บทที่ 47 ตัวร้ายฟ้องก่อน [3]
บทที่ 47 ตัวร้ายฟ้องก่อน [3]
เซียวหยวนหมิงไม่ได้สนใจหลิวเกาที่ตกน้ำไปแล้ว เขาวางของในมือลงทันที กระโดดลงไปในแม่น้ำอย่างไม่ลังเล ว่ายดำดิ่งลงไปใต้น้ำ และคว้าตัวเด็กน้อยที่อยู่ในน้ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะรีบกระโดดขึ้นฝั่งอย่างรวดเร็ว
ซูเจียวเจียวรีบวิ่งเข้าไปใกล้ แต่ก็เห็นว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนหลับตาแน่น ใบหน้าซีดเผือด ตัวเกร็งไปหมด ดูแล้วน่าจะสำลักน้ำไปไม่น้อย
“เร็วเข้า! วางเด็กลง” ระหว่างพูด ซูเจียวเจียวก็รีบตรวจช่องปากของเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว ไม่พบสิ่งแปลกปลอมใดๆ
หลังจากเซียวหยวนหมิงวางเด็กน้อยลงบนพื้น ซูเจียวเจียวก็รีบทำการกู้ชีพด้วยการกดหน้าอกทันที
โชคดีที่เด็กน้อยสำลักน้ำไม่นาน ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีก็พ่นน้ำสกปรกออกมาหลายคำ ซูเจียวเจียวก็ทำการผายปอดด้วยการเป่าปากอีกครั้ง
ไม่นานนัก เด็กน้อยก็ลืมตาขึ้น ดวงตาที่รื้นน้ำมองซูเจียวเจียวอย่างสับสน “คุณคือพี่สาวนางฟ้าใช่ไหมคะ?”
พี่สาวคนนี้สวยจังเลย!
เสียงเล็กๆ ใสๆ ของเด็กน้อยทำให้ซูเจียวเจียวอดหัวเราะไม่ได้ ใบหน้าที่เคร่งเครียดของเธอก็ผ่อนคลายลง “ฉันไม่ใช่นางฟ้าหรอกนะจ๊ะ”
ซูเจียวเจียวอุ้มเธอขึ้นจากพื้น โชคดีที่ยังไม่พ้นฤดูร้อน แถมเป็นช่วงกลางวันด้วย ถึงแม้จะตกน้ำก็ไม่รู้สึกหนาว ไม่อย่างนั้นคงเป็นหวัดแน่
“หนูชื่ออะไรจ๊ะ แล้วบ้านหนูอยู่ที่ไหน?” ซูเจียวเจียวถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เด็กน้อยตอบว่า “หนูชื่อหยวนหยวน…”
ซูเจียวเจียวกำลังจะเรียกเซียวหยวนหมิงให้ช่วยพาเด็กน้อยกลับบ้านก่อน แต่พอหันไป ก็พบว่าเซียวหยวนหมิงหายไปแล้ว
จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้นริมแม่น้ำ พร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่น่าเวทนา
ซูเจียวเจียวรีบวิ่งไปดู ก็เห็นเซียวหยวนหมิงยืนอยู่ในน้ำ ใบหน้ามืดทะมึน ผลักหลิวเกาที่เพิ่งจะปีนขึ้นมาจากน้ำได้กลับลงไปในน้ำอีกครั้ง
มือของหลิวเกาที่โผล่พ้นน้ำออกมาก็พยายามตะเกียกตะกายไม่หยุด
เซียวหยวนหมิงดึงเขาขึ้นมาจากน้ำ ให้เขาหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วก็กดเขากลับลงไปอีก ทำซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้
ซูเจียวเจียวตกใจจนตัวแข็งทื่อ เธอชะงักไปครู่หนึ่ง พอรู้สึกตัว เธอก็รีบวิ่งลงไปในแม่น้ำ กอดเซียวหยวนหมิงไว้ แล้วดึงหลิวเกาออกมาจากมือของเขา “อาหมิง! อาหมิง! คุณใจเย็นๆ ก่อน!”
หลิวเกามองเซียวหยวนหมิงด้วยความหวาดกลัว ราวกับกำลังมองปีศาจร้าย เขาสะดุ้งไปทั้งตัว นอนคว่ำอยู่บนฝั่ง ตัวสั่นไม่หยุด
เด็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่ก่อนหน้านี้ก็วิ่งออกมาอีกครั้ง พวกเขามองเซียวหยวนหมิงด้วยความหวาดกลัว ราวกับเขาเป็นปีศาจกินคน
มาถึงตอนนี้ ซูเจียวเจียวจะยังไม่เข้าใจได้อย่างไร ว่าเด็กน้อยที่ตกน้ำคนนี้คือหลิวหยวนหยวน หลานสาวของอาหมิงนั่นเอง
ไม่นานนัก เด็กๆ หลายคนก็วิ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เซียวหยวนหมิงขึ้นมาจากแม่น้ำด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขามองซูเจียวเจียวด้วยความรู้สึกผิด “ผมขอโทษ ผมควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้…”
เขาก้มหน้าลง ดวงตาที่ลึกซึ้งฉายแววเยือกเย็น
เมื่อกี้ได้ยินบทสนทนาของหลิวเกาและเด็กคนอื่นๆ เขาก็ยังไม่โกรธมากนัก
แต่พอรู้ว่าคนที่ตกน้ำคือหลิวหยวนหยวน หลานสาวของเขา ความโกรธในใจก็พลุ่งพล่านจนควบคุมไม่ได้ เขาโมโหจนแทบจะระเบิดออกมาเดี๋ยวนั้น!
ซูเจียวเจียวกุมมือเขา มือของเขาเย็นเฉียบ
“อาหมิง ฉันรู้ว่าคุณโกรธ แต่หลิวเกาเป็นแค่เด็กอายุเก้าขวบสิบขวบเท่านั้นเองนะคะ”
เธอกลัวว่าเซียวหยวนหมิงจะเข้าใจผิด จึงพูดต่อไปว่า “ฉันไม่ได้จะพูดเข้าข้างหรือแก้ตัวให้เขา แต่ถ้าคุณฆ่าเขา คุณก็จะเป็นฆาตกร แล้วฉันจะอยู่คนเดียวได้ยังไงคะ? แล้วพี่หยวนซินล่ะคะ? ถ้าคุณฆ่าคนเพื่อระบายความแค้นให้หยวนหยวน พี่หยวนซินจะต้องรู้สึกผิดและเสียใจไปตลอดชีวิตเลยนะคะ!”
อันที่จริง ตอนนี้เซียวหยวนหมิงก็เพิ่งจะยี่สิบเอ็ดเท่านั้น เป็นวัยหนุ่มที่เลือดร้อนและหุนหันพลันแล่นได้ง่าย
หน้าอกที่ขึ้นลงอย่างรุนแรงของเซียวหยวนหมิงค่อยๆ สงบลง เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ผมจะพยายามระงับอารมณ์ตัวเองให้ดีขึ้นครับ”
ซูเจียวเจียวหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดต่อ “เด็กบางคนดูเหมือนเด็ก แต่แท้จริงแล้วเป็นปีศาจ แต่ถึงแม้เขาจะเป็นปีศาจ เราก็ไม่สามารถลงโทษเขาเองได้ค่ะ”
แววตาของเซียวหยวนหมิงฉายความเย็นชาแวบหนึ่ง “ผมเข้าใจแล้วครับ”
เมื่อกี้เขามุทะลุเกินไปจริงๆ
เขาเห็นหยวนหยวนถูกหลิวเกาผลักตกน้ำ เห็นใบหน้าซีดเผือดของหยวนหยวน ตอนนั้นเขาก็ควบคุมความโกรธในใจไม่ได้เลย
ตอนนี้เพิ่งจะรู้ว่าเมื่อกี้ตัวเองใจร้อนแค่ไหน
ซูเจียวเจียวไม่อาจทราบได้ว่าเขาได้ใส่ใจฟังเธอหรือไม่ แต่พิจารณาจากสีหน้าแล้ว เขาคงจะรับฟังเธออยู่บ้าง
หลังจากซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงขึ้นฝั่ง ทั้งสองคนก็เปียกปอนไปหมด
ซูเจียวเจียวโชคดีหน่อย แค่กางเกงเปียก แต่เซียวหยวนหมิงเปียกไปทั้งตัว
หลิวหยวนหยวนยืนอยู่ริมฝั่งด้วยความหวาดกลัว ดวงตาคู่หนึ่งมองเซียวหยวนหมิงด้วยความกลัวปนอยากรู้อยากเห็น
เมื่อครู่พี่ชายคนนี้ช่วยเธอไว้ แต่พี่ชายคนนี้ก็น่ากลัวมากด้วย!
เธอเห็นเขาจับพี่ชายหลิวเกากดลงไปในน้ำจนหายใจไม่ออก…
ซูเจียวเจียวเดินไปหาหลิวหยวนหยวน อุ้มร่างเล็กๆ ของเธอขึ้นมา “หยวนหยวน นี่น้าของหนูนะ ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะ”
“น้า?” หลิวหยวนหยวนเอียงคอด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตสีดำสนิทมองเซียวหยวนหมิงด้วยความสงสัย
ซูเจียวเจียวพบว่าหลิวหยวนหยวนหน้าตาเหมือนเซียวหยวนหมิงประมาณสามส่วน คาดว่าเป็นเพราะหลานสาวหน้าเหมือนน้า
แม้เด็กน้อยจะผอมแห้งและผิวคล้ำ แต่หน้าตาดีมาก โดยเฉพาะดวงตาที่ดูมีชีวิตชีวา โตขึ้นจะต้องเป็นคนสวยแน่นอน
เซียวหยวนหมิงมองหลิวหยวนหยวนด้วยความสงสาร เขายกมือขึ้นลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ “อืม ฉันคือน้าของหนู ส่วนนี่คือน้าสะใภ้ของหนู”
หลานสาวคนนี้ เขาไม่เคยอุ้มเลย
เขาไม่มีโอกาสได้อุ้มเลยต่างหาก
เมื่อก่อนแอบเอาอาหารมาให้พี่สาว ก็มักจะเห็นพี่สาวเช็ดน้ำตาอยู่เสมอ พี่สาวมักจะเล่าว่าหยวนหยวนป่วยอีกแล้ว เพราะคลอดก่อนกำหนดไปครึ่งเดือน แถมยังนมไม่พอ กินอาหารไม่ดี ทำให้ร่างกายอ่อนแอมาก
ใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดเซียวและอ่อนแอของหลิวหยวนหยวนเผยรอยยิ้มอย่างตื่นเต้น “คุณน้า! คุณน้า!”
เด็กน้อยพูดแล้วก็โอบคอซูเจียวเจียว แล้วเรียกด้วยน้ำเสียงใสๆ ว่า “น้าสะใภ้”
ซูเจียวเจียวแทบจะใจละลายไปกับเสียงของหลิวหยวนหยวน ในชาติที่แล้ว เธอไม่ได้ดูแลอะไรเลย หลิวหยวนหยวนก็เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก เธอเคยพบหลิวหยวนหยวนแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ตอนนั้นหลิวหยวนหยวนผอมแห้งและผิวคล้ำ เดินสองก้าวก็หอบแล้ว เสื้อผ้าก็สกปรกเก่าคร่ำคร่า ตอนนั้นอายุห้าขวบแต่ดูเหมือนแค่สามขวบเท่านั้น ยืนนิ่งๆ อยู่ในมุมห้องไม่พูดอะไร นิสัยเก็บตัว ขี้กลัว แม้แต่จะพูดก็ยังพูดไม่ชัด ทำให้พัฒนาการล่าช้า
เมื่อคิดเช่นนั้น ซูเจียวเจียวก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ
ซูเจียวเจียวหยิบลูกอมกระต่ายขาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แกะกระดาษห่อลูกอมแล้วป้อนให้หลิวหยวนหยวน
ทันใดนั้นรสหวานก็ละลายในปาก ทำให้หลิวหยวนหยวนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ หลิวหยวนหยวนอายุเกือบสามขวบ ไม่เคยได้กินลูกอมกระต่ายขาวมาก่อน เธอจึงไม่รู้เลยว่านี่คืออะไร
“นี่คืออะไรหรือคะ… น้าสะใภ้?” หลิวหยวนหยวนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^