LNCrawler

บทที่ 31 เงินมากมายถึงเพียงนี้!

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 31 เงินมากมายถึงเพียงนี้!

        ไอศกรีมนมที่อยู่ในปากไม่เพียงแต่เย็นชื่นใจ แต่ยังส่งกลิ่นนมบางๆ หอมหวาน ช่างอร่อยเลิศรส ไอศกรีมในยุคนั้นล้วนผลิตโดยรัฐวิสาหกิจที่ได้มาตรฐาน วัตถุดิบจึงอัดแน่นเต็มเปี่ยม

       เซียวหยวนหมิงกินไอศกรีมถั่วเขียวพลางสายตาจับจ้องใบหน้าของซูเจียวเจียว เมื่อเห็นใบหน้าขาวผ่องนุ่มนวลของเธอประดับด้วยรอยยิ้มสดใส เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม

       “ขอชิมของคุณหน่อยสิคะ”

       ซูเจียวเจียวจ้องไอศกรีมในมือของเขาด้วยความหิวโหย เหตุผลที่เธอเลือกไอศกรีมรสชาติแตกต่างกัน ก็เพื่อให้สามารถแบ่งกันชิมได้

       “อ๊ะ? ผมกินไปแล้ว ผมจะซื้อให้คุณใหม่นะ” เซียวหยวนหมิงเอ่ยพลางหันกลับไปจะซื้อเพิ่ม

       ซูเจียวเจียวฉุดแขนเขาไว้ “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอกค่ะ”

       ว่าแล้วเธอก็กัดไอศกรีมถั่วเขียวในมือของเขาตรงที่เขาเพิ่งกัดไป

       ใบหูของเซียวหยวนหมิงแดงระเรื่อ

       “อืม! อร่อยจังเลย!”

       ซูเจียวเจียวหรี่ตาลงด้วยความสุข

       ถั่วเขียวแน่นเต็มคำ ทั้งเย็นชื่นใจและอร่อยเลิศรส อร่อยกว่าไอศกรีมถั่วเขียวในยุคหลังๆ มากนัก ยิ่งนานวันไอศกรีมถั่วเขียวในยุคหลังกลับยิ่งห่างไกลจากรสชาติดั้งเดิม

       “คุณก็ลองชิมของฉันดูบ้างสิคะ” ว่าแล้วเธอก็ยื่นไอศกรีมนมที่กินไปแล้วหนึ่งคำให้เซียวหยวนหมิง

       “ไม่ดีกว่า...” เซียวหยวนหมิงหัวเราะ “ถ้าคุณชอบ ก็เก็บไว้กินคนเดียวเถอะ”

       “ลองดูเถอะน่า ไอศกรีมนมของฉันอร่อยมากเลยนะ” ซูเจียวเจียวยื่นไปที่ปากเขาอีกครั้ง

       เซียวหยวนหมิงจึงอ้าปากกัดไปเล็กน้อย

       “อร่อยไหม?”

       ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ

       เขาพยักหน้า “อืม อร่อย”

       ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มพึงพอใจ จากนั้นก็เริ่มกินไอศกรีมกับเซียวหยวนหมิงคนละคำสองคำ

       ตอนแรกเซียวหยวนหมิงยังรู้สึกอายอยู่บ้าง แต่พอได้กินไปหลายคำ เขาก็เริ่มชิน

       เขาพบว่าวิธีการกินแบบนี้ก็ไม่เลวเลย

       พนักงานขายในสหกรณ์มองดูฉากนี้ที่หน้าประตูด้วยสายตาอิจฉา ช่างเป็นคู่รักที่รักกันดีจริงๆ

       หลังจากที่ทั้งสองกินไอศกรีมเสร็จ ก็เดินเล่นอีกครู่หนึ่ง จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถประจำทาง

       เนื่องจากมาถึงก่อนเวลา รถประจำทางจึงยังไม่มีผู้คนมากนัก เซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง

       ทันทีที่ขึ้นรถ ซูเจียวเจียวก็เริ่มง่วงซึม ซบศีรษะลงบนไหล่ของเซียวหยวนหมิง แล้วก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว

       เซียวหยวนหมิงหันข้างมองใบหน้ายามหลับใหลของซูเจียวเจียว ในความคิดเขานึกถึงภาพซูเจียวเจียวซบไหล่ฮั่วเจี้ยนจงจนหลับไป

       ตอนนั้นเจียวเจียวคงเหนื่อยจากการเดินเล่นจนเผลอหลับ เลยซบไหล่ฮั่วเจี้ยนจงใช่ไหมนะ?

       รถจอดรอประมาณหนึ่งชั่วโมง ผู้คนก็เริ่มทยอยกันมาครบ รถจึงเริ่มออกเดินทาง

       เมื่อซูเจียวเจียวตื่นขึ้นมา ก็พบว่ารถมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านแล้ว เซียวหยวนหมิงเป็นคนปลุกเธอ

       เขามองดูซูเจียวเจียวที่ยังคงง่วงซึม ดวงตาปรือปรอย ภายในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

       “เดี๋ยวพอถึงบ้านแล้ว คุณค่อยไปนอนพักต่อนะ”

       เซียวหยวนหมิงหิ้วของที่ซื้อมาจากเมือง มืออีกข้างจูงซูเจียวเจียวลงจากรถ

       เดิมทีซูเจียวเจียวยังคงงัวเงียด้วยความง่วง แต่พอลงจากรถและเดินมาได้สักพัก เมื่อถึงบ้าน เธอก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

       เซียวหยวนหมิงจูงซูเจียวเจียวเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตู จากนั้นซูเจียวเจียวก็เห็นเขาควักเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน

       “นี่คือเงินที่ได้จากการขายโสม ทั้งหมดห้าร้อยหยวน และยังได้บัตรแลกสินค้ามาอีกนิดหน่อย”

       ดวงตาของซูเจียวเจียวสว่างวาบขึ้นทันที “เยอะขนาดนี้เลยหรือคะ!”

       เซียวหยวนหมิงควักเงินยี่สิบกว่าหยวนจากกระเป๋าอีกข้าง “นี่คือเงินที่ผมได้จากการขายสมุนไพร ผมก็จะให้คุณเป็นคนเก็บไว้”

       เขาหยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวเสริม “คุณจะใช้เท่าไรก็ได้”

       โสมเป็นของที่เจียวเจียวค้นพบ แน่นอนว่าเงินทั้งหมดย่อมเป็นของเจียวเจียว

       “ได้ค่ะ ฉันจะเก็บเอาไว้นะ” ซูเจียวเจียวเก็บเงินอย่างมีความสุข ห่อด้วยผ้าผืนหนึ่งแล้วซ่อนไว้ในช่องผนังด้านหลังตู้เสื้อผ้า

       เมื่อถึงปี 1977 ที่จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมกับหยวนหมิง ถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีเวลาทำงานมากนัก และหากสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิง ก็จะต้องเข้าจิงเฉิงด้วยกัน ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้เงิน

       ดังนั้นต้องเก็บออมให้ดี

       พอหันกลับมา ซูเจียวเจียวก็เห็นเซียวหยวนหมิงหยิบผงนมมอลต์หนึ่งกระปุก ลูกอมกระต่ายขาวหนึ่งถุง และครีมทาหน้าหนึ่งกล่องออกมาจากกระเป๋าเป้

       เขาจำได้ว่าสิ่งเหล่านี้คือของที่เจียวเจียวชอบที่สุด

       “ว้าว! มีลูกอมกระต่ายขาวด้วย!”

       ซูเจียวเจียวรู้สึกเหมือนไม่ได้กินลูกอมกระต่ายขาวมานานมากแล้ว เธอรีบลอกลูกอมเข้าปากทันที กลิ่นนมและรสหวานเข้มข้นก็แผ่ซ่านออกมา

       ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มแห่งความสุข

       เซียวหยวนหมิงมองซูเจียวเจียวที่กำลังยิ้ม ใบหน้าเขาก็เผยรอยยิ้มตาม

       ตราบใดที่เจียวเจียวมีความสุข เขาก็มีความสุข

       ซูเจียวเจียวลอกลูกอมอีกเม็ดแล้วใส่เข้าไปในปากของเซียวหยวนหมิง

       รสชาติหวานหอมของนมลูกอมละลายในปาก หวานซึมซาบเข้าไปในใจ

       “จริงสิ หยวนหมิง ตอนนี้พวกเราก็มีเงินพอใช้แล้ว ชีวิตก็ดีขึ้นมาก วันหลังเราไปเยี่ยมพี่สาวของเราที่กองผลิตตระกูลหลิวกันเถอะค่ะ” ซูเจียวเจียวเสนอ

       เธอจำได้ว่า ก่อนที่เซียวหยวนหมิงจะผันตัวไปทำธุรกิจ ชีวิตของเซียวหยวนซินพี่สาวของเขาไม่ค่อยดีนัก เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในแต่ละวัน และเพราะลูกคนแรกของเธอเป็นลูกสาว ทำให้ถูกครอบครัวสามีดูถูกต่างๆ นานา

       ลูกสาวของเซียวหยวนซินคลอดก่อนกำหนดเกือบยี่สิบวัน ร่างกายอ่อนแอมากกว่าเด็กทั่วไป และเนื่องจากขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน เธอจึงเสียชีวิตตั้งแต่อายุสี่ขวบ

       ตอนนี้หลิวจาวตี้อายุสองขวบกว่าแล้ว

       เนื่องจากพ่อสามีและแม่สามีตระกูลหลิวหวังว่า เซียวหยวนซินจะให้กำเนิดลูกชายแก่ตระกูลหลิว แม้กระทั่งชื่อลูกสาวก็ยังตั้งชื่อว่าจาวตี้ (แปลว่าเรียกหาน้องชาย ถือเป็นเคล็ดเพื่อให้ได้ลูกชาย)

       ในชาตินี้ เมื่อมีเงื่อนไขและมีความสามารถ ซูเจียวเจียวจะไม่ยอมให้หลานสาวตัวน้อยต้องจากไปก่อนวัยอันควรเช่นชาติที่แล้ว

       คำพูดของซูเจียวเจียวทำให้เซียวหยวนหมิงรู้สึกประทับใจมาก เขานึกอยากไปเยี่ยมพี่สาวและหลานสาวมานานแล้ว เพียงแต่ช่วงก่อนหน้านี้มีงานไร่นาที่ยุ่งมาก อีกทั้งยังไม่มีเงิน หลังจากแต่งงานกับซูเจียวเจียว เขาก็ไม่กล้าพูดเรื่องนี้ออกมา เพราะกลัวว่าเจียวเจียวจะไม่เห็นด้วย และกลัวว่าจะทำให้เจียวเจียวรังเกียจ

       ตอนนี้ซูเจียวเจียวเป็นฝ่ายเสนอขึ้นมาเอง ทำให้เซียวหยวนหมิงดีใจและซาบซึ้งใจมาก

       “ดีเลยครับ อีกสองสามวันเราไปกันตอนที่งานไม่ยุ่งนะ”

       “ตกลงค่ะ” ซูเจียวเจียวพยักหน้า

       เพราะกลับมาเร็ว ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสามโมงกว่าๆ ซูเจียวเจียวจึงตั้งใจจะเย็บกระดุมให้เสร็จในตอนที่ยังมีแสงอาทิตย์อยู่ เพื่อจะได้ไม่ต้องจุดตะเกียงน้ำมันในตอนกลางคืนซึ่งอาจทำให้สายตาเสีย

       ส่วนเซียวหยวนหมิงก็ไปดูแลผักที่ปลูกไว้ที่แปลงผักหลังบ้าน

       เมื่อเซียวหยวนหมิงกลับมาจากทำงาน ซูเจียวเจียวก็เย็บกระดุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

       ซูเจียวเจียวไม่ได้ใช้กระดุมสีดำขนาดใหญ่ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน แต่ใช้กระดุมสีน้ำเงินเข้มที่คล้ายคลึงกับสีเสื้อ ขนาดเล็กๆ ดูแปลกตา

       กระดุมเม็ดเล็กๆ เหล่านี้มีราคาไม่ถูกเลย แพงกว่ากระดุมสีดำขนาดใหญ่เสียอีก

       เมื่อซูเจียวเจียวส่งเสื้อเชิ้ตให้เซียวหยวนหมิง เขาก็ดีใจจนปากจะฉีกถึงใบหู ดูเหมือนคนซื่อๆ เสียอย่างนั้น

       “รีบไปลองใส่สิคะ”

       เซียวหยวนหมิงส่ายหน้า ทำท่าทางหวงแหนราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า “ผมเพิ่งทำงานเสร็จกลับมา เหงื่อออกท่วมตัวไปหมด ถ้าเปื้อนแล้วคงจะไม่ดี...”

       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าเปื้อนก็ซักได้”

       “ผมไม่อยากทำให้สกปรกนี่ครับ”

       นี่เป็นเสื้อผ้าตัวแรกที่ภรรยาของเขาเย็บให้ด้วยมือตัวเอง เขาจะทำลายมันได้อย่างไร เขาย่อมต้องเก็บรักษามันอย่างดีที่สุด


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^