บทที่ 28 ขุดเจอโสม!
บทที่ 28 ขุดเจอโสม!
ซูเจียวเจียวนั่งพิงต้นไม้อย่างเบื่อหน่าย มือข้างหนึ่งเท้าคางมองเซียวหยวนหมิงขุดสมุนไพรอยู่ไม่ไกลนัก
มือของซูเจียวเจียวถือไม้เขี่ยดินไปเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกาย เธอเหมือนเห็นอะไรบางอย่างโผล่ออกมา เธอจึงรีบแหวกกอหญ้าออกแล้วดึงพืชนั้นออกมาจากดิน มันคือโสม!
“อาหมิง อาหมิง มาดูเร็ว! นี่ใช่โสมหรือเปล่า?”
เซียวหยวนหมิงได้ยินเสียงเรียกก็รีบกลับมาหาซูเจียวเจียว เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วมองดู มันเป็นโสมจริงๆ ด้วย!
อีกทั้งโสมต้นนี้ก็มีขนาดใหญ่ รากยาวเหยียด 20 - 30 เซนติเมตรเลยทีเดียว
เซียวหยวนหมิงถามด้วยความยินดี “ดูจากอายุแล้วอย่างน้อยก็สี่สิบห้าปี! เจียวเจียว คุณขุดโสมนี้มาจากที่ไหน?”
ซูเจียวเจียวชี้ไปที่ใต้ต้นไม้ที่เธอเพิ่งนั่งอยู่ “ตรงนี้แหละค่ะ”
เซียวหยวนหมิง "…"
ที่นี่เขาก็มาบ่อยแล้ว ผ่านที่นี่มาหลายครั้ง เขากลับไม่เคยเจอเลยสักครั้ง!
ไม่รู้จะบอกว่าสายตาเขาไม่ดี หรือว่าเจียวเจียวโชคดีเกินไปกันแน่!
มาถึงก็ขุดเจอโสมเลย!
“เจียวเจียวเก่งจริงๆ ไม่ใช่แค่จับปลาได้ แต่ยังขุดเจอโสมอีก”
ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็นประกายทันที ดูเหมือนว่าตั้งแต่ที่เธอได้เกิดใหม่ โชคชะตาก็พลิกผันไปในทางที่ดีขึ้น…
ยังจำได้ว่าตอนที่เธอเก็บหอยขมริมแม่น้ำ เจ้าปลาโง่ๆ ก็ว่ายมาชนเธอเอง แถมผิวของเธอก็ไม่ดำขึ้นเลย!
ชาติที่แล้วตั้งแต่เธอแต่งงานกับเซียวหยวนหมิง เธอก็ขี้เกียจอยู่บ้าน ไม่ทำงานอะไรเลย ผิวถึงได้ขาวซีดเผือด
แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกัน เธอออกไปทำงานทุกวัน แต่ผิวกลับยังคงขาวเหมือนเดิม!
ถึงแม้เธอจะทาครีมบำรุงผิวทุกวัน ก็ไม่น่าจะเห็นผลดีขนาดนี้ใช่ไหม?
แล้วตอนนี้เธอก็ยังขุดพบโสมป่าอีก!
เป็นไปได้ไหมว่านี่คือโชคชะตาของปลามังกร?
ซูเจียวเจียวเมื่อคิดได้ดังนั้นก็ดีใจสุดขีด ไม่คิดเลยว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้ เธอจะได้รับโชคดีติดตัวมาด้วย!
เยี่ยมยอดไปเลย!
เซียวหยวนหมิงมองรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นบนใบหน้าของซูเจียวเจียว คิดว่าเธอดีใจเพราะขุดเจอโสม
“เดี๋ยวพอกลับไป ผมจะเอาโสมนี้ไปต้มให้คุณบำรุงร่างกาย”
ซูเจียวเจียวได้ยินก็รีบส่ายหน้า “โสมต้นนี้ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเอาให้ฉันดื่ม ไม่ใช่ว่าจะเสียของหรือคะ? อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร จะดื่มไปทำไมล่ะ!”
“คุณร่างกายอ่อนแอ แถมยังทำงานหนักทุกวัน คุณผอมลงเยอะเลยนะช่วงนี้”
“ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้บอบบางขนาดนั้น โสมต้นนี้ควรจะให้คนที่ใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ถึงจะแสดงคุณค่าที่แท้จริงของมันออกมา” ซูเจียวเจียวครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “เดี๋ยววันหลังเราหาเวลาไปที่ตัวอำเภอแล้วเอาไปขายแลกเงินกันเถอะ!”
เซียวหยวนหมิงได้ยินก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “นั่น… นั่นไม่….”
“คุณจะพูดว่าเป็นการเก็งกำไรใช่ไหมคะ?” ซูเจียวเจียวมีแววตาระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ “โสมต้นนี้ใหญ่ขนาดนี้ ยาจะต้องดีมากแน่ๆ เราเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์เสียเปล่าๆ นะคะ! ให้กับคนที่ต้องการ อาจจะช่วยชีวิตคนได้ด้วยซ้ำ!”
จริงๆ แล้วเธอรู้มานานแล้วว่าเซียวหยวนหมิงแอบขายสมุนไพรลับๆ มาหลายปี ไม่อย่างนั้นค่าสินสอดของพี่สาวเขา เขาจะเก็บสะสมได้อย่างไร?
อีกทั้งเธอยังรู้ว่าสมุนไพรที่เซียวหยวนหมิงเก็บมานั้นขายให้กับคนชื่อ ฉีเย่
ชาติที่แล้วเธอเคยได้ยินแว่วๆ แต่ตอนนั้นเธอไม่สนใจ จึงไม่เคยใส่ใจเลย
แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกันแล้ว
“อืม! เจียวเจียวพูดถูกครับ งั้นเดี๋ยววันหลังผมจะหาเวลาไปขายที่ตัวอำเภอ” เดิมทีเซียวหยวนหมิงยังคิดอยู่ว่าจะจัดการกับสมุนไพรที่ขุดได้ในบ้านอย่างไรดีในช่วงสองสามวันนี้ ถ้าแอบไปที่ตัวอำเภอ เจียวเจียวจะต้องรู้เข้าแน่ๆ
ตอนนี้ทางการเข้มงวดเรื่องการเก็งกำไรมาก ถ้าถูกจับได้จะต้องถูกตำหนิอย่างเป็นทางการ แถมทุกคนก็ดูถูกคนเก็งกำไรมาก
ไม่คิดว่าเจียวเจียวจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “เอาล่ะ เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว”
สามีภรรยาสองคนเดินลงจากเขาด้วยกัน
เมื่อทั้งสองคนเดินลงมาถึงเชิงเขา ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว มีเพียงดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าเพียงลำพัง
เซียวหยวนหมิงกลัวซูเจียวเจียวจะหกล้ม จึงจับมือเธอเดินนำหน้า
มือของหญิงสาวนุ่มนวลเล็กน่ารัก บีบเบาๆ ในฝ่ามือก็เหมือนจะแหลกสลาย เซียวหยวนหมิงจึงไม่กล้าออกแรงมากนัก
ทั้งสองคนเดินท่ามกลางแสงจันทร์จนกลับมาถึงบ้าน ก็เริ่มลงมือทำอะไรต่อมิอะไรของตนเอง
แม้โสมจะไม่กินแล้ว แต่ก็กินไก่ได้นี่นา!
ซูเจียวเจียวจึงให้เซียวหยวนหมิงเตรียมไก่ป่าหนึ่งตัว ส่วนอีกตัวกับกระต่ายป่าตัวแรกก็เลี้ยงไว้
ซูเจียวเจียวต้มน้ำร้อนหม้อใหญ่ เซียวหยวนหมิงถอนขน ควักเครื่องในออก จากนั้นซูเจียวเจียวก็เป็นคนจัดการปรุงอาหาร
ซูเจียวเจียวตุ๋นน้ำแกงไก่หม้อใหญ่ ใส่เห็ดแห้งลงไปสองสามดอก กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ชวนให้น้ำลายไหลออกมา
ในน้ำแกงไก่ใส่เกลือเพียงเล็กน้อย นอกนั้นก็ไม่ได้ใส่อะไรเลย ก็ยังอร่อยสุดๆ อร่อยจนอยากจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วย!
ทั้งสองคนกินข้าวกับน้ำแกงไก่ไปคนละสองชามใหญ่ จนท้องแน่นอิ่มเอม
ซูเจียวเจียวถอนหายใจ แม้ชีวิตจะยากลำบากไปบ้าง แต่ก็ดีมาก มีคนที่รักและห่วงใยอยู่เคียงข้าง ทั้งสองคนสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันได้ ก็ดีกว่าสิ่งใดๆ แล้ว
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสองคนก็ล้างทำความสะอาดและกลับเข้าห้องไป
“อาหมิง มานี่หน่อยสิ”
ซูเจียวเจียวค้นผ้าห่อหนึ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้า เป็นสีฟ้าอ่อนๆ เธอซื้อมาจากสหกรณ์ตอนไปตัวอำเภอเพื่อรับพัสดุครั้งที่แล้ว
เซียวหยวนหมิงเดินเข้าไปหาตามคำบอก เขายืนอยู่ข้างๆ ซูเจียวเจียว ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถาม ก็เห็นซูเจียวเจียวเอาผ้ามาทาบตัวเขา
“อืม สีนี้เข้ากับคุณดี”
ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับตัวเอง แล้วให้เซียวหยวนหมิงยืนตัวตรง กางแขนออก เธอใช้มือวัดตัวเขา
วัดแขน วัดไหล่ และรอบเอวของเขา พร้อมกับจดบันทึกลงในสมุด
เซียวหยวนหมิงมองเธอด้วยดวงตาเป็นประกาย “คุณจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้ผมหรือครับ?”
ซูเจียวเจียวพยักหน้า “เสื้อผ้าของคุณน้อยเกินไป บางตัวก็สั้นไปแล้ว บางตัวก็ขาดจนใช้ไม่ได้ คุณไม่ได้ตัดเสื้อผ้าใหม่มานานแค่ไหนแล้วคะ?”
เซียวหยวนหมิงหัวเราะ “ผมเป็นผู้ชายตัวใหญ่ จะมีเสื้อผ้าเยอะแยะไปทำไมครับ? ใส่ได้ก็พอแล้ว”
ส่วนใหญ่ก็เพราะไม่มีใครทำให้เขา
เมื่อสามปีก่อนตอนที่พี่สาวยังไม่ได้แต่งงาน ถ้าได้ผ้ามาก็ยังจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้เขาได้บ้าง แต่พอพี่สาวแต่งงานไปแล้ว ก็ไม่มีเวลาตัดเสื้อผ้าให้เขาเลย
เขาเคยไปเยี่ยมบ้านพี่สาวครั้งหนึ่ง ทุกวันพี่สาวต้องทำงาน ซักผ้า ทำอาหาร และเลี้ยงลูก ยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาคุยกับเขาเลย ทั้งยังถูกคนทางบ้านสามีเรียกให้ทำโน่นทำนี่
แม้พี่เขยจะรักภรรยา แต่ก็ขี้ขลาดเกินไป เห็นแม่ของเขาแกล้งภรรยาตัวเอง ก็ไม่กล้าเข้าไปช่วย ได้แต่ยืนมองอยู่ข้างๆ แล้วหลังจากนั้นก็ได้แต่บอกให้พี่สาวทนเอา
เขาเพิ่งจะรู้ว่าผู้หญิงหลังจากแต่งงานแล้ว ลำบากกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานเสียอีก
ดังนั้นตอนนั้นเขาจึงสาบานว่า ถ้าในอนาคตเขามีภรรยา เขาจะต้องทะนุถนอมประคบประหงมเธอไว้ในอุ้งมือ ไม่ให้เธอต้องได้รับความทุกข์หรือถูกรังแกแม้แต่น้อย
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^