LNCrawler

บทที่ 35 เซียวหยวนหมิงบาดเจ็บ

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 35 เซียวหยวนหมิงบาดเจ็บ

        โจวเม่ยในตอนนี้ตกใจกลัวจนแทบสิ้นสติ จะสนใจเรื่องหน้าตาไม่ได้แล้ว

       “กรี๊ดดดด! ซูเจียวเจียว ดูสิ หมูป่านี่มันกำลังชนต้นไม้อยู่ ต้นไม้จะไม่หักลงมาใช่ไหม?”

       ซูเจียวเจียวเกาะลำต้นของต้นไม้แน่นด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างล้วงแคะหู “เธอหยุดกรี๊ดไม่ได้หรือไง? ยิ่งเธอกรี๊ดดังเท่าไร หมูป่าก็ยิ่งพุ่งชนอย่างสนุกสนานเท่านั้นแหละ”

       โจวเม่ยค่อยๆ หุบปากลงด้วยความกลัว

       และก็เป็นจริงดังว่า หมูป่าใต้ต้นไม้ชนต้นไม้พักหนึ่ง พอเห็นว่าทั้งสองคนบนต้นไม้ไม่ยอมลงมา มันจึงเลิกชน แต่ยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ ต้นไม้ ราวกับจะหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำให้สองคนบนต้นไม้ลงมาให้ได้

       ซูเจียวเจียวมองหมูป่าใต้ต้นไม้ด้วยความกลัดกลุ้มใจ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป คงไม่ใช่การดี หากหมูป่าไม่ยอมจากไปละก็ พวกเธอจะต้องติดอยู่บนต้นไม้เช่นนี้ไปตลอดหรือ?

       กลางคืนบนเขานั้นหนาวเย็น แถมยังไม่มีอาหาร เป็นเช่นนี้ต่อไปก็คงทนไม่ไหวแน่ๆ

       ในขณะนั้นเอง เสียงตะโกนของเซียวหยวนหมิงก็ดังขึ้นมาจากป่า “เจียวเจียว! เจียวเจียว!”

       ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของซูเจียวเจียวก็เผยรอยยิ้มแห่งความยินดี พลางมองเห็นเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้

       ซูเจียวเจียวเห็นเพียงเซียวหยวนหมิงมาคนเดียว จึงรีบตะโกนว่า “อย่าเข้ามานะ! ที่นี่มีหมูป่าดุร้ายมาก คุณรีบลงจากเขาไปหาคนมาช่วยเถอะ”

       หมูป่าใต้ต้นไม้ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว มันจึงหันกลับไปมองเซียวหยวนหมิงที่ปรากฏตัวขึ้น ดวงตาที่ดุร้ายคู่นั้นเต็มไปด้วยความก้าวร้าว

       เซียวหยวนหมิงกำเคียวที่เหน็บเอวไว้ในมือโดยสัญชาตญาณ สายตาจับจ้องไปที่หมูป่าตรงหน้าด้วยความระมัดระวัง เขาโน้มตัว ร่างกายเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี

       ต้นไม้ที่เจียวเจียวปีนขึ้นไปนั้นไม่ใหญ่มาก แถมยังมีโจวเม่ยห้อยต่องแต่งอยู่ด้วย ตอนนี้ทั้งลำต้นถูกหมูป่าชนจนสั่นคลอนอย่างอันตราย

       ถ้าเจียวเจียวตกลงมาจากต้นไม้ ผลที่ตามมาก็คาดเดาไม่ได้เลย

       เขาไม่มีเวลาที่จะกลับไปเรียกคนมาช่วยแล้ว

       ซูเจียวเจียวเบิกตากว้างมองเซียวหยวนหมิงที่อยู่ไกลออกไป ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงเล็กน้อย เธออ้าปากจะตะโกน แต่ก็กลัวจะไปกระตุ้นให้หมูป่าตัวนี้โกรธขึ้นมา

       หมูป่าเป็นสัตว์ดุร้าย เมื่อมันบ้าคลั่งขึ้นมาก็ไม่ต่างอะไรกับสิงโตหรือเสือ โดยเฉพาะหมูป่าที่ถูกยั่วยุจะยิ่งน่ากลัว

       ในชั่วพริบตาถัดมา หมูป่าก็พุ่งเข้าใส่เซียวหยวนหมิง

       เซียวหยวนหมิงหลบหลีกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ฟันเคียวเข้าที่สะโพกของหมูป่า

       หมูป่าร้องโหยหวนเสียงดัง มันหันกลับมา ก้มหัวลง เผยเขี้ยวแหลมคมสองซี่ พุ่งเข้าใส่เซียวหยวนหมิงอย่างดุร้าย

       ซูเจียวเจียวเห็นภาพนี้แล้วตกใจจนแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลง แต่เธอก็รู้ดีว่าร่างกายตัวเองอ่อนแอ ไม่มีทางช่วยอะไรได้เลย นอกจากยืนดูอยู่บนต้นไม้

       เซียวหยวนหมิงจับเขี้ยวหมูป่าได้ข้างหนึ่ง หมูป่าพยายามดิ้นรนและพุ่งชนเซียวหยวนหมิงอย่างสุดแรง เซียวหยวนหมิงเกือบจะล้มลง เขาจับเคียวในมือแน่น แล้วฟันเคียวลงไปที่คอของหมูป่าอย่างรุนแรง

       เสียงร้องอันน่าเวทนาของหมูป่าดังขึ้นในป่า

       แต่หมูป่ายังไม่ล้มลง มันสะบัดเซียวหยวนหมิงออก ดวงตาหมูทั้งสองข้างเป็นสีแดงก่ำจนน่ากลัว เกือบจะบ้าคลั่ง พุ่งชนเซียวหยวนหมิง

       เซียวหยวนหมิงหลบหลีกอย่างรวดเร็ว เห็นหมูป่าโซซัดโซเซสองสามครั้ง แสดงว่าบาดเจ็บจากการโจมตีเมื่อครู่

       “อาหมิง!”

       ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนหมิงบาดเจ็บ จึงไม่อาจทนดูได้อีกต่อไป เธอก็ไถลลงมาจากต้นไม้ทันที

       เสียงกรีดร้องของซูเจียวเจียวดึงความสนใจของหมูป่ามาที่เธอทันที

       หมูป่ามองซูเจียวเจียวที่เข้ามาอย่างดุดัน มันชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง ยืนนิ่งไม่ขยับ

       เซียวหยวนหมิงเห็นโอกาส จึงพุ่งเข้าไปข้างหน้าทันที มือข้างหนึ่งกอดคอหมูป่าไว้ อีกมือหนึ่งใช้เคียวแทงเข้าไปในคอของหมูป่าอย่างดุร้าย ด้วยแรงที่มากทำให้คอหมูป่าทะลุไปอีกด้านหนึ่ง

       หมูป่าดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ล้มลงบนพื้นแน่นิ่ง กระตุกสองสามครั้ง ก่อนที่จะสิ้นใจไปในที่สุด

       เซียวหยวนหมิงเช็ดเลือดหมูบนใบหน้าของเขา หายใจหอบพลางเดินเข้ามาหาซูเจียวเจียว เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง แล้วปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยน “เจียวเจียว ไม่เป็นไรแล้ว”

       ซูเจียวเจียวเพิ่งจะรู้ตัวว่าขาของเธออ่อนแรงไปหมด ร่างกายไร้เรี่ยวแรง หวาดกลัวจนเหงื่อเย็นท่วมตัว

       “อาหมิง! คุณบาดเจ็บหรือเปล่า?”

       ซูเจียวเจียวคลำเจอความอุ่นชื้นของเลือด เธอก้มหน้ามองก็เห็นแขนของเซียวหยวนหมิงถูกกรีดเป็นแผลลึก เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือเขี้ยวหมูป่า

       “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่แผลเล็กน้อย พักสองสามวันก็หายแล้ว” เซียวหยวนหมิงยิ้มบางๆ บนใบหน้า แต่ใบหน้าของเขาก็ซีดเซียวเช่นกัน

       เขาตกใจ

       ในใจก็หวาดกลัวเช่นกัน

       หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นห่วงเจียวเจียวที่หายไปนาน จึงขึ้นมาดูบนเขา เขาก็คงไม่รู้ว่าเจียวเจียวเจอหมูป่า

       ถ้าเขามาช้าไปนิดเดียว แล้วเจียวเจียวถูกหมูป่าทำร้าย เขาคงไม่มีวันอภัยให้ตัวเองไปตลอดชีวิต

       ใบหน้าอันอ่อนโยนของเซียวหยวนหมิงเต็มไปด้วยคราบเลือด ในสายตาของซูเจียวเจียวมีทั้งความสงสารและความหวาดกลัว ชายโง่เขลาคนนี้ ทั้งๆ ที่ตัวเองบาดเจ็บ ยังคงปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยน

       ทางด้านโจวเม่ยเห็นซูเจียวเจียวปลอดภัยแล้ว ก็ไถลลงมาจากต้นไม้ เธอลูบหน้าอกด้วยความหวาดกลัว จากนั้นก็มองเซียวหยวนหมิงด้วยความหวาดระแวง

       ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงคนเดียวจะสามารถฆ่าหมูป่าตัวใหญ่ที่โตเต็มวัยได้!

       โดยเฉพาะตอนนี้ที่ใบหน้าของเขาเปื้อนเลือด ดูน่ากลัวยิ่งกว่าหมูป่าเสียอีก

       ไม่รู้ว่าซูเจียวเจียวทนอยู่กับชายที่ดุดันและหยาบกระด้างคนนี้ได้อย่างไร

       แต่โจวเม่ยเห็นสีหน้าอ่อนโยนที่เซียวหยวนหมิงแสดงออกต่อซูเจียวเจียวเท่านั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะอิจฉา

       ชายที่หยาบกระด้างคนนี้แม้จะดุดัน แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นคนรักภรรยา

       ปกติแล้วก็เห็นได้จากตอนที่เซียวหยวนหมิงช่วยซูเจียวเจียวทำงาน และนำอาหารอร่อยๆ มาให้ซูเจียวเจียวทาน

       อีกทั้งเซียวหยวนหมิงก็ไม่ค่อยพูดจาอะไรเอาแต่ทำงาน เห็นได้ชัดว่าควบคุมได้ง่าย

       ไม่แปลกใจเลยที่ซูเจียวเจียวเลือกแต่งงานกับเซียวหยวนหมิง ชีวิตคงจะสุขสบายมาก หากวันใดซูเจียวเจียวกลับเมืองไปแต่งงานใหม่ ก็ยังคงมีชีวิตที่รุ่งโรจน์ได้เช่นกัน

       รู้อย่างนี้ว่าเซียวหยวนหมิงเป็นคนรักภรรยา เธอก็น่าจะลงมือเสียเอง

       ในขณะนั้น เพื่อนร่วมทางสองสามคนจากตีนเขาก็ตามขึ้นมาบนเขา และพบหมูป่าที่ล้มอยู่บนพื้น

       เซียวหยวนหมิงให้พวกเขาช่วยกันยกหมูป่าลงจากเขาไป

       พวกเขาเห็นเซียวหยวนหมิงบาดเจ็บ จึงให้เซียวหยวนหมิงรีบกลับไปทำแผล เพราะอากาศร้อนเช่นนี้ หากแผลติดเชื้อก็จะแย่

       ซูเจียวเจียวถึงกับไม่สนใจตะกร้าอีกแล้ว รีบช่วยประคองเซียวหยวนหมิงลงจากเขาไป

       เนื่องจากบาดแผลค่อนข้างลึก ซูเจียวเจียวจึงพาเซียวหยวนหมิงไปหาหมอที่หมู่บ้านก่อน เพื่อห้ามเลือดและทำแผลเบื้องต้น จากนั้นจึงนั่งรถแทรกเตอร์ที่หัวหน้ากองผลิตจัดหาให้ไปเย็บแผลที่สถานีอนามัย

       หลังจากเย็บแผลและรับยาแล้ว ทั้งคู่ก็นั่งรถแทรกเตอร์กลับมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดมิดลงแล้ว

       กลับถึงบ้าน ซูเจียวเจียวก็ให้เซียวหยวนหมิงนอนพัก

       เซียวหยวนหมิงยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ผมแค่บาดเจ็บที่มือ ไม่ได้ขยับไม่ได้เสียหน่อย ไม่จำเป็นต้องนอนพักหรอก”

       “ไม่ได้! แผลที่มือของคุณลึกมาก ต้องพักผ่อนให้ดี” ซูเจียวเจียวพูดด้วยท่าทีเด็ดขาด ราวกับลูกแมวที่ดุดัน ไม่มีการต่อรอง

       เซียวหยวนหมิงจำต้องเชื่อฟัง กลับไปนอนบนเตียงอย่างว่าง่าย

       ซูเจียวเจียวจุดตะเกียงน้ำมันก๊าด เซียวหยวนหมิงรู้สึกเบื่อหน่าย คนที่ทำงานมาทั้งชีวิต พอได้นอนลงก็รู้สึกไม่สบายตัว อยู่เฉยๆ ไม่ได้

       เขาจึงหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^