LNCrawler

บทที่ 32 กินบุญเมีย [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 32 กินบุญเมีย [1]

        ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ พลางคิดในใจว่า เธอคงต้องหาเวลาตัดเย็บเสื้อผ้าให้คุณสามีอีกหลายชุดเสียแล้ว เขาจะได้ไม่รู้สึกเสียดายที่สวมใส่มัน

       พอถึงรุ่งเช้า เซียวหยวนหมิงไปทำงานตามปกติ เขาไม่ได้สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัวใหม่ที่ภรรยาทำให้ แต่เลือกสวมเสื้อแขนสั้นผ้าฝ้ายเก่าๆ ที่มีรอยปะชุนหลายจุดแทน ส่วนกางเกงขายาวสีดำตัวเก่งก็มีรอยปะชุนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเช่นกัน

       ซูเจียวเจียวถึงกับอดยิ้มมุมปากไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้บังคับให้เขาเปลี่ยนไปสวมชุดใหม่เพื่อไปทำงาน เพราะแม้แต่ชุดกระโปรงตัวใหม่ของเธอเอง ก็ยังไม่กล้าใส่ไปทำงานเช่นกัน จึงเลือกสวมชุดเก่าออกไป

       ตอนนี้ย่างเข้าปลายฤดูร้อนแล้ว อากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนแต่ก่อน สายลมพัดเอื่อยๆ นำพาความเย็นสบายมาให้

       ทั้งสองเดินไปตามคันนา ก็สังเกตเห็นสายตาที่ทุกคนมองมานั้นไม่ค่อยปกติเท่าไร

       ซูเจียวเจียวเห็นหลี่ต้าเฉวียนอยู่ไม่ไกล จึงเรียกเขาเข้ามาหา "เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมทุกคนถึงมองมาแบบนั้น?"

       หลี่ต้าเฉวียนเหลือบมองเซียวหยวนหมิงที่อยู่ข้างกายซูเจียวเจียว แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างกลัวๆ ไม่กล้าพูดอะไร

       เซียวหยวนหมิงถลึงตาใส่เขา "พูดมาสิ"

       หลี่ต้าเฉวียนถอนหายใจ แล้วเล่าเรื่องที่เขาได้ยินมาให้ฟัง

       ซูเจียวเจียวได้ยินว่า เฉินซิ่วฮวาจงใจใส่ร้ายเซียวหยวนหมิง กล่าวหาว่าเขาเป็นคนไร้น้ำยาและเกาะเมียกิน เมื่อได้ยินข่าวนี้สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำในทันที เตรียมจะไปเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

       เซียวหยวนหมิงไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขาเม้มริมฝีปากแน่น แล้วดึงมือซูเจียวเจียวไว้ "พวกเขาก็แค่อิจฉาที่ผมได้ภรรยาดีๆ อย่างคุณ เราไม่ต้องไปสนใจหรอก"

       แท้จริงแล้ว เขาก็มีเหตุผลส่วนตัว

       เจียวเจียวมาจากในเมือง ครอบครัวมีฐานะดีกว่า พ่อของเธอยังส่งเงินและบัตรปันส่วนมาให้ทุกเดือน

       ดังนั้นเงินที่เขาแอบไปค้าขายมา ก็สามารถนำออกมาใช้ได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องคอยซ่อนเร้นอีกต่อไป

       ส่วนโสมวันนั้น แท้จริงแล้วขายได้ 700 หยวน เขาแบ่ง 150 หยวนไปซื้อจักรเย็บผ้าให้เจียวเจียว และแลกเป็นบัตรปันส่วนบางส่วน เลยเหลือเงินเพียง 500 หยวนตอนที่มอบให้เธอ

       สองสามวันที่ผ่านมา เขาเห็นซูเจียวเจียวเย็บผ้าด้วยมือตลอด เธอไม่เพียงแต่เหนื่อยล้า แต่ยังต้องใช้สายตามาก ถ้ามีจักรเย็บผ้าก็จะง่ายขึ้นเยอะ

       ตอนที่ซูเจียวเจียวกำลังเย็บผ้า เขาก็ได้ยินเธอพูดถึงเรื่องนี้ว่า ถ้ามีจักรเย็บผ้าก็จะสะดวกสบายขึ้นมาก

       เขาจึงจำเรื่องนี้ไว้ในใจ

       หลังจากขายโสมให้แก่ฉีเย่แล้ว เขาก็ให้ฉีเย่ช่วยส่งจักรเย็บผ้ามาให้ด้วย ตอนนั้นเขากำลังคิดว่าจะหาเหตุผลอย่างไรเมื่อนำจักรเย็บผ้ากลับมาที่หมู่บ้าน

       แต่ตอนนี้กลับดีไปอีก มีเฉินซิ่วฮวาคอยช่วยโฆษณา เขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป ถึงตอนนั้นค่อยบอกว่า พ่อของซูเจียวเจียวส่งมาจากตัวเมืองมณฑลก็ได้

       ถึงแม้หลังจากนี้ชื่อเสียงของเขาก็อาจจะไม่ค่อยดีนัก...

       แต่แล้วมันจะไปสำคัญอะไร?

       ครอบครัวของเขาเองก็มีฐานะไม่ดีอยู่แล้ว ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรในหมู่บ้าน จะแย่ไปกว่านี้ได้อย่างไร?

       ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนหมิงไม่โกรธเคือง เธอจึงไม่ได้ติดใจกับเรื่องนี้ต่อ

       ตลอดทาง เมื่อทุกคนเห็นเซียวหยวนหมิงเดินเข้ามา ก็พากันปิดปากเงียบ พยายามแสดงท่าทีเร่งทำงาน

       หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวสาลีเสร็จ เซียวหยวนหมิงถูกส่งไปทำงานหนักในที่ดินแปลงอื่น ร่วมกับคนในหมู่บ้านที่มีฐานะไม่ดีเหมือนกัน

       ขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังทำงาน เธอก็เห็นหลินเฟิงเดินเข้ามาใกล้ "ยุวชนซู เมื่อวานคุณไปตัวอำเภอพร้อมกับเซียวหยวนหมิงหรือครับ?"

       ซูเจียวเจียวกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย?"

       หลินเฟิงเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์ "หลังจากแต่งงานกับเธอ เซียวหยวนหมิงก็ขี้เกียจขึ้นเยอะเลย ฉันได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้เขาทำได้แค่แปดแต้มแรงงานต่อวันเอง ชัดเจนว่าเขาอู้งาน! ฉันยังได้ยินมาว่าเธอพาเขาไปกินอาหารหรูที่ในเมืองอีกด้วย ระวังจะเลี้ยงเขาจนติดเป็นนิสัยเสีย เดี๋ยวต่อไปก็จะหวังพึ่งแต่เธอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง...”

       เขาได้ยินป้าเฉินบอกว่าซูเจียวเจียวใจกว้างมาก เธอถึงกับสั่งกับข้าวสามจานที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการ โดยเป็นกับข้าวเนื้อสองจานและกับข้าวผักหนึ่งจาน

       ลองคิดดูสิ เขาทำงานหนักขนาดนี้ แทบจะไม่ได้กินเนื้อเลยตั้งนาน แต่ซูเจียวเจียวกลับสั่งเนื้อตั้งสองจานในครั้งเดียว! ช่างสิ้นเปลืองอะไรอย่างนี้!

       ถ้าตอนนั้นเขาได้อยู่กับซูเจียวเจียว ป่านนี้คงได้กินเนื้อทุกวันแล้วกระมัง?

       คิดถึงตรงนี้ หลินเฟิงก็รู้สึกเสียใจสุดๆ เขาน่าจะกระตือรือร้นมากกว่านี้ ตอนที่ซูเจียวเจียวมาขอให้เขาช่วยทำงาน ไม่ใช่แค่พูดปลอบใจไปวันๆ ...

       ตอนนี้ก็คงได้แต่เสียใจเท่านั้น

       ซูเจียวเจียวหยุดทำงาน แล้วมองเขาด้วยสายตาดูถูก "ยุวชนหลิน นายรู้ไหมว่าตอนนี้นายเหมือนอะไร?"

       หลินเฟิงผงะเล็กน้อย ถามอย่างงงๆ ว่า "เหมือนอะไร?"

       "ปากของนายเหมือนผ้าขี้ริ้วในท่อน้ำทิ้ง ทั้งเหม็นและสาก" ซูเจียวเจียวพูดด้วยความดูถูก แล้วก้มหน้าทำงานต่อ ไม่สนใจเขาอีก

       สีหน้าของหลินเฟิงแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองในทันที

       ไม่ไกลจากตรงนั้น จ้าวอวี้เฟินได้ยินคำพูดของหลินเฟิง ก็รู้สึกว่าคำพูดของเขานั้นไม่ถูกต้อง ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงเป็นสามีภรรยากันแล้ว การที่เขาเป็นคนนอกมาว่าร้ายเซียวหยวนหมิงต่อหน้าซูเจียวเจียว ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!

       ถึงแม้ครอบครัวของเซียวหยวนหมิงจะมีฐานะไม่ดีนัก แต่เขาก็เป็นคนขยันขันแข็งในการทำงาน

       แต่ก่อนที่ซูเจียวเจียวจะทำงานไม่เสร็จ มีครั้งไหนบ้างที่เซียวหยวนหมิงไม่ได้ช่วยเธอทำ?

       อย่างน้อยเซียวหยวนหมิงก็ดีกว่าหลินเฟิงเยอะ ใครบ้างจะไม่รู้ว่าหลินเฟิงจีบคนอื่นด้วยคารมคมคาย?

       ซูเจียวเจียวจะหลงกลก็แปลกแล้ว

       แต่จ้าวอวี้เฟินก็แค่ดูถูกในใจเท่านั้น ไม่กล้าพูดออกมา มิฉะนั้นคงมีเหตุให้ต้องทะเลาะกันอย่างแน่นอน

       "ยุวชนซู"

       ขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังตั้งใจทำงานอยู่ ก็มีเสียงของจ้าวอวี้เฟินดังขึ้นจากด้านข้าง

       ซูเจียวเจียวมองเธอ "ยุวชนจ้าว มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

       เธอมีความรู้สึกที่ดีกับยุวชนจ้าว ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่แย่ ยุวชนจ้าวเป็นคนที่ไม่ค่อยสร้างความขัดแย้งกับใคร

       "ครั้งหน้าหากจะไปที่ตัวอำเภอ เธอพอจะช่วยฉันซื้อของกลับมาหน่อยได้ไหมคะ? ไม่ต้องห่วง ฉันจะให้เงินและบัตรปันส่วนล่วงหน้าเลยค่ะ" จ้าวอวี้เฟินพูดกับเธอด้วยสีหน้าเขินอายเล็กน้อย

       ปกติเธอจะทำงานคนเดียว ไม่มีใครช่วย เลยไม่ค่อยมีเวลาไปตัวอำเภอ

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า "ครั้งหน้าถ้าฉันไปตัวอำเภอ ฉันจะบอกเธอนะ แต่ช่วงนี้ฉันคงยังไม่ไปอีก"

       "อืม ฉันก็ยังไม่รีบค่ะ" จ้าวอวี้เฟินยิ้ม

       เมื่อเช้าโจวเม่ยได้ยินคำพูดของเฉินซิ่วฮวา เธอก็รู้สึกอิจฉาอย่างมาก ก่อนที่ซูเจียวเจียวจะแต่งงานกับเซียวหยวนหมิง ซูเจียวเจียวดีกับเธอที่สุดในบรรดาบ้านพักยุวชน มีสิ่งใดน่ากินเป็นต้องแบ่งให้เธอเสมอ เธอชอบตามติดกินของคนอื่นก็ไม่เคยถือสา จัดเป็นพวกโง่เขลาแต่กระเป๋าหนัก แต่พอย้ายไปอยู่กับเซียวหยวนหมิงก็เปลี่ยนไปทันที!

       จะต้องเป็นเซียวหยวนหมิงที่อยู่เบื้องหลังการยุยงปลุกปั่นแน่ๆ!

       มิฉะนั้นซูเจียวเจียวจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ได้อย่างไร!

       จะต้องเป็นเซียวหยวนหมิงที่อยากจะฮุบเงินและบัตรปันส่วนของซูเจียวเจียว เลยจงใจให้ซูเจียวเจียวทวงของทุกอย่างคืน! ไอ้ผู้ชายขี้เหนียวสกปรกคนนี้!

       ดังนั้นเมื่อเฉินซิ่วฮวาพูดถึงเซียวหยวนหมิงว่าเป็นคนไร้น้ำยา กินบุญคุณเมีย เสียงของโจวเม่ยจึงตอบรับดังและชัดเจนที่สุด

       ทางด้านเซียวหยวนหมิงเมื่อมาถึงที่ทำงาน วันนี้พวกเขาได้รับมอบหมายให้ไถนา ในหมู่บ้านมีวัวไม่กี่ตัว ดังนั้นการไถนาจึงต้องใช้แรงงานคนลากไถ

       การไถนาเป็นงานหนัก มีเพียงคนที่มีฐานะไม่ดีเช่นพวกเขาเท่านั้นที่จะได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยที่สุด


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^