LNCrawler

บทที่ 49 ตัวร้ายฟ้องก่อน [5]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 49 ตัวร้ายฟ้องก่อน [5]

        ภรรยาของอาหมิง?

       เซียวหยวนซินได้ยินเช่นนั้น ดวงตาก็พลันเปล่งประกาย เธอมองซูเจียวเจียวตาไม่กะพริบ เด็กสาวคนสวยตรงหน้าคือน้องสะใภ้ของเธออย่างงั้นหรือ!

       ก่อนหน้านี้เธอได้ยินคนในหมู่บ้านลือกันว่าอาหมิงแต่งงานแล้ว แถมยังเป็นยุวชนหญิงที่ลงมาจากเมืองอีกด้วย ตอนแรกเธอก็ไม่เชื่อ เพราะครอบครัวของเรามีสถานะไม่ดี แถมยังยากจนข้นแค้น แม้อาหมิงจะดีเลิศเพียงใด ยุวชนหญิงจากเมืองก็ไม่น่าจะมองอาหมิงในสายตา…

       แต่ตอนนี้ซูเจียวเจียวออกปากรับเอง คงไม่มีทางเป็นเรื่องโกหก!

       อาหมิงมีภรรยาแล้ว!

       ในชั่วขณะนั้น เซียวหยวนซินตื่นเต้นจนตาแดงก่ำ เธอมองซูเจียวเจียวด้วยความยินดีปรีดา “ดีจริง ดีจริงๆ เลย”

       ส่วนคุณย่าหลิวใบหน้าก็มืดครึ้มลงทันที เธอผลักเซียวหยวนซินออกไปอย่างแรง แล้วจ้องมองซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงอย่างดุร้าย “พวกแกสองคนมันตัวซวย! คนหนึ่งคิดจะทำร้ายหลานชายแท้ๆ ของฉัน อีกคนก็คิดจะสั่งสอนหลานชายแท้ๆ ของฉัน พวกแกเห็นคนตระกูลหลิวเป็นผักปลาหรือไง!”

       คุณย่าหลิวเท้าสะเอว แล้วตะโกนบอกคุณปู่หลิว พี่ใหญ่หลิว และพี่รองหลิว “ไปจัดการไอ้พวกไร้ยางอายพวกนี้ให้ตายซะ! กล้ามาหาเรื่องถึงกองผลิตตระกูลหลิวของเรา!”

       คุณปู่หลิวและพี่ใหญ่หลิวพี่รองหลิวพลันยกไม้คานในมือขึ้น แล้วฟาดเข้าใส่เซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวทันที

       เซียวหยวนหมิงรีบดึงซูเจียวเจียวมาหลบอยู่ด้านหลัง เขายื่นมือออกไปคว้าไม้คานที่คุณปู่หลิวฟาดเข้ามา แล้วออกแรงเหวี่ยง คุณปู่หลิวก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันที พร้อมกับร้องโอดครวญเสียงหลง

       ไม้กระบองในมือของพี่ใหญ่หลิวฟาดเข้าที่ลำตัวของเซียวหยวนหมิงอย่างจัง แต่เซียวหยวนหมิงนั้นแข็งแรงกำยำ ได้รับการโจมตีไปหนึ่งครั้ง ใบหน้าก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง

       เซียวหยวนหมิงชกเข้าที่ใบหน้าของพี่ใหญ่หลิวโดยตรง ทำให้ใบหน้าครึ่งซีกของพี่ใหญ่หลิวบวมเป่งในทันที

       สถานการณ์ในตอนนั้นวุ่นวายโกลาหล

       เรื่องการต่อสู้ ซูเจียวเจียวไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย และไม่คิดว่าคนตระกูลหลิวจะไร้เหตุผลถึงเพียงนี้ เอะอะก็ลงไม้ลงมือ ไม่แปลกใจเลยที่หลิวเกาเติบโตมาเป็นคนอวดดีและดื้อรั้นเช่นนี้

       เซียวหยวนซินตาแดงก่ำ “เฉิงเหว่ย คุณรีบไปห้ามพวกเขาเร็วเข้าสิ!”

       หลิวเฉิงเหว่ยมองไปที่น้องชายภรรยาของตน แล้วก็มองไปที่พ่อ พี่ชายใหญ่ และพี่ชายรองของตน ในชั่วขณะนั้นก็ไม่รู้จะช่วยใครดี

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เซียวหยวนซิน พ่อของเราถูกตีจนล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว เธอยังจะเข้าข้างน้องชายของเธออีกเหรอ!”

       คุณย่าหลิวได้ยินดังนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที เธอยื่นมือออกไปบิดเอวของเซียวหยวนซินอย่างแรง “เธอนี่มันคนเนรคุณ! เข้าข้างคนนอกตลอด!”

       เซียวหยวนซินเจ็บปวด ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาก็ไหลรินออกมาทันที

       โชคดีที่ความวุ่นวายตรงนี้ดึงดูดความสนใจของเพื่อนบ้านข้างเคียง เซียวหยวนซินจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน และในที่สุดก็สามารถแยกทุกคนออกจากกันได้ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านซ้ายขวา

       เซียวหยวนหมิงต่อสู้กับสามคน แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะเพลี่ยงพล้ำ ตรงกันข้าม เขากลับกดพ่อลูกตระกูลหลิวทั้งสามคนลงไปกองกับพื้นและทุบตี แม้เซียวหยวนหมิงจะได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่พ่อลูกตระกูลหลิวทั้งสามกลับไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย

       เรื่องนี้ย่อมทำให้หัวหน้ากองผลิตหลิว และเลขาธิการเฉินของกองผลิตตระกูลหลิวตกใจไปตามๆ กัน

       หัวหน้ากองผลิตหลิวและเลขาธิการเฉินสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนของกองผลิตฉางซิงถึงมาทุบตีคนของกองผลิตหลิวที่นี่

       คุณย่าหลิวกับพี่สะใภ้ใหญ่หลิวแน่นอนว่าฟ้องร้องใหญ่โต กล่าวหาว่าเซียวหยวนหมิงข่มเหงรังแกคนมากเกินไป วิ่งมาทุบตีคนถึงกองผลิตตระกูลหลิว แถมยังคิดจะทำร้ายหลานชายแท้ๆ ของคุณย่าหลิวอีกด้วย

       เซียวหยวนซินร้องไห้ “หัวหน้ากองผลิตหลิว น้องชายของฉันไม่ใช่คนแบบนั้น ต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ ค่ะ…”

       เธอยังพูดไม่ทันจบก็ถูกคุณย่าหลิวดึงไปหา แล้วหยิกหูของเซียวหยวนซินอย่างแรง “อย่าลืมนะว่าตอนนี้เธอเป็นคนของตระกูลหลิวแล้ว ถ้าเธอยังกล้าเข้าข้างคนนอกอีก ระวังฉันจะตีขาเธอจนหัก!”

       เซียวหยวนซินเจ็บปวดจนน้ำตาไหลอาบแก้ม

       เซียวหยวนหมิงเห็นดังนั้น ใบหน้าก็มืดครึ้มลง แล้วกำลังจะก้าวไปข้างหน้า

       ซูเจียวเจียวจับมือของเขาไว้ เธอมองไปที่คุณย่าหลิวแล้วพูดว่า “ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ยังกล้าข่มเหงลูกสะใภ้อีกหรือคะ เชื่อหรือไม่ว่าฉันจะไปร้องเรียนกับหัวหน้าสมาคมสตรีเดี๋ยวนี้เลย?”

       เมื่อได้ยินดังนั้น คุณย่าหลิวก็รู้สึกหวั่นเกรงขึ้นมาทันที ดวงตาเผยความหวาดกลัวออกมาแวบหนึ่ง แต่ยังคงดื้อรั้นเถียงว่า “ฉันสั่งสอนลูกสะใภ้ของฉัน ใครหน้าไหนก็อย่ามายุ่ง ต่อให้เป็นหัวหน้าสมาคมสตรีก็ไม่มีสิทธิ์…”

       ซูเจียวเจียวก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ดึงเซียวหยวนซินมาจากคุณย่าหลิว แล้วกระชากแขนเสื้อของเซียวหยวนซินออก ก่อนจะเห็นว่าแขนของเซียวหยวนซินเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำสีเขียวม่วง บางรอยดูเหมือนเป็นมาหลายวันแล้ว บางรอยก็เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน

       แม้ซูเจียวเจียวจะเตรียมใจมาแล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

       แม้ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินข่าวลือมากมายว่าแม่สามีใจร้ายในชนบทมักจะจงใจสร้างความลำบากและรังแกลูกสะใภ้ ตอนแรกเธอก็ยังไม่ค่อยเชื่อนัก แต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเอง แรงกระแทกนี้มันช่างรุนแรงเกินกว่าที่คาดคิด

       รูม่านตาของเซียวหยวนหมิงหดตัวอย่างรุนแรง บรรยากาศหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

       แม้แต่หัวหน้ากองผลิตหลิวกับเลขาธิการเฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ยังขมวดคิ้วเล็กน้อย

       รู้มานานแล้วว่าคุณย่าหลิวคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร ปากร้ายใจร้าย วันๆ เอาแต่กลั่นแกล้งลูกสะใภ้ ไม่คิดเลยว่าแขนของเซียวหยวนซินจะมีบาดแผลมากมายขนาดนี้!

       คุณย่าหลิวกลอกตาไปมา “นั่น… นั่นไม่ใช่ฉันหยิกหรอกนะ เธอหกล้มเองต่างหาก”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเยาะ “คุณย่าหลิวคะ เหตุผลโง่ๆ แบบนี้ คุณคิดว่าจะมีสักกี่คนที่เชื่อกันคะ? บาดแผลบนแขนของพี่หยวนซินนั้นเป็นเพราะหกล้ม หรือเพราะถูกหยิก ไปโรงพยาบาลตรวจดูก็รู้แล้ว! นี่เป็นเพียงบาดแผลที่มองเห็นบนแขนเท่านั้น ไม่แน่ว่าบนร่างกายอาจมีบาดแผลมากกว่านี้ก็ได้”

       คุณย่าหลิวได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ปรากฏแววตื่นตระหนกเล็กน้อย

       เซียวหยวนหมิงเห็นสีหน้าของเธอแล้วก็เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง กำปั้นที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวก็แน่นขึ้นอีก หากเป็นไปได้ เขาก็อยากจะชกยายแก่ตรงหน้าให้ตายไปเสีย!

       “ไปเลยไหมคะ ไปตรวจบาดแผลกันตอนนี้เลย!” ซูเจียวเจียวแค่นเสียงเย็นชา

       คุณย่าหลิวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทันที แล้วร้องโอดครวญ “สวรรค์ไม่ยุติธรรม! หลานชายสุดที่รักของฉันเกือบถูกคนทำร้ายจนตายแล้ว หัวหน้ากองผลิตกับเลขาธิการเฉินไม่เพียงแต่ไม่ช่วยบ้านของฉัน ยังจะช่วยคนนอกมารังแกเราอีก นี่แบบนี้แล้วจะให้ฉันมีหน้าอยู่ได้อย่างไร!”

       คุณย่าหลิวเริ่มร้องไห้โวยวายอาละวาด

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวก็เริ่มร้องไห้โวยวายตามไปด้วย ทำให้หัวหน้ากองผลิตหลิวกับเลขาธิการเฉินรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

       สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดก็คือหญิงชาวนาที่ชอบก่อกวนไร้เหตุผล

       ในที่สุด หัวหน้ากองผลิตหลิวกับเลขาธิการเฉินก็โกรธขึ้นมา “ถ้าพวกคุณคิดว่าการโวยวายอาละวาดจะแก้ปัญหาได้ ก็เชิญโวยวายให้เต็มที่เลย! เรื่องนี้เราจะรายงานขึ้นไปเบื้องบน ถึงตอนนั้นเรื่องที่เธอทารุณกรรมลูกสะใภ้ก็คงปิดบังไม่ได้แล้ว! จะถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือจะติดคุก ก็ไม่มีใครรับประกันได้หรอก!”

       พอได้ยินว่าผลลัพธ์จะร้ายแรงถึงเพียงนี้ คุณย่าหลิวก็ไม่กล้าโวยวายอีกต่อไป

       เธอมองไปที่เลขาธิการเฉินด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนแล้วถามว่า “แล้วเรื่องที่หลานชายสุดที่รักของฉันเกือบถูกเซียวหยวนหมิงทำร้ายจนตายล่ะ จะเอาอย่างไร?”

       เลขาธิการเฉินและหัวหน้ากองผลิตหลิวต่างก็มองไปที่เซียวหยวนหมิง

       เซียวหยวนหมิงกล่าวว่า “หลิวเกาเป็นคนโยนหยวนหยวนลงแม่น้ำ คิดจะทำร้ายหยวนหยวนก่อน แต่เขากลับพลัดตกแม่น้ำเองเพราะความหวาดกลัว ผมต่างหากที่เป็นคนช่วยเขาขึ้นมาจากแม่น้ำ”

       เซียวหยวนซินได้ยินความจริงของเรื่องนี้ก็ตกใจจนตาเบิกโพลงอย่างไม่อยากเชื่อ แม้แต่หลิวเฉิงเหว่ยก็ยังแสดงสีหน้าตกใจและประหลาดใจออกมา

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวรีบกล่าวว่า “เหลวไหล! เกาเอ๋อร์ของฉันเป็นคนจิตใจดีงาม ไม่เคยทำเรื่องแบบนี้หรอก!”

       คุณย่าหลิวก็พูดว่า “หยวนหยวนเป็นน้องสาวของเกาเอ๋อร์ ถึงเกาเอ๋อร์จะไม่ชอบเธอ เขาก็ไม่มีทางโยนเธอลงแม่น้ำหรอก ฉันว่าแกตั้งใจจะทำร้ายหลานชายสุดที่รักของตระกูลหลิวต่างหาก! ใครๆ ก็รู้ว่าตระกูลเซียวของแกมีสถานะเลวร้ายแค่ไหน!”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^