บทที่ 37 บาดเจ็บขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมอยู่เฉยๆ อีก
บทที่ 37 บาดเจ็บขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมอยู่เฉยๆ อีก
เมื่อเคี่ยวเป็นน้ำมันหมูแล้ว จะสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น อีกทั้งน้ำมันหมูยังช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยยิ่งขึ้นไปอีก
อีกหม้อหนึ่ง ซูเจียวเจียวต้มน้ำไว้ เมื่อเคี่ยวไขมันหมูเสร็จ น้ำก็เดือดได้ที่พอดี
ซูเจียวเจียวล้างครัวจนสะอาดเอี่ยม เตรียมตักน้ำให้เซียวหยวนหมิงอาบ
เซียวหยวนหมิงเดินกะโผลกกะเผลกมาที่ครัวเอง เมื่อไปถึงสถานีอนามัยในตัวอำเภอ ซูเจียวเจียวจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าต้นขาของเซียวหยวนหมิงบวมเป็นบริเวณกว้าง หมอวินิจฉัยว่าถูกเท้าหมูป่ากระแทกเข้าให้
ระหว่างทางไปตัวอำเภอ เซียวหยวนหมิงไม่ปริปากบ่นสักคำ ซูเจียวเจียวจึงคิดว่าเขาบาดเจ็บแค่ที่มือ ชายหนุ่มผู้ซื่อบื้อคนนี้ไม่ยอมพูดอะไรเพราะกลัวว่าเธอจะกังวล
เมื่อไปถึงตัวอำเภอแล้ว เขาเริ่มเจ็บจนเดินแทบไม่ไหว ซูเจียวเจียวจึงเพิ่งรู้ความจริง
เมื่อเห็นเซียวหยวนหมิงลุกจากเตียงแล้วมาที่ครัว ซูเจียวเจียวก็รีบเข้าไปประคองเขา “ลงจากเตียงมาทำไม นอนพักผ่อนบนเตียงดีกว่าค่ะ”
“คุณวุ่นอยู่คนเดียวนานขนาดนี้ก็เหนื่อยมากแล้วครับ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมจัดการเองดีกว่า” เซียวหยวนหมิงมองเธอด้วยสีหน้าละอายใจ เจียวเจียวก็วุ่นมาทั้งวันแล้ว ยังจะต้องให้เธอปรนนิบัติผมอีก เขาทำใจไม่ได้
นี่คือผู้หญิงที่เขาต้องการจะทะนุถนอมอย่างสุดหัวใจ
ซูเจียวเจียวประคองเขากลับไปที่ห้องอย่างแข็งขัน “ตอนนี้คุณบาดเจ็บ ควรจะนอนพักผ่อนให้ดีๆ นะคะ หมอบอกว่าคุณเสียเลือดมาก ขาเกือบจะกระดูกหัก ห้ามเคลื่อนไหวบ่อยๆ ค่ะ”
ซูเจียวเจียวเห็นสีหน้ากระสับกระส่ายของเขา ก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
เธอประคองใบหน้าเขาไว้ มองเขาด้วยสีหน้าจริงจัง และพูดทีละคำว่า “คุณพักรักษาตัวให้หายดีก่อนนะคะ เมื่อบาดแผลของคุณหายสนิทแล้ว ค่อยกลับมาทำงานหนักๆ นะคะ ไม่อย่างนั้นถ้าขาคุณพิการ หรือเกิดอะไรขึ้นมา ต่อไปใครจะดูแลฉันล่ะ”
เซียวหยวนหมิงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง พลันกลายเป็นภาพลักษณ์ที่น่ารักน่าเอ็นดู “เข้าใจแล้ว ผมจะฟังคำพูดของภรรยา ผมจะพักรักษาตัวให้หายดี ถึงตอนนั้นงานบ้านทั้งหมดให้ผมจัดการเอง”
ซูเจียวเจียวเม้มปากยิ้ม “ดีค่ะ”
ซูเจียวเจียวตักน้ำร้อนมาให้ เช็ดตัวให้เซียวหยวนหมิง และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา ส่วนเธอนั้นเหงื่อออกท่วมตัว
หลังจากนั้นซูเจียวเจียวก็อาบน้ำเสร็จ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เธอรู้สึกเหนื่อยแทบจะล้มพับไปเลย การทำงานบ้านนี่ช่างเหน็ดเหนื่อยจริงๆ
เมื่อก่อนมีอาหมิงช่วย งานหนักส่วนใหญ่ก็ยกให้เขาทำ แต่จู่ๆ ต้องมาวุ่นวายอยู่คนเดียวทั้งในและนอกบ้าน ก็เหนื่อยเอาการอยู่
ตอนนี้ซูเจียวเจียวจึงนึกถึงชาติที่แล้วขึ้นมาได้ อาหมิงก็เคยวุ่นวายอยู่คนเดียวเช่นนี้ ไม่แม้แต่จะมีคนสนิทให้พูดคุยด้วย หรือมีใครมาเอาใจใส่เขาเลย แต่เขากลับดูแลเธออย่างเงียบๆ มาสองสามปี โดยไม่ปริปากบ่น ไม่หวังสิ่งตอบแทน
เดิมทีเธอคิดว่าเ ขาคงสิ้นหวังในตัวเธอมากถึงขนาดที่ยอมตายไป แต่หลังจากที่เขาร่ำรวยขึ้น เขาก็ยังกลับมาหาเธอ ถามเธอว่ายินดีจะให้โอกาสเราได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งหรือไม่
แท้จริงแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขายังคงเป็นโสด ไม่ได้แต่งงานกับใคร เขายังคงตัดใจจากเธอไม่ได้ เขายังคงรอให้เธอกลับไป...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซูเจียวเจียวก็ซบไหล่เซียวหยวนหมิง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้
ความชื้นและร้อนผ่าวบนแขนที่โอบกอดเธอ ทำให้เซียวหยวนหมิงร่างแข็งทื่อ เขารีบหันข้างมามองเธอ “เจียวเจียว เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
หญิงสาวในอ้อมแขนดวงตาสีแดงก่ำ ใบหน้าขาวซีดประหนึ่งดอกสาลี่แรกแย้มที่ต้องน้ำฝน ดูน่าสงสารนัก
ทำให้เซียวหยวนหมิงเจ็บปวดในใจ
เขาอยากจะกอดเธอให้แน่นที่สุด ราวกับจะหลอมรวมให้เธอเป็นหนึ่งเดียวกับเขา
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ” ซูเจียวเจียวเช็ดน้ำตาอย่างเบามือ เสียงที่เปล่งออกมาจึงอู้อี้คล้ายคนร้องไห้ น้ำเสียงนุ่มละมุนละไมนั้น กรีดแทงหัวใจเซียวหยวนหมิงจนแทบขาดรอนๆ
“ฉันก็แค่... แค่คิดว่าคุณช่วยฉันอย่างอันตรายเมื่อตอนกลางวัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ฉันจะอยู่คนเดียวได้ยังไงคะ...”
เธอไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว
หลังจากที่เธอเสียเขาไปในชาติที่แล้ว เธอจึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองเจ็บปวดจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่
ไม่คิดเลยว่าจะได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เธอจะทะนุถนอมเขาไว้ในใจ หากอาหมิงประสบอุบัติเหตุใดๆ เธอก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่คนเดียวอีกต่อไป
เซียวหยวนหมิงรู้สึกซาบซึ้งใจในทันที เดิมทีเจียวเจียวให้ความสำคัญกับเขามากถึงเพียงนี้! ไม่ใช่แค่เพียงชั่วคราวเพื่อให้ตนเองปลอดภัยเท่านั้น จึงยอมแต่งงานกับเขา!
เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่หางตาของเธออย่างแผ่วเบา และจุมพิตที่ใบหน้าของเธออย่างระมัดระวัง เพื่อเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า “เจียวเจียวคนโง่ ผมไม่เป็นไรหรอกครับ เมื่อก่อนผมเคยสู้กับหมาป่ามาแล้วด้วยซ้ำ”
แน่นอนว่าเขาจะไม่พูดถึงว่าครั้งนั้นที่ล่าหมาป่า เขาเกือบตาย
แต่เรื่องนั้นมันเมื่อสองปีก่อนแล้ว ตอนนั้นเจียวเจียวยังไม่ได้มาชนบท เจียวเจียวมาเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 1974 จนถึงตอนนี้ก็ครบหนึ่งปีเต็มแล้ว
ถ้าเจียวเจียวรู้เข้า ไม่รู้ว่าจะร้องไห้ขนาดไหน
“ต่อไปห้ามทำเรื่องอันตรายแบบนี้อีกนะคะ ได้ยินไหม” ซูเจียวเจียวต่อว่าพลางทุบเบาๆ ที่หน้าอกของเขา แต่ก็ไม่กล้าออกแรงมากนัก
เซียวหยวนหมิงยิ้มกว้าง ใบหน้าเผยรอยยิ้มแห่งความสุข “เมื่อก่อนยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีภรรยา มีแค่ผมคนเดียว จะเป็นอะไรก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วครับ ผมแต่งงานแล้ว มีคุณอยู่เคียงข้าง ผมก็ย่อมต้องหวงแหนชีวิตของตัวเอง ผมสัญญาว่าต่อไปนี้ผมจะไม่เสี่ยงอันตรายอีกแล้วครับ”
ซูเจียวเจียวจึงกลับไปนอนซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง สัมผัสถึงความอบอุ่นจากอกของเขา รู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ซูเจียวเจียวค่อยๆ รู้สึกถึงมือใหญ่ของเซียวหยวนหมิงที่โอบเอวเธอ มือคู่นั้นเริ่มซุกซนขึ้นเรื่อยๆ
ซูเจียวเจียวลืมตาขึ้น ใบหน้าแดงก่ำแล้วห้ามเขา “คิดอะไรอยู่คะ บาดเจ็บขนาดนี้แล้ว ยังไม่ยอมอยู่เฉยๆ อีก”
เซียวหยวนหมิงยิ้มเบาๆ และจุมพิตที่ริมฝีปากของเธอ “แต่เมื่อก่อนคุณเคยบอกว่าสองวันครั้ง วันนี้เป็นวันที่สองพอดีนี่ครับ”
ก่อนได้รับบาดเจ็บ ชายผู้นี้เอาแต่ฝันถึงราตรีสำราญ บางครั้งเธอก็ปล่อยตามใจเขา บางครั้งก็ต้องปราม หากไม่ทำเช่นนั้น ชายโง่เขลาผู้ลิ้มรสสวาทแล้ว คงไม่หยุดหย่อนที่จะรังแกเธอแน่
อีกทั้งบ่อยเกินไปก็ไม่ดีต่อทั้งสองฝ่าย
ดังนั้นเธอจึงจำกัดไว้ที่สามวันครั้งตั้งแต่แรก
แต่เซียวหยวนหมิงจะยอมได้ที่ไหนกัน ตอนนี้เป็นช่วงวัยหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน มีเรี่ยวแรงเหลือล้นจนใช้เท่าไรก็ไม่หมด
สุดท้ายทั้งสองคนจึงต่อรองกันและเปลี่ยนเป็นสองวันครั้ง
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากอย่างพูดไม่ออก “วันนี้ไม่ได้ค่ะ วันนี้คุณต้องนอนอยู่เฉยๆ”
แต่สุดท้ายซูเจียวเจียวก็ทานทนลูกอ้อนของเซียวหยวนหมิงไม่ไหว ทั้งการคลอเคลียข้างหูและตามรังควานอย่างไม่ลดละ หลังจากที่เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำให้แผลฉีก ซูเจียวเจียวจึงยอมตกลง
ต้องบอกว่าร่างกายของเขาแข็งแรงจริงๆ ทั้งที่บาดเจ็บ เขาก็ยังคงหยอกล้อเธอได้ตั้งนาน
หลังจากเสร็จสิ้น ซูเจียวเจียวก็เช็ดตัวให้ตัวเอง และเช็ดตัวให้เขาด้วย จากนั้นจึงสวมเสื้อผ้าและนอนหลับสนิท
เซียวหยวนหมิงกอดซูเจียวเจียวไว้ตลอดเวลา สัมผัสถึงความนุ่มนวลบอบบางในอ้อมแขน ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มแห่งความอิ่มเอมใจราวกับได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะ
...
ชาวบ้านทุกคนต่างดีใจที่ได้เนื้อหมูป่า
เนื้อหมูป่ากว่าสามร้อยกว่าชั่งก็ไม่น้อย แต่จำนวนชาวบ้านก็ไม่น้อยเช่นกัน ในกองผลิตมีทั้งหมดสี่ห้าสิบครัวเรือน ครัวเรือนที่มีสมาชิกมากก็จะได้รับส่วนแบ่งมากหน่อย ส่วนครัวเรือนที่มีสมาชิกน้อยก็จะได้รับส่วนแบ่งน้อยลงไป
เมื่อหักส่วนแบ่งที่แยกให้เซียวหยวนหมิงครึ่งขาหมูใหญ่ น้ำมันหมูห้าชั่ง และเครื่องในหมูออกไปแล้ว ก็เหลือไม่มากนัก
ท้ายที่สุดแต่ละครัวเรือนก็ได้รับเนื้อหมูป่าเพียงสามสี่ชั่งเท่านั้น
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^