LNCrawler

บทที่ 2 คราวหน้าเพลาๆ หน่อยนะ

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 2 คราวหน้าเพลาๆ หน่อยนะ

        สุดท้าย เซียวหยวนหมิงก็ต้องจำใจลุกขึ้นอย่างอาลัยอาวรณ์ เขามีภารกิจที่ต้องไปทำงานแต่เช้าตรู่

       เขาค่อยๆ ดึงแขนออกจากใต้คอของซูเจียวเจียวอย่างเบามือ จากนั้นก็ลุกไปแต่งตัวอย่างเงียบเชียบ

       เมื่อมองไปยังใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลอยู่บนเตียง เซียวหยวนหมิงก็อดนึกถึงค่ำคืนอันเร่าร้อนที่ผ่านมาไม่ได้ แก้มของเขาพลันแดงก่ำ หัวใจพลันอ่อนยวบอย่างไม่อาจห้ามได้

       เธอเป็นภรรยาของเขาแล้ว เป็นผู้หญิงของเขาแล้ว!

       เขาค่อยๆ โน้มตัวลงไป ก่อนจะมอบจุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอ แต่แล้วซูเจียวเจียวก็พลันกะพริบปริบ ดวงตาคู่สวยยังคงพร่าเลือนด้วยความง่วงงุน กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาชุ่มฉ่ำ

       เซียวหยวนหมิงถึงกับนิ่งค้างไปในทันที ราวกับถูกจับได้คาหนังคาเขา ใบหน้าพลันขึ้นสีระเรือด้วยความเขินอาย

       เขารีบลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย คุณนอนต่อเถอะนะ วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงาน พักผ่อนให้สบายที่บ้านก่อน...”

       “อืม...”

       ซูเจียวเจียวตอบรับเสียงแหบ เธอพยายามจะลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กายก็ทำให้เธอต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ร่างของเธอราวกับถูกรถบดทับมาทั้งคืน

       เธอจ้องมองเซียวหยวนหมิงด้วยแววตาตัดพ้อ

       ตาบ้าคนนี้ ช่างแข็งแรงราวกับควายหนุ่ม ไม่รู้จักเพลาๆ บ้างหรือไง!

       แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รูปร่างของเซียวหยวนหมิงนั้นช่างงดงามน่ามอง เขาสูงตระหง่านเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบ ไหล่กว้าง เอวสอบ ในฤดูร้อนเช่นนี้ เขาสวมเพียงชุดเสื้อกล้ามสีดำ จึงเผยให้เห็นกล้ามเนื้อต้นแขนที่แข็งแกร่งราวกับจะระเบิดออก

       ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสื้อกล้ามตัวเล็กเกินไปหรือเปล่า มันแนบชิดไปกับลำตัวของเขา จนเห็นเป็นหมัดกล้ามหน้าท้องอันแข็งแรงและกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้ออย่างชัดเจน ขาของเขาก็ยังยาวเรียวและกำยำ

       ซูเจียวเจียวเองมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนตัวสูง หากเทียบกับสตรีปัญญาชนกลุ่มเดียวกัน หรือแม้แต่คนในกองผลิตแห่งนี้ เธอก็เป็นคนสูงโดดเด่น ทว่าเมื่อยืนเคียงข้างเซียวหยวนหมิง เธอกลับรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงเด็กน้อย

       ไม่รู้ว่าชายผู้นี้กินอะไรมาถึงได้สูงใหญ่และแข็งแรงขนาดนี้ และเมื่อบวกกับใบหน้าซื่อๆ ของเขาในตอนนี้ เขาจึงดูเหมือนชายร่างใหญ่ที่ดูไร้เดียงสา

       ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนเขาเคยฆ่าหมูป่าตัวใหญ่ตายด้วยมือเปล่าบนภูเขา!

       ชาวบ้านจึงต่างพากันหวาดกลัวเขา ไม่มีหญิงสาวคนไหนกล้าเข้าใกล้เขาเลยสักคน ด้วยข่าวลือพวกนั้น ทำให้จนตอนนี้เขาอายุยี่สิบเอ็ดแล้วก็ยังไม่ได้แต่งงาน

       ข้อแรกคือฐานะทางบ้านของเขาไม่ดี ยากจนข้นแค้นเสียจนแม้แต่หนูยังไม่อยากจะเข้าไปอาศัย ข้อสองคือเขารูปร่างสูงใหญ่และมีใบหน้าบึ้งตึง ทำให้เขาดูดุร้ายและน่ากลัว

       คิดไปคิดมา ซูเจียวเจียวก็รู้สึกสงสารเขาขึ้นมา ขอบตาของเธอพลันแดงก่ำเล็กน้อย

       หลังจากนี้ เธอจะรักชายผู้แสนซื่อคนนี้ให้มากเป็นสองเท่าเลย!

       เซียวหยวนหมิงตอนแรกก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขาจึงยกมือขึ้นเกาศีรษะ แต่เมื่อเห็นว่าดวงตาของเธอมีน้ำตาเอ่อคลอ เขาก็พลันตกใจแทบสิ้นสติ

       “เอ่อ... ขอโทษครับ ผม ผม... คราวหน้าผมจะเบาๆ นะ คุณ คุณอย่าร้องไห้เลย...”

       เขามองเธออย่างเลิกลั่ก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

       ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาแทบไม่เคยใกล้ชิดกับหญิงสาวเลยสักคน ไม่รู้ว่าจะปลอบใจผู้หญิงอย่างไร

       ตั้งแต่เมื่อคืน เธอร้องไห้ไปแล้วสองครั้ง

       เขานี่มันช่างงี่เง่าเสียจริง!

       เขาดึงมือของเธอมาตบหน้าตัวเอง “เจียวเจียว ตีผมเลย! ผมผิดเอง! ผมไม่ควร... ไม่ควร...”

       เมื่อคืนเขามันห้ามใจตัวเองไม่ได้ รุนแรงกับเธอหลายครั้ง คงจะทำให้เจียวเจียวเจ็บปวดมากแน่ๆ!

       ซูเจียวเจียวรีบดึงมือของตัวเองกลับมา แต่สุดท้ายมือของเธอก็แตะลงบนใบหน้าของเขาอย่างอ่อนแรง คล้ายเป็นการลูบไล้อย่างแผ่วเบามากกว่า

       มือของหญิงสาวนุ่มนวลและขาวผ่อง เมื่อสัมผัสลงบนใบหน้าของเขา ก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดที่พาให้เขาขนลุกไปทั่วร่าง

       เซียวหยวนหมิงถึงกับตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน

       “งั้นคราวหน้าคุณก็เพลาๆ หน่อยก็แล้วกัน” ซูเจียวเจียวกลับมามีสติอีกครั้ง พลางถลึงตาใส่เขาอย่างแง่งอน

       ในชาติที่แล้ว…ก็แค่ครั้งเดียวเอง

       แต่เมื่อคืนนี้...

       ซูเจียวเจียวพบว่า ร่างกายของเธอได้รับการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว แถมยังสวมเสื้อผ้าครบทุกชิ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเซียวหยวนหมิง

       เขาเป็นคนละเอียดอ่อนและอ่อนโยนมาก ในคืนเข้าหอของชาติที่แล้ว เขาก็ทำความสะอาดร่างกายและสวมเสื้อผ้าให้เธอเช่นกัน

       ชาตินี้ก็ยังคงเหมือนเดิม…

       เซียวหยวนหมิงมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “คุณนอนต่อก่อนนะ รอผมทำงานช่วงเช้าเสร็จแล้ว จะกลับมาทำอาหารเช้าให้คุณทาน”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างว่าง่าย เสียงหวานนุ่มนวลปนความง่วงงุนเล็กน้อย “อืม ฉันรอคุณนะ”

       รอยยิ้มของหญิงสาวขาวสะอาดและบริสุทธิ์ราวกับสายลมยามเช้าในฤดูร้อนที่อบอุ่นหอมหวานและชวนให้หลงใหล

       ฉันรอคุณนะ

       คำสามคำที่แผ่วเบาแต่ลึกซึ้ง ได้กระแทกเข้าสู่หัวใจของเซียวหยวนหมิง ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง

       เซียวหยวนหมิงไม่กล้ามองเธออีกต่อไป เพราะกลัวว่าหากมองนานกว่านี้ เขาจะไม่อยากไปทำงาน และอยากจะอยู่บ้านเพื่อ ‘รังแก’ เธออย่างสนุกสนานเหมือนเมื่อคืน

       เขาจึงหันหลังและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

       เมื่อมองตามเงาร่างของเซียวหยวนหมิงที่จากไป ซูเจียวเจียวก็ยังคงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นเหมือนความฝันที่ไม่อาจเป็นจริง

       เดิมทีเธอเป็นคนในเมืองหลวง แต่ต้องมาติดอยู่ในกระแสของปัญญาชนที่ต้องไปชนบท และเนื่องจากครอบครัวของเธอที่มีบุตรหลายคน ทางบ้านจึงจำต้องเลือกบุตรเพียงหนึ่งเดียวเพื่ออยู่ในเมืองหลวง

       พ่อบอกเธอว่าน้องสาวยังเด็ก เพิ่งจะอายุสิบหกปี ถ้าไปอยู่ชนบทคงจะทนไม่ไหวแน่ๆ

       แม่ของเธอเช็ดน้ำตาด้วยแววตาเศร้าสร้อย บอกว่าเธอเป็นพี่สาว ต้องปกป้องน้องสาว น้องสาวถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมตั้งแต่เด็ก จะทนความลำบากได้อย่างไร

       แต่เธอก็แก่กว่าซูชิงชิงผู้เป็นน้องสาวเพียงปีเดียวเท่านั้นเอง…

       ตั้งแต่เด็ก เธอก็เป็นคนว่าง่ายและฉลาดเสมอ ดังนั้นเธอจึงเชื่อฟังและเดินทางมายังชนบท

       ชีวิตในชนบทนั้นยากลำบากมาก มีหลายครั้งที่เธอแทบจะทนไม่ไหว กลางดึกหลายคืน เธอต้องแอบร้องไห้ใต้ผ้าห่ม

       เธออยากกลับไปอยู่ในเมือง อยากกลับบ้านใจจะขาด

       แต่เธอกลับไปไม่ได้

       โชคดีที่เธอเกิดมาหน้าตาสะสวยตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าปัญญาชนที่มาอยู่ชนบทด้วยกัน หรือหนุ่มๆ ในกองผลิตต่างก็ชอบเธอ พวกเขาต่างพากันแย่งชิงกันช่วยเธอทำงาน และต่างก็ทอดสะพานให้เธออย่างชัดเจน

       หนึ่งในนั้นก็คือ เซียวหยวนหมิง

       เซียวหยวนหมิงรูปร่างสูงใหญ่ เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แข็งแรงและคล่องแคล่ว เขาเป็นคนทำงานเก่ง เขาจะคอยช่วยเธอทำงานจนเสร็จอย่างเงียบๆ และไม่เคยพูดมาก

       ส่วนหนุ่มๆ คนอื่นๆ ในหมู่บ้าน หลังจากช่วยเธอทำงานเสร็จ ก็มักจะพูดจาเชิงอยากคบหากับเธอ ทำให้เธอรู้สึกรำคาญใจเป็นอย่างยิ่ง

       และพวกเขาก็ทำงานไม่คล่องแคล่วเท่าเซียวหยวนหมิงด้วย

       ดังนั้นเธอจึงเริ่มให้ความสนใจเซียวหยวนหมิง แกล้งทำเป็นสนิทสนมกับเขา คอยดูแลเอาใจใส่เขาเป็นครั้งคราว ทำให้เซียวหยวนหมิงเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีใจให้เขา

       ไปมาหาสู่กันบ่อยเข้า เซียวหยวนหมิงก็ยิ่งทำงานให้เธออย่างขยันขันแข็ง เธอจึงมักจะแอบพักผ่อนใต้ต้นไม้และอู้งานได้บ่อยๆ

       ชาวบ้านต่างพากันคิดว่าพวกเขากำลังคบหากัน แต่เธอก็ไม่เคยอธิบายใดๆ

       หลังจากนั้น เธอก็ใช้เซียวหยวนหมิงให้ช่วยเธอทำงานสกปรกและหนักหน่วงทุกอย่าง กินของอร่อยที่เซียวหยวนหมิงมอบให้ แต่ก็จงใจไม่ยอมตกลงคบหากับเขาเสียที

       จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอเดินทางกลับจากซื้อของในเมืองที่ตลาดนัด แล้วถูกพวกอันธพาลหมายตาคิดทำร้าย เสื้อผ้าของเธอถูกฉีกกระชากขาดไปทั่วร่าง โชคดีที่เซียวหยวนหมิงปรากฏตัวขึ้นและช่วยเธอไว้ได้ทัน แต่เขาก็เห็นร่างกายของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจไปเสียแล้ว และนั่นก็ทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหาย ผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันซุบซิบนินทาเธอไปทั่ว

       พอดีกับช่วงเวลานั้น มีจดหมายจากทางบ้านส่งข่าวมาบอกว่า น้องสาวคนดีของเธอ ซูชิงชิง ได้ตกลงปลงใจกับคู่หมั้นของเธอ จี้หลิง และทั้งสองเพิ่งจะแต่งงานกันไปเมื่อไม่นานมานี้...


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^