LNCrawler

บทที่ 41 จู่ๆ ก็ฉลาดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 41 จู่ๆ ก็ฉลาดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

        จ้าวอวี้เฟินเผยรอยยิ้มบนใบหน้า “ได้ยินคนในกองผลิตเขาเล่าว่า นี่คือตะกร้าที่เธอทำตกไว้บนเขาเมื่อวาน ตอนนั้นเธอรีบวิ่งไปหน่อยเลยลืมเอาลงมาด้วย คนในหมู่บ้านเลยฝากฉันเอามาส่งให้น่ะ”

       ซูเจียวเจียวเห็นดังนั้น ดวงตาก็พลันสว่างขึ้น นี่มันหญ้าเฉาก๊วยของเธอนี่!

       ยังอยู่ครบเลย!

       เมื่อวานเพื่อเอาชีวิตรอด เธอโยนตะกร้าทิ้งแล้วปีนขึ้นต้นไม้เลย แล้วหลังจากนั้นอาหมิงก็ได้รับบาดเจ็บ เธอก็ลืมเรื่องตะกร้าไปเสียสนิท ไม่คิดเลยว่าหญ้าเฉาก๊วยจะยังอยู่! ตะกร้าก็ไม่เสียหาย! โชคดีจริงๆ เลย!

       ซูเจียวเจียวรับตะกร้าที่จ้าวอวี้เฟินยื่นให้พลางเชิญเธอเข้ามาในบ้าน แล้วรินชาที่ต้มด้วยพุทราจีนและน้ำตาลทรายแดงให้อีกฝ่ายหนึ่งถ้วย ซึ่งชาถ้วยนี้ต้มไว้ให้เซียวหยวนหมิงบำรุงเลือดพอดี และยังมีเหลืออยู่เยอะ

       จ้าวอวี้เฟินมองชาพุทราจีนในมือ รู้สึกประหลาดใจและรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องให้ฉันดื่มของล้ำค่าแบบนี้หรอกค่ะ เก็บไว้ให้สหายเซียวดื่มเถอะ! ได้ยินว่าเมื่อวานเขาเสียเลือดไปเยอะ ควรจะบำรุงเลือดให้ดีๆ นะ”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเบาๆ พลางกล่าวว่า "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันต้มไว้เยอะแยะเลย อีกทั้งเขาก็เพิ่งดื่มไปเมื่อครู่ ผู้หญิงอย่างเราๆ นั้นอ่อนแอเป็นทุนเดิม ดื่มเพียงสักนิดจะช่วยขับไล่ความหนาวเย็นได้บ้างนะคะ"

       จ้าวอวี้เฟินซาบซึ้งในน้ำใจอย่างสุดซึ้ง ในยุคสมัยนั้น พุทราแดงและน้ำตาลทรายแดงล้วนเป็นของล้ำค่า โดยเฉพาะน้ำตาลทรายแดงนั้นหายากเป็นพิเศษ การหาบัตรแลกน้ำตาลทรายแดงนั้นยากเย็นแสนเข็ญ โดยทั่วไปแล้ว จะมีเพียงสตรีในครอบครัวที่กำลังจะคลอดบุตรเท่านั้น ที่จะได้รับส่วนแบ่งตั๋วน้ำตาลทรายแดงจากส่วนกลาง และปริมาณที่ได้ก็ไม่มากนัก เพียงแค่หนึ่งชั่งเท่านั้น

       ไม่คิดเลยว่าซูเจียวเจียวจะยอมสละให้เธอดื่มตั้งหนึ่งถ้วย!

       เธอรู้ว่านี่คือชาที่ซูเจียวเจียวตั้งใจต้มให้เซียวหยวนหมิงบำรุงเลือดโดยเฉพาะ

       สุดท้ายจ้าวอวี้เฟินก็ไม่อาจปฏิเสธความปรารถนาดีของซูเจียวเจียวได้ เธอจับถ้วยด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น แล้วค่อยๆ จิบทีละน้อย รสชาติหวาน แต่ไม่เลี่ยน แถมยังใส่พุทราจีนเข้าไปด้วย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของพุทราจีน รสชาติดีสุดๆ

       เธอไม่กล้าดื่มหมดในรวดเดียว เลยค่อยๆ จิบทีละนิดอย่างละเมียดละไม

       จ้าวอวี้เฟินอดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัย “พวกเธอสองคนอ่านหนังสือทำไมหรือ? พวกเราอยู่ชนบททุกวัน ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับไปในเมือง การอ่านหนังสือจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?”

       เมื่อได้ยินคำว่า ‘กลับไปในเมือง’ ซูเจียวเจียวรู้สึกได้ชัดเจนว่าเปลือกตาของเซียวหยวนหมิงกระตุกเล็กน้อย แม้แต่มือที่จับหนังสือก็ออกแรงมากขึ้น

       นิ้วเรียวสวยที่ข้อกระดูกเด่นชัดนั้น เผลอออกแรงบีบแน่น

       แต่เขาก็ควบคุมตัวเองได้ดีมาก เกรงว่าซูเจียวเจียวจะจับสังเกตได้ หัวใจของเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเต้นระรัวด้วยความกังวล

       ชีวิตที่มีความสุขตลอดหลายวันที่ผ่านมาแทบจะทำให้เขาลืมไปแล้วว่า เจียวเจียวมีโอกาสที่จะกลับไปในเมืองในอนาคต…

       ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ เขาควรทำอย่างไรดี?

       จะปล่อยเธอไป หรือจะรั้งเธอไว้ไม่ให้ไป?

       ก่อนหน้านี้เขายังเคยคิดอย่างใสซื่อว่า ถ้าเจียวเจียวอยากจะไป เขาก็จะปล่อยเธอไป จะไม่รั้งเธอไว้เด็ดขาด…

       ทว่าในเวลานี้ เขาไม่อาจทิ้งเธอไปได้เสียแล้ว

       พอคิดว่าเจียวเจียวจะต้องจากไป เขาก็รู้สึกปวดใจเหมือนโดนมีดกรีด แทบทนไม่ไหว

       แต่เจียวเจียวเป็นคนในตัวเมืองมณฑล ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ต้องหาวิธีกลับไป ที่นี่กันดารปานนี้ เจียวเจียวอยู่กับเขาคงมีแต่ความทุกข์ ตอนนี้เขายังไม่สามารถมอบชีวิตที่สวยงามและเป็นสุขให้เธอได้...

       คิดถึงตรงนี้ เซียวหยวนหมิงก็รู้สึกปวดใจสุดขีด

       แต่ถ้าเจียวเจียวอยากจะไปจริงๆ เขาก็จะไม่รั้งเธอไว้

       ความรัก ไม่ใช่การครอบครองเสมอไป แต่คือการเติมเต็มความปรารถนาของอีกฝ่าย

       ตราบใดที่เธอมีความสุข เขาก็พอใจแล้ว

       ซูเจียวเจียวเห็นชายหนุ่มคิดไปไกล และคิดไปเรื่อยเปื่อย ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ แล้วเดินเข้าไปจับมือเขา “พ่อแม่ฉันยังไม่เคยเจอคุณเลยค่ะ ถ้าวันไหนเราได้กลับไปในเมือง ฉันจะพาคุณไปเจอครอบครัวของฉันนะ”

       เซียวหยวนหมิงเงยหน้ามองเธอด้วยความตกตะลึง สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ราวกับไม่คิดว่าเธอจะเต็มใจพาเขากลับไปเยี่ยมญาติในตัวเมืองมณฑล…

       “คุณแอบแต่งงานกับผมที่นี่ พ่อแม่คุณต้องโกรธแน่ๆ” ที่สำคัญ ครอบครัวของเขายังมีประวัติด่างพร้อย

       ซูเจียวเจียวเม้มปาก “หากพวกเขาโกรธก็ให้พวกเขาโกรธไปสิคะ คุณคือผู้ชายที่ฉันเลือกแล้ว ชีวิตนี้ฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจหรอกค่ะ หลังจากนี้พวกเราคือสามีภรรยากัน จะร่วมแรงร่วมใจกันไป ไม่ว่าฉันจะไปไหน คุณก็ไปที่นั่นด้วยกันนะคะ ดีไหม?”

       ดวงตาของเซียวหยวนหมิงแดงเรื่อ หัวใจอ่อนนุ่มจนแทบละลาย เขากุมมือเธอตอบ “ดีครับ!”

       เจียวเจียววางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะพาเขาไปในตัวเมืองมณฑล เธอเลยให้เขาอ่านหนังสือใช่ไหม?

       ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้น จะได้ไม่ทำให้เจียวเจียวต้องอับอาย!

       “เจียวเจียว ผมจะพยายามให้มากขึ้นเป็นสองเท่าเลยครับ!”

       “ดีค่ะ ฉันเชื่อคุณนะ”

       ทั้งสองสบตากันและกัน แล้วยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ บรรยากาศอบอุ่นและกลมกลืน จนจ้าวอวี้เฟินมองแล้วอิจฉา อยากจะหาคู่ให้ได้บ้างทันที

       ใครเลยจะคาดคิด มาส่งของแท้ๆ กลับต้องมาทนดูคนเขารักกัน?

       ซูเจียวเจียวเพิ่งจะมีเวลาตอบคำพูดของจ้าวอวี้เฟินเมื่อครู่ “แม้ว่าตอนนี้พวกเราจะอยู่ในชนบท แต่ครูของเราเคยสอนไว้ว่า เรียนรู้ไปจนแก่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเมื่อไร ก็ห้ามลืมที่จะเรียนรู้! มีแต่การเติมเต็มความรู้ให้ตัวเองอยู่เสมอ จิตวิญญาณและชีวิตของเราถึงจะยกระดับขึ้นได้ค่ะ!”

       สุดท้ายเธอก็ถอนหายใจ และกล่าวประโยคหนึ่งว่า “ชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องหดหู่ในปัจจุบัน แต่ยังมีบทกวีและดินแดนอันไกลโพ้นรออยู่ค่ะ”

       จ้าวอวี้เฟินได้ยินดังนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เธอกล่าวทวนคำนั้นเบาๆ “ชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องหดหู่ในปัจจุบัน แต่ยังมีบทกวีและดินแดนอันไกลโพ้นรออยู่…”

       ยิ่งกล่าวทวน หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นระรัว เธอรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น แล้วกล่าวเสียงดังอย่างจริงจังว่า “ยุวชนซู เธอพูดถูกแล้วจริงๆ! พวกเราควรจะเรียนรู้ไปจนแก่ ยังมีบทกวีและเส้นทางอีกยาวไกลรอพวกเราอยู่! ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้ต่อชีวิตในปัจจุบันเด็ดขาด!”

       พูดจบเธอก็ยกถ้วยชาพุทราจีนในมือขึ้นดื่มรวดเดียวหมด แล้วเดินออกไปอย่างร่าเริง “ฉันจะกลับไปอ่านหนังสือเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะแล้วส่ายหน้า เธอแค่ให้คำแนะนำจ้าวอวี้เฟินไปด้วยท่าทางสบายๆ ส่วนเรื่องที่ว่าจะเข้าใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง

       แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือจ้าวอวี้เฟินกลับตื่นรู้ได้เร็วขนาดนี้ นับว่าเป็นเรื่องที่หายากจริงๆ

       ในชาติที่แล้ว จ้าวอวี้เฟินไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะไม่ได้ทบทวนเนื้อหาในหนังสือนานเกินไป พอจู่ๆ ก็มีข่าวการสอบเข้ามหาวิทยาลัยออกมา แถมยังเหลือเวลาแค่หนึ่งเดือน ก็เลยเตรียมตัวไม่ทัน

       ในบั้นปลาย เธอหวนคืนสู่เมืองด้วยสภาพตกต่ำ ได้ข่าวว่าความเป็นอยู่ของเธอนั้นแสนอัตคัดขัดสน

       หวังว่าชาตินี้เธอจะมีตอนจบที่ดีนะ

       การให้คำเตือนที่ดีแก่สหายรอบข้าง เธอก็เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง

       ซูเจียวเจียวหันกลับมาก็พบว่า เซียวหยวนหมิงกำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาร้อนแรง เธอรู้สึกหน้าแดงทันทีที่ถูกเขามองแบบนั้น เธอหัวเราะคิกคักแล้วขยับเข้าไปใกล้ “คุณจ้องฉันทำไมคะ? หรือว่าฉันสวยกว่าหนังสืออีกเหรอ?”

       เซียวหยวนหมิงวางหนังสือลง แล้วรวบตัวหญิงสาวที่ขยับเข้ามาใกล้ไว้ในอ้อมแขน อุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนตักด้วยมือเดียว แล้วก้มหน้าลงจูบเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจากซอกคอเธอ หอบหายใจเล็กน้อย แล้วกระซิบข้างหูเธอเสียงแหบพร่าว่า “อืม คุณสวยกว่าหนังสือจริงๆ”

       ซูเจียวเจียวไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะยิ่งกล้าหาญมากขึ้นเรื่อยๆ เวลากลางวันแสกๆ ในลานบ้าน ก็ยังกล้าจูบเธอแบบนี้ ไม่กลัวว่าคนเดินผ่านไปมาจะเห็นเลยหรือไง

       เธอรีบชะโงกหน้าออกไปมองนอกลานบ้าน

       เซียวหยวนหมิงเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ “ตอนนี้ทุกคนไปทำงานแล้ว ข้างนอกไม่มีคนหรอก”

       ซูเจียวเจียว "…"

       นับวันผู้ชายคนนี้ก็ยิ่งร้ายกาจขึ้นทุกที!

       ราวกับไม้ท่อนที่จู่ๆ ก็ฉลาดขึ้นมาเสียอย่างนั้น!


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^