บทที่ 42 การตอบแทนน้ำใจ [1]
บทที่ 42 การตอบแทนน้ำใจ [1]
ซูเจียวเจียวเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบข้าง จึงประคองใบหน้าของเขาขึ้นมา แล้วประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากของเขา
“คุณไปเรียนรู้วิธีการยั่วยวนเหล่านี้มาจากไหนกันคะ?”
นิ้วเรียวเล็กขาวเนียนของเธอแตะลงบนหน้าอกของเขา
เซียวหยวนหมิงกุมมือของเธอขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปาก พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก “เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องมีใครสอนหรอกครับ มันเป็นสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจ เป็นสิ่งที่ผมปรารถนา เป็นความรู้สึกที่หลั่งไหลออกมาจากใจจริงโดยธรรมชาติ”
ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ “ดีจริงๆ เลย พูดจาหวานหูได้มากขนาดนี้ เห็นทีว่าช่วงนี้คุณคงอ่านหนังสือได้ไม่เสียเปล่าแล้ว”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพลอดรักกันอยู่นั้น เสียงของป้าหวังก็ดังมาจากนอกรั้ว “เซียวหยวนหมิง ยุวชนซู พวกเธออยู่บ้าน…”
คำว่า ‘ไหม’ ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ป้าหวังก็อายจนต้องหันหน้าหนี
หนุ่มสาวสมัยนี้ เปิดเผยกันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
กลางวันแสกๆ ยังมาพลอดรักกันในสวนอีก
ซูเจียวเจียวอายจนรีบลุกขึ้นจากตักของเซียวหยวนหมิง ใบหน้าของเซียวหยวนหมิงเองก็ปรากฏร่องรอยของความเขินอายเช่นกัน
“ป้าหวัง มาได้อย่างไรคะ?”
ซูเจียวเจียวเชิญป้าหวังเข้ามาในบ้าน
ป้าหวังถือตะกร้าเล็กๆ มาด้วย ใบหน้าของเธอแย้มยิ้มสดใสราวกับดอกไม้ “นี่ไม่ใช่ว่าอาหมิงบาดเจ็บหรือ? ฉันเอาไข่มาให้ เขาจะได้ทานบำรุงร่างกาย ไข่พวกนี้มาจากไก่ที่ฉันเลี้ยงเองเลยนะ เธอเอาไปให้เขาบำรุงร่างกายได้เลย”
สองสามีภรรยาคู่นี้ช่างรักกันดีเหลือเกิน
หากพี่ใหญ่เซียวและพี่สะใภ้ใหญ่เซียวรับรู้ได้จากปรโลก พวกท่านจะต้องปลื้มใจมากแน่ๆ!
ซูเจียวเจียวรับตะกร้ามาดู พบว่ามีไข่ถึงสิบสองฟอง!
ไม่คิดเลยว่าป้าหวังจะใจกว้างถึงเพียงนี้ ให้ไข่มาตั้งเยอะ!
ในยุคนี้ไข่ก็มีค่ามาก บางครั้งถึงขนาดหาซื้อไม่ได้ที่สหกรณ์ เป็นสินค้าหายาก
ซูเจียวเจียวตอนแรกไม่ยอมรับ แต่ก็ทนความกระตือรือร้นของป้าหวังไม่ได้ “เจียวเจียว ถ้าเธอไม่รับไข่พวกนี้ละก็ แสดงว่าเธอกำลังดูถูกของที่ฉันให้น่ะสิ?”
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่เลย ไข่พวกนี้มีค่ามากจริงๆ คุณป้าเก็บไว้ให้เด็กๆ ที่บ้านบำรุงร่างกายดีกว่าค่ะ” ซูเจียวเจียวรีบกล่าว
ป้าหวังหัวเราะ “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเหลือเก็บไว้ที่บ้านอีกหลายฟองเลย ฉันเลี้ยงไก่ไว้สองตัว ผลัดกันออกไข่ อีกไม่กี่วันก็มีไข่เยอะแยะแล้ว”
ซูเจียวเจียวไม่กล้าที่จะปฏิเสธอีก เธอจึงนำไข่ไปเก็บในครัว แล้วนำตะกร้าเปล่าออกมาคืนให้ป้าหวัง
ป้าหวังพูดคุยกับซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงอยู่พักหนึ่งก็จากไป
พอตกเย็น ลู่เหว่ยหมินและเพื่อนคนอื่นๆ ก็ทยอยมาเยี่ยมเซียวหยวนหมิง บางคนนำพุทราแห้งมาหนึ่งถุง บางคนนำบะหมี่เส้นหนึ่งห่อ บางคนนำไข่มาหกฟอง
ไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน ก็ล้วนเป็นน้ำใจของทุกคน
ในยุคนี้ทุกบ้านก็ล้วนลำบาก การที่พวกเขาจะนำของเหล่านี้ออกมาให้ ก็ล้วนแต่มาจากเสบียงส่วนตัวที่แบ่งไว้
ซูเจียวเจียวคิดว่าวันหลังคงต้องทำอาหารอร่อยๆ สักมื้อเพื่อตอบแทนน้ำใจของพวกเขา เธอจะไม่ยอมรับของของคนอื่นมาเฉยๆ แน่นอน
แต่จะให้อะไรตอบแทนดีเล่า?
ซูเจียวเจียวเหลือบมองไปที่ตะกร้าในสวน ซึ่งเป็นตะกร้าที่เธอเก็บหญ้าเฉาก๊วยมาเมื่อวาน
วันนี้ทำเฉาก๊วยดีกว่า
เมื่อวานเธอเก็บมาหนึ่งตะกร้าใหญ่ น่าจะทำเฉาก๊วยได้เยอะอยู่
ซูเจียวเจียวล้างหญ้าเฉาก๊วยอย่างพิถีพิถัน จากนั้นก็ไปต้มน้ำร้อนในครัว แล้วใส่หญ้าเฉาก๊วยลงไปในหม้อน้ำเดือด ต้มให้เดือดพล่าน
พอน้ำเดือดแล้วก็อบต่อไปอีกสิบนาที จากนั้นก็ตักหญ้าเฉาก๊วยขึ้นมาผึ่งให้เย็น
เซียวหยวนหมิงเห็นซูเจียวเจียวเดินเข้าเดินออก ก็อดสงสัยไม่ได้ “เจียวเจียว คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
ซูเจียวเจียวแย้มยิ้มอย่างลึกลับ “ของอร่อยค่ะ เดี๋ยวคุณก็จะรู้เอง คุณอ่านหนังสือไปเถอะนะ”
เพราะการทำเฉาก๊วยถือเป็นงานที่ค่อนข้างง่าย ซูเจียวเจียวจึงไม่ได้รบกวนเซียวหยวนหมิง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฉาก๊วยก็เสร็จเรียบร้อย
เมื่อเฉาก๊วยเย็นสนิทแล้ว ซูเจียวเจียวก็ตักใส่ชามส่งให้เซียวหยวนหมิง มองเขาด้วยรอยยิ้ม “ลองชิมดูสิคะ”
เฉาก๊วยในชามใสราวกับคริสตัล โรยหน้าด้วยถั่วลิสงบดและเกล็ดพุทราแห้งเล็กน้อย พร้อมกับน้ำตาลทรายแดงหนึ่งช้อน
เซียวหยวนหมิงรับมาลองชิมด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกโพลง เฉาก๊วยนี้มีรสชาติหวานละมุนละไม อร่อยจริงๆ!
ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนหมิงกินอย่างมีความสุข ก็พลอยยิ้มตามไปด้วย
อันที่จริงเฉาก๊วยที่เธอทำก็เรียบง่ายมาก เมื่อเทียบกับเฉาก๊วยหลากหลายรสชาติในยุคหลัง ที่มีรสชาติดีกว่านี้มาก
แต่ในยุคที่ขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหารเช่นนี้ การได้กินเฉาก๊วยสักชามก็ถือเป็นเรื่องที่หายากมากแล้ว
เซียวหยวนหมิงตักเฉาก๊วยคำใหญ่ป้อนให้ซูเจียวเจียว ซึ่งจริงๆ แล้วชามนี้ซูเจียวเจียวตักให้เซียวหยวนหมิง แต่สุดท้ายส่วนใหญ่ก็ตกไปอยู่ในท้องของเธอเอง
ซูเจียวเจียวเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว ทุกคนคงเลิกงานกลับมาทานข้าว จึงตักเฉาก๊วยชามใหญ่ไปให้ป้าหวังที่บ้านข้างๆ
หลานชายวัยห้าขวบและหลานสาววัยสามขวบของป้าหวังเห็นของกินก็ตาโต
ป้าหวังยิ้ม “เมื่อเช้าฉันแค่เอาไข่มาให้ไม่กี่ฟอง ทำไมเธอถึงต้องเอาของมาตอบแทนด้วยล่ะ?”
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “นี่เป็นหญ้าเฉาก๊วยที่ฉันขึ้นไปเก็บบนเขาเองค่ะ ไม่ต้องเสียเงินเลย แค่ใช้เวลาทำนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
แต่ป้าหวังเห็นถั่วลิสงบด น้ำตาลทราย และเกล็ดพุทราแห้งบนเฉาก๊วย ก็รู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ฟรีแน่นอน!
ถั่วลิสงกับน้ำตาลทรายก็แพงมากเช่นกัน
ป้าหวังมองซูเจียวเจียวด้วยสายตาที่อบอุ่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เธอจับมือซูเจียวเจียวพลางถอนหายใจ “ยุวชนซู อาหมิงเป็นคนดี เขาซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง เธออยู่กับเขาในอนาคตจะไม่ลำบากแน่นอน”
ก่อนหน้านี้เธอไม่ค่อยชอบซูเจียวเจียวเท่าไร เพราะยุวชนสาวที่ดูบอบบางเช่นนี้ ทำอะไรไม่เป็น แถมยังชอบโปรยเสน่ห์ไปทั่ว ไม่คิดเลยว่าพอแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงแล้ว เธอกลับตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว
อาหมิงเลือกแต่งงานไม่ผิดคนเลยจริงๆ!
ซูเจียวเจียวยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณป้าหวังที่เตือนค่ะ ฉันรู้ค่ะ ฉันจะใช้ชีวิตกับอาหมิงให้ดีที่สุด”
ในชาติที่แล้วป้าหวังก็เคยเตือนเธอ แต่ตอนนั้นเธอไม่พอใจใครเลย จึงทั้งด่าทั้งไล่ป้าหวังไป
ภายหลังก็พิสูจน์แล้วว่าสายตาของป้าหวังไม่ผิด
ในชาติที่แล้ว หลังจากเซียวหยวนหมิงประสบความสำเร็จ หลี่ต้าเฉวียนก็เติบโตไปด้วย และลู่เหว่ยหมินกับเพื่อนคนอื่นๆ ก็ได้ตามเซียวหยวนหมิงไปด้วย ทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จอย่างมาก
หลังจากไปส่งที่บ้านป้าหวังแล้ว ซูเจียวเจียวก็ส่งเฉาก๊วยอีกสองสามชามไปให้ลู่เหว่ยหมินกับเพื่อนๆ
สุดท้ายซูเจียวเจียวก็ตักเฉาก๊วยอีกสองชามไปที่บ้านพักยุวชน
ชามหนึ่งสำหรับจ้าวอวี้เฟิน อีกชามหนึ่งสำหรับฮั่วเจี้ยนจง
ครั้งก่อนที่ไปตัวอำเภอ ฮั่วเจี้ยนจงก็ช่วยถือของ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องขอบคุณเขาสักหน่อย
ซูเจียวเจียวตักเฉาก๊วยเสร็จแล้ว ก็ถือตะกร้าที่ใส่เฉาก๊วยสองชามไว้ในนั้น แล้วเดินอย่างมั่นคงไปยังบ้านพักยุวชน
“เจียวเจียว เธอมาได้อย่างไรน่ะ?” จ้าวอวี้เฟินเปลี่ยนคำเรียกซูเจียวเจียวแล้ว
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “พอดีฉันว่างๆ ก็เลยทำขนมหวานเองนิดหน่อย เลยเอามาให้เธอชิมดูนะสิ”
พูดไปพลาง ก็หยิบเฉาก๊วยหนึ่งชามส่งให้จ้าวอวี้เฟิน
จ้าวอวี้เฟินเพิ่งเคยเห็นขนมหวานแบบนี้เป็นครั้งแรก ใบหน้าของเธอจึงปรากฏร่องรอยของความสงสัย “นี่มันคืออะไรหรือ?”
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^