LNCrawler

บทที่ 27 ทำตัวเอง

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 27 ทำตัวเอง

        เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็พร้อมใจกันเงียบกริบ นี่มันชัดเจนว่าหล่อนกำลังคิดจะฮุบเนื้อของคนอื่นไปเต็มๆ หลี่จินฮวาผู้นี้ยังคงไร้ยางอายเหมือนเดิมไม่มีผิด!

       เซียวหยวนหมิงจ้องมองหล่อนด้วยสายตาเย็นยะเยือก “ผมไม่ได้ผลักคุณ และไม่ได้ทำร้ายคุณด้วย ทุกคนสามารถเป็นพยานได้ หากคุณคิดจะใส่ร้ายผม ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด! แม้คุณจะเรียกหัวหน้ากองผลิตมา ผมก็ไม่ยอมรับ!”

       “ก็นายนั่นแหละที่ผลักฉัน! ผลักแล้วไม่ยอมรับหรือไง!” หลี่จินฮวาแผดเสียงตะโกน พร้อมอาศัยจังหวะนี้ร้องไห้โฮอีกครั้ง “โฮ... ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว! เซียวหยวนหมิงไอ้ตัวซวยนี่มันอาศัยความเป็นชายมารังแกฉัน! ฉันจะต้องไปหาหัวหน้ากองผลิตให้เขามาตัดสินความให้ฉัน!”

       “ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปหาเลยสิ! เดี๋ยวฉันจะรอดูว่าพอหัวหน้ากองผลิตมาแล้ว เขาจะเชื่อคำพูดของคุณ หรือจะเชื่อคำพูดของทุกคน!”

       ทันใดนั้น เสียงใสกระจ่างของหญิงสาวก็ดังขึ้น ถ้อยคำชัดเจนหนักแน่น

       เซียวหยวนหมิงหันกลับไปมอง ก็เห็นซูเจียวเจียวกำลังเดินเข้ามา

       ซูเจียวเจียวคลี่ยิ้มมุมปาก ดูคล้ายยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม จ้องมองหลี่จินฮวา “หัวหน้ากองผลิตเป็นคนตรงไปตรงมา พิจารณาความถูกผิดอย่างยุติธรรม ถูกผิดประการใด ฉันเชื่อว่าหัวหน้ากองผลิตย่อมรู้กระจ่างแก่ใจทันทีที่สอบถาม”

       สีหน้าของหลี่จินฮวาแข็งค้าง หล่อนตกตะลึงอยู่ที่ตรงนั้น เดิมทีหล่อนตั้งใจจะอาศัยจังหวะนี้เรียกหัวหน้ากองผลิตมา เพื่อจะรีดไถเซียวหยวนหมิง แต่ใครจะรู้ว่าทุกคนต่างเห็นเหตุการณ์ และตอนนี้แม้กระทั่งซูเจียวเจียวนางจิ้งจอกนี่ก็ยังมาอีก

       หากเรียกหัวหน้ากองผลิตมาจริงๆ หัวหน้ากองผลิตย่อมต้องรู้ทันทีว่าไม่ใช่ความผิดของเซียวหยวนหมิง

       เซียวหยวนหมิงเอ่ยถาม “เจียวเจียว คุณมาทำไม?”

       สีหน้าของซูเจียวเจียวอ่อนโยนลง “ก็เห็นว่าคุณออกมาตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่กลับไปสักที ฉันเลยมาดูค่ะ ที่บ้านทำอาหารเสร็จแล้ว พวกเรากลับบ้านไปกินข้าวกันเถอะ”

       ความเย็นชาบนใบหน้าของเซียวหยวนหมิงจางหายไป “เสื้อผ้ายังไม่ได้ซักเลย คุณกลับบ้านไปกินข้าวก่อนเถอะ ไม่ต้องรอผมแล้ว ผมจะเอาเสื้อผ้าไปซักที่ต้นน้ำ แล้วจะกลับบ้านทันที”

       ป้าหวังที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “โอ้ ยุวชนซู คุณทำอาหารเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ขยันจริงๆ เลยนะ”

       ซูเจียวเจียวเขินอายเล็กน้อย “แค่ทำอาหารเอง ไม่นับว่าเป็นอะไรหรอกค่ะ”

       ป้าหวังเหลือบมองหลี่จินฮวาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแดกดัน “ฉันได้ยินบางคนพูดว่า คุณไม่ทำงานอะไรเลยสักอย่าง แต่จริงๆ แล้วคุณก็ทำอาหารอยู่ที่บ้านทุกวัน คนว่างงานพวกนี้วันๆ คอยแต่จะใส่ร้ายคุณ พูดจาเหลวไหล ชอบนินทาไปเรื่อย”

       ซูเจียวเจียวไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ “ปากคนอื่น เราจะไปปิดปากใครได้เล่าคะ? ชีวิตจะดีหรือไม่ดี มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้”

       ป้าหวังฟังแล้วรู้สึกถูกใจอย่างยิ่ง “คุณพูดถูก ชีวิตจะดีหรือไม่ดี มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ ส่วนพวกชอบนินทาก็ปล่อยให้พวกเขานินทาไปเถอะ”

       ครอบครัวของป้าหวังและเซียวหยวนหมิงเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก่อน ช่วงก่อนเกิดความวุ่นวาย ทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกันมาก สมัยก่อนหากครอบครัวของป้าหวังมีใครป่วยเป็นไข้ ก็จะไปขอให้พ่อของเซียวหยวนหมิงช่วยตรวจรักษาและจัดยาให้

       ต่อมาเมื่อพ่อของเซียวหยวนหมิงเสียชีวิต ครอบครัวของป้าหวังก็ช่วยเหลือเป็นอย่างมาก ดังนั้นในหมู่บ้านจึงมีเพียงหลี่ต้าเฉวียน ลูกชายของป้าหวังเท่านั้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดกับเซียวหยวนหมิง

       ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงซักเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็กลับบ้านไป

       เมื่อซูเจียวเจียวได้ยินเซียวหยวนหมิงเล่าว่าหลี่จินฮวาจงใจไปล้างถังอุจจาระที่ต้นน้ำ แล้วก็ล้มลงไปในแม่น้ำ สำลักน้ำสกปรกไปหนึ่งอึก ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “นี่แหละคือการทำตัวเอง!”

       ทั้งสองกินข้าวเที่ยงด้วยกัน แล้วก็พักผ่อนสักครู่ จนกระทั่งเสียงนกหวีดเรียกเข้าทำงานช่วงบ่ายดังขึ้น ทั้งคู่จึงสวมหมวกฟาง และสะพายกระติกน้ำไปทำงานที่ทุ่งนาด้วยกัน

       หลายวันที่ผ่านมาเร่งเก็บเกี่ยวข้าวสาลีจนเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้าวสาลีอีกต่อไป แต่จะทำกิจกรรมอื่นแทน

       เนื่องจากตระกูลของเซียวหยวนหมิงมีฐานะที่ไม่ดี ดังนั้นงานที่หมู่บ้านมอบหมายให้เขาแต่ละครั้งจึงเป็นงานที่อยู่ไกลที่สุดและเหนื่อยที่สุด การพรวนดินหรือปลูกถั่วก็ต้องเดินออกไปถึงสองลี้!

       ท่ามกลางแดดเปรี้ยงยามเที่ยงวัน การเดินเท้าสองลี้ช่างเกินกำลัง

       ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเขาเดินไปกลับแบบนี้ทุกวันได้อย่างไร บางครั้งยังต้องแบกของหนักๆ อีกด้วย

       เนื่องจากซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงแต่งงานกันแล้ว สถานที่ทำงานของเธอจึงเปลี่ยนไปเป็นที่เดียวกับเขา ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นข้อสงสัยว่าหลี่เกินเซิงจงใจกลั่นแกล้งเธอเป็นแน่

       ส่วนสาเหตุ ก็มาจากเหตุการณ์เนื้อกระต่ายเมื่อครั้งก่อนนั่นเอง

       เซียวหยวนหมิงทำงานของตัวเองเสร็จตามปกติก็มาช่วยซูเจียวเจียว เมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงเหงื่อท่วมกาย เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารเขาอย่างมาก

       “คุณไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนี้ทุกวันหรอกค่ะ ฉันกินไม่เยอะ แต้มคะแนนงานที่ฉันหามาได้ก็เพียงพอแล้ว แถมที่บ้านก็ยังส่งเงินและบัตรปันส่วนมาให้ทุกเดือน เพียงพอสำหรับชีวิตของเราแล้วล่ะ”

       เซียวหยวนหมิงเผยรอยยิ้มซื่อๆ “คะแนนงานของคุณก็คือของคุณ ส่วนของผมก็คือของเรา ผมเป็นผู้ชายตัวใหญ่ จะไปใช้เงินของภรรยาได้ยังไงครับ”

       ซูเจียวเจียวมุมปากกระตุกอย่างพูดไม่ออก ช่างเป็นคนซื่อบื้อจริงๆ!

       หลังจากเซียวหยวนหมิงทำงานเสร็จ เห็นว่ายังพอมีเวลา เขาก็คิดจะเข้าไปในป่า ดังนั้นเขาจึงให้ซูเจียวเจียวกลับบ้านก่อน

       ซูเจียวเจียวกล่าว “ถ้าอย่างนั้นฉันไปด้วยกันกับคุณนะคะ ถึงอย่างไรตอนนี้ฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

       เซียวหยวนหมิงพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสองคนเก็บของแล้วก็เดินเข้าไปในป่าด้วยกัน

       เซียวหยวนหมิงแบกจอบ สะพายตะกร้า และถือเคียวเดินนำหน้า ส่วนซูเจียวเจียวก็สะพายกระติกน้ำเดินตามหลังเขา

       ทั้งสองคนเดินเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว บริเวณตีนเขามีเด็กๆ จำนวนไม่น้อยกำลังเก็บฟืน ซึ่งเป็นเด็กๆ จากกองผลิต แต่พวกเขาก็จะไม่เข้าไปลึกในป่า เพราะผู้ใหญ่ต่างกำชับสั่งสอนพวกเขาอยู่ทุกวัน

       เซียวหยวนหมิงพาซูเจียวเจียวเดินลึกเข้าไปในภูเขาหลังหมู่บ้าน จนกระทั่งป่าทึบขึ้น เซียวหยวนหมิงจึงหยุดเดิน และมองหาไปรอบๆ

       ไม่นานเขาก็พบกับกับดักล่าสัตว์ที่เขาขุดไว้ ข้างในมีไก่ป่าอ้วนพีสองตัวกำลังกระพือปีกอยู่เป็นครั้งคราว ยังไม่ตายสนิท

       ซูเจียวเจียวตาเป็นประกาย “อาหมิง คุณเก่งจังเลย! ข้างในมีไก่ป่าสองตัว! แถมยังตัวใหญ่และอวบอ้วนอีกด้วย!”

       พูดจบ ซูเจียวเจียวก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างไม่อาจควบคุมได้

       เธอไม่ได้กินเนื้อไก่มานานแล้ว

       เมื่อคิดถึงการที่จะได้กินเนื้อไก่สดๆ และดื่มน้ำซุปไก่ ซูเจียวเจียวก็ตื่นเต้นจนตาเป็นประกาย

       เมื่อเห็นซูเจียวเจียวเป็นเช่นนั้น เซียวหยวนหมิงก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาปีนลงไปในหลุม แล้วยกไก่ป่าสองตัวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

       ซูเจียวเจียววางไก่ป่าไว้ในตะกร้าของเขา แล้วเอาหญ้ามาปิดทับไว้ด้านบนเพื่อไม่ให้ใครเห็น และหลีกเลี่ยงการถูกคนในหมู่บ้านเพ่งเล็งเมื่อกลับไปถึง

       เซียวหยวนหมิงแอบจำไว้ เมื่อก่อนเขาจะกลับบ้านดึกทุกครั้งที่ล่าสัตว์ ครั้งแรกเพราะไม่มีใครรอเขาอยู่ที่บ้าน ครั้งที่สองคือตอนนั้นเขาอยากจะล่าสัตว์ให้ได้เยอะๆ และหาพืชสมุนไพรมาให้พี่สาวเพื่อแลกกับสินสอด ดังนั้นเขาจึงกลับหมู่บ้านตอนค่ำทุกครั้ง และไม่มีใครพบเห็น ก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องปกปิดอะไร

       แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าแตกต่างออกไปแล้ว

       ต่อไปนี้หลังจากล่าสัตว์กลับบ้าน เขาจะต้องซ่อนไว้ในตะกร้าให้ดี

       เซียวหยวนหมิงเห็นว่ายังเช้าอยู่ จึงเริ่มหาพืชสมุนไพรในป่า ซูเจียวเจียวก็ติดตามไปด้วยเพื่อช่วยหา และดูเขาขุดสมุนไพร

       น่าเสียดายที่ซูเจียวเจียวไม่เข้าใจเรื่องพืชสมุนไพร แม้เซียวหยวนหมิงจะคอยอธิบายอยู่ข้างๆ แต่พืชสมุนไพรเหล่านั้นในสายตาของเธอก็ไม่ได้ต่างอะไรจากวัชพืชเลย


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^