะคะ เพราะบางคนก็ขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่มีวาสนาถึงขนาดนั้น”
โจวเม่ยโกรธจัด “เธอว่าใครขี้ริ้วขี้เหร่?”
เซียวหยวนหมิงก้าวเท้าไปข้างหน้า ร่างสูงใหญ่ยืนขวาง ใบหน้าคล้ำเล็กน้อยปรากฏแววเย็นชาและดุดัน “ใครตอบรับก็คนนั้นแหละขี้ริ้วขี้เหร่”
“...” โจวเม่ยเงียบกริบในทันที
ถ้อยคำทั้งหมดที่เตรียมไว้ เมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงผู้สูงใหญ่กำยำ ก็ถูกกลืนลงคอไปจนหมดสิ้น
เซียวหยวนหมิงดูดุดันถึงเพียงนี้ ไม่รู้ซูเจียวเจียวไปชอบเขาได้อย่างไร
แต่เธอได้ยินมาว่าผู้ชายชนบทมักจะชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว เพราะพวกเขาไม่มีความรู้ และเชื่อว่าการตีภรรยาคือการสร้างอำนาจบารมี เป็นเรื่องน่าภูมิใจ หากภรรยาไม่กลัวสามี ก็แสดงว่าสามีไร้ความสามารถ
ดังนั้นเธอมาที่กองผลิตแห่งนี้ได้เพียงปีเดียว ก็เห็นผู้ชายหลายบ้านตีภรรยาตัวเองอย่างทารุณ บางคนตีจนเสียงร้องไห้โหยหวนได้ยินไปถึงกลางดึก ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
เธอยังได้ยินมาว่าผู้ชายที่ดูดุดันมากเท่าไร ก็ยิ่งชอบใช้ความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
ดูเซียวหยวนหมิงสิ ดุดันถึงเพียงนี้ เวลาลงไม้ลงมือคงจะน่ากลัวที่สุด
ขอให้เซียวหยวนหมิงตีซูเจียวเจียวให้ตายไปเลยจะดีที่สุด
โจวเม่ยส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ พลางหันหลังเดินจากไป
เซียวหยวนหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจียวเจียว อย่าไปโกรธคนแบบนี้เลย คุณเป็นภรรยาของผม ผมช่วยคุณทำงานก็เป็นเรื่องที่สมควร”
ผู้ชายควรดูแลผู้หญิงของตน ผู้ชายที่ปล่อยให้ผู้หญิงต้องลำบากคือผู้ชายที่ไร้ความสามารถ
ซูเจียวเจียวอดที่จะหัวเราะไม่ได้ “ฉันไม่เคยโกรธเรื่องที่ไม่คู่ควรหรอกค่ะ มันไม่คุ้มค่าเลย เอาเวลาที่ใช้ไปกับการโกรธ กลับบ้านไปทำอาหารกินดีกว่าค่ะ เธอคนนั้นก็แค่พวกองุ่นเปรี้ยว พอไม่ได้กินก็โทษว่าเป็นความผิดขององุ่น”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเซียวหยวนหมิงก็อ่อนโยนลง ดวงตาก็มีรอยยิ้มเล็กน้อย “ครับ! เรากลับบ้านไปทำอาหารกันเถอะ”
สองสามีภรรยากลับบ้าน คนหนึ่งทำอาหาร คนหนึ่งซักผ้า แบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม
ซูเจียวเจียว เนื่องจากเธอมีฝีมือในการทำอาหารที่ดี จึงรับหน้าที่ทำอาหาร เซียวหยวนหมิงจึงไปที่แม่น้ำเพื่อซักผ้าอย่างสมัครใจ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั้งสองก็แบ่งหน้าที่กันเช่นนี้เสมอ
ในวันนั้น เซียวหยวนหมิงไปซักผ้าที่แม่น้ำตามปกติ และถูกผู้ชายหลายคนซึ่งกำลังล้างมือล้างเท้าอยู่ริมแม่น้ำหัวเราะเยาะ “เฮ้ย หยวนหมิง มาซักผ้าอีกแล้วเหรอ? ฮ่าๆๆ นายนี่มันขยันจริงๆ! ขยันกว่าเมียที่บ้านเสียอีก”
“เป็นอะไรไป? ซูเจียวเจียวไม่ซักผ้าให้นายเหรอ?”
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นเป็นระลอก
เซียวหยวนหมิงแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หยิบเสื้อผ้าในกะละมังขึ้นมาซัก
คนพวกนี้ก็แค่พวกองุ่นเปรี้ยว
พวกเขาเห็นว่าเขามีภรรยาที่งดงามอย่างเจียวเจียว แถมยังเป็นคนเมือง เป็นนักเรียนมัธยมปลายอีกต่างหาก พวกเขาจึงรู้สึกอิจฉา เมื่อมีโอกาสจึงจิกกัดเขาไม่หยุด
แต่เขาก็ไม่เคยสนใจ เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเจียวเจียวของเขาดีแค่ไหน
“บางคนก็ชอบเป็นวัวเป็นควายให้คนอื่น” หลี่เอ้อร์โก่วที่เดินผ่านมาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน สายตาเต็มไปด้วยความดูถูก
กระทั่งในใจเขาก็ยังรู้สึกโชคดีที่แม่ของเขาเตือนไม่ให้แต่งงานกับซูเจียวเจียว มิฉะนั้นใครที่แต่งงานกับซูเจียวเจียวก็จะต้องเป็นกรรมกรอย่างแน่นอน
ก็จริงอย่างที่ว่า!
เขาเห็นกับตาว่าเซียวหยวนหมิงตั้งแต่แต่งงานกับซูเจียวเจียว ก็ทำงานสิบสองแต้มคะแนนงานต่อวัน ขณะที่ซูเจียวเจียวทำงานแค่สี่แต้มคะแนนงานต่อวัน ฮ่าๆๆ หลานชายอายุสิบขวบของเขายังทำงานได้สี่แต้มคะแนนงานต่อวันเลย
ตอนนี้ซูเจียวเจียวถึงขนาดไม่ซักผ้า ไม่รู้ว่าผู้หญิงแบบนี้แต่งมาทำไม หรือจะเอามาตั้งประดับไว้หรือ?
มีแต่คนโง่อย่างเซียวหยวนหมิงเท่านั้นที่จะเห็นเธอเป็นของล้ำค่า
“โครม!”
จู่ๆ ก็มีน้ำกระเด็นขึ้นมาจากแม่น้ำกระเซ็นใส่หน้าเซียวหยวนหมิงเต็มๆ
เซียวหยวนหมิงเงยหน้าขึ้น ก็เห็นหลี่เอ้อร์โก่วที่อยู่ไม่ไกลยังไม่ไปไหน แต่ตั้งใจเตะหินก้อนหนึ่งลงไปตรงหน้าเขา ทำให้น้ำกระเซ็นใส่หน้าเขาเต็มๆ
เซียวหยวนหมิงถลึงตาใส่เขา กลั้นความโกรธไว้ และซักผ้าต่อ
ทว่าก็มีน้ำกระเซ็นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่เพียงกระเซ็นใส่หน้าเขาเต็มๆ เท่านั้น แต่ยังทำให้เสื้อผ้าของเขาเปียกปอนไปหมด
เซียวหยวนหมิงยืนขึ้นด้วยสีหน้ามืดครึ้ม เงยหน้ามองหลี่เอ้อร์โก่วที่อยู่บนฝั่ง “หาเรื่องกันงั้นหรือ?”
หลี่เอ้อร์โก่วเชิดคอ “ถนนนี้เป็นของทุกคน ฉันแค่เผลอเตะหินก้อนเดียวเท่านั้น”
“เซียวหยวนหมิงผู้นี้ ไม่เคยหาเรื่องใคร แต่ก็ไม่เคยเกรงกลัวใครเช่นกัน!” เซียวหยวนหมิงก้าวเท้าเข้าไปหาหลี่เอ้อร์โก่ว สีหน้าของเขาดุดันจนหลี่เอ้อร์โก่วตกใจรีบวิ่งหนี
“เฮ้อ!”
ทุกคนต่างคิดว่าจะมีเรื่องสนุกให้ดู แต่ไม่คิดว่าหลี่เอ้อร์โก่วจะขี้ขลาดถึงเพียงนี้
หลี่เอ้อร์โก่วเดินกลับบ้านด้วยความอึดอัดใจ ระหว่างทางเจอนางหลี่ที่กำลังหาบถังอุจจาระอยู่ เขาจึงรีบเอามืออุดจมูกด้วยความรังเกียจ
นางหลี่เห็นเขามีสีหน้าบึ้งตึง จึงถามว่า “ลูกรัก เป็นอะไรไป? ใครทำให้ลูกโกรธหรือ?”
นางหลี่ตัวไม่สูงนัก เธอแบกถังอุจจาระสองถังอย่างยากลำบาก เธอตั้งใจจะใช้เวลาช่วงเที่ยงนี้ไปใส่ปุ๋ยในที่ดินส่วนตัวของครอบครัว เธอก้าวเดินโยกเยกไม่มั่นคง ทำให้น้ำอุจจาระหกออกมาบางส่วน
“แม่ ถังของแม่เหม็นจะตายอยู่แล้ว รีบถอยห่างจากผมไปให้ไกลๆ เลย” หลี่เอ้อร์โก่วรีบถอยหลังไปหลายสิบก้าว
นางหลี่ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน เธอค่อยๆ วางถังอุจจาระลง แล้วเดินเข้าไปถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ใครรังแกลูก? บอกแม่มา แม่จะไปด่าให้มันไม่มีที่ยืนเลย!”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^