บทที่ 50 ตัวร้ายฟ้องก่อน [6]
บทที่ 50 ตัวร้ายฟ้องก่อน [6]
“ถ้าไม่ใช่เพราะความยากจนในครั้งนั้น ฉันย่อมไม่มีวันให้เฉิงเหว่ยรับตัวกาลกิณีแบบนี้เข้ามาในบ้านเด็ดขาด!”
ดวงตาของเซียวหยวนซินเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
หลิวเฉิงเหว่ยเอ่ยว่า “แม่ครับ หยวนซินเธอไม่ใช่ตัวซวยนะ เธอ... เธอคือภรรยาของผม…”
แต่เสียงของเขาแผ่วเบาและอ่อนแรง เมื่อฟังดูก็รู้ว่าไม่กล้าพูดเสียงดังกับแม่ของตนเอง
พอคุณย่าหลิวจ้องเขา เขาก็เงียบเสียงลงทันที
ซูเจียวเจียวถอนหายใจ เซียวหยวนซินเป็นคนดี แต่เธอกลับมีนิสัยอ่อนแอเกินไป จึงถูกกลั่นแกล้งในบ้านตระกูลหลิวอยู่ร่ำไป
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลเซียวถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกกดขี่ สถานะทางสังคมไม่ดีนัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็นคนอ่อนแอ เธอรู้สึกต่ำต้อยและไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองใคร
ดังนั้นคุณย่าหลิวและคนอื่นๆ จึงกดขี่เธออย่างหนัก แต่เธอก็ไม่กล้าโต้ตอบ
คุณปู่หลิวและพี่ใหญ่หลิวต่างก็พากันพูดว่าหลิวเกาเป็นเด็กดี ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น
ซูเจียวเจียวแค่นหัวเราะ “หลิวเกาทำหรือไม่ทำ แค่เรียกเด็กๆ ในกองผลิตมาถามก็รู้แล้ว ตอนนั้นมีเด็กหลายคนเห็นเหตุการณ์ค่ะ”
เลขาธิการเฉินและหัวหน้ากองผลิตหลิวต่างก็เป็นคนซื่อตรงและยุติธรรม เมื่อได้ยินคำพูดของซูเจียวเจียว ก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ทันที
หากหลิวเกาเป็นเด็กเลวร้ายถึงเพียงนี้ ก็ย่อมต้องอบรมสั่งสอนกันอย่างจริงจัง
ไม่นานเด็กๆ ที่เล่นกับหลิวเกาก็ถูกเรียกตัวมา
แต่ละคนมองเซียวหยวนหมิงด้วยความหวาดกลัว แล้วหลบอยู่ข้างหลังผู้ใหญ่ของตน
ซูเจียวเจียวเผยรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าขาวผ่อง “พวกเธอไม่ต้องกลัวนะ เห็นอะไรก็พูดความจริงออกมาได้เลย แต่จำไว้ข้อหนึ่งคือห้ามโกหก! เด็กที่โกหกจะถูกจับเข้าคุก แล้วจะไม่ได้เจอพ่อแม่ของตัวเองอีกเลย! ส่วนเด็กที่พูดความจริง จะได้รับรางวัลเป็นลูกอมนมกระต่ายขาวคนละสองเม็ด”
เด็กๆ หลายคนยังเล็กนัก ถูกซูเจียวเจียวทั้งข่มขู่และหลอกล่อ ต่างก็พากันพูดความจริงออกมา
มีเด็กชายคนหนึ่ง อายุราว 7-8 ขวบ เขาชี้ไปที่หลิวเกาที่หลบอยู่ข้างหลังคุณย่าหลิวแล้วกล่าวว่า “หลิวเกาจงใจยื่นขาไปถีบหลิวหยวนหยวนให้ตกน้ำ ผมบอกให้เขาเรียกคนมาช่วย เขากลับบอกว่าหลิวหยวนหยวนเป็นแค่เด็กผู้หญิงที่ไม่สำคัญ ตายแล้วก็แล้วไป”
“ใช่! พวกเราก็ได้ยิน!”
“หลิวเกายังบอกอีกว่า เขาเป็นหลานชายทองคำของตระกูลหลิว คุณย่าของเขารักเขาที่สุด เขาพูดอะไรคุณย่าก็จะเชื่อ ถึงตอนนั้นก็แค่บอกว่าหลิวหยวนหยวนพลาดตกลงไปในน้ำแล้วจมน้ำตายเองก็พอ…”
“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลุงกับคุณป้าผ่านมาละก็ หลิวหยวนหยวนก็คงจมน้ำตายไปแล้ว”
เด็กๆ หลายคนพอได้เปิดปากพูด ก็พากันเล่าออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
ยิ่งพวกเขาพูด ยิ่งฟังแล้วก็ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก
สวรรค์ทรงโปรด!
โลกนี้มีเด็กเลวร้ายขนาดนี้ได้อย่างไร!
หลิวเกาอายุแค่เก้าขวบกว่าเท่านั้น! ยังไม่ถึงสิบขวบเลย! กลับมีจิตใจที่ชั่วร้ายขนาดนี้ ช่างน่ากลัวจริงๆ!
“พวกเด็กเวรนี่ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน!” คุณย่าหลิวยกมือขึ้นหมายจะตีคน แต่ถูกเซียวหยวนหมิงขวางไว้
เซียวหยวนหมิงยืนตัวตรงสูงสง่าราวกับเทพสงคราม บดบังคุณย่าหลิวไว้ทันที
ดวงตาของเขาดำมืดราวกับน้ำหมึก จ้องมองคุณย่าหลิวด้วยความโกรธ สายตาของเขาราวกับจะกินคน ทำให้คุณย่าหลิวต้องหุบปากฉับ
พ่อแม่ของเด็กๆ เห็นคุณย่าหลิวคิดจะตีลูกของตน ก็พากันต่อว่าคุณย่าหลิวว่าไร้ยางอาย ไม่สอนหลานชายของตนให้ดี กลับคิดจะตีลูกของพวกเขาอีก
หลังจากสอบถามความจริงจนชัดเจนแล้ว ซูเจียวเจียวก็ไม่พูดอะไรอีก เธอทำตามสัญญา ควักลูกอมนมกระต่ายขาวมาหนึ่งกำมือ แบ่งให้ทุกคนคนละสองเม็ด
เด็กๆ หลายคนดีใจที่ได้ลูกอม ไม่คิดเลยว่าการพูดความจริงจะได้กินลูกอมจริงๆ!
เด็กๆ อดใจไม่ไหว แกะลูกอมใส่ปากทันที หวานอร่อย ชื่นใจเหลือเกิน!
ซูเจียวเจียวยกมือขึ้นลูบหัวพวกเขา “พวกเธอเป็นเด็กดี ต่อไปเห็นอะไรผิดก็ไม่ต้องกลัว ต้องกล้าพูดความจริง เข้าใจไหมจ้ะ?”
เด็กๆ พยักหน้าหงึกหงัก แล้วกลับไปเล่นกันต่อ
หลังจากนั้นก็ไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาแล้ว
หัวหน้ากองผลิตหลิวถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้า ตระกูลหลิวอบรมสั่งสอนหลิวเกาจนกลายเป็นคนเลวร้ายแบบนี้ได้อย่างไร?
คนเราอาจไม่มีความสามารถ แต่ต้องไม่ไร้ซึ่งคุณธรรม!
มิฉะนั้นหากเติบโตขึ้น จะไม่กลายเป็นภัยต่อสังคมหรือ!
เซียวหยวนซินโกรธจนตัวสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำจ้องมองหลิวเกา แล้วถามเสียงแหลมว่า “หลิวเกา! เธอทำแบบนี้ได้ยังไง! หยวนหยวนก็เป็นน้องสาวของเธอนะ! ทำไมถึงเตะหยวนหยวนจนตกน้ำไปได้!”
“ผม… ผมไม่ได้ตั้งใจนี่” หลิวเกาเบะปากอย่างไม่ใส่ใจ
พี่สะใภ้ใหญ่หลิวราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้ เธอเริ่มร้องโวยวายทันที “ใช่แล้ว! หลิวเกาของฉันไม่ได้ตั้งใจนี่! อีกอย่างเขาก็เพิ่งจะเก้าขวบกว่าเท่านั้นเอง! เขาไม่ได้ตั้งใจ! เขายังเด็ก ยังไม่รู้ความ แล้วเธอล่ะ น้องสะใภ้สี่ เธอยังจะถือสาเด็กเล็กอีกเหรอ!”
เมื่อเซียวหยวนซินเห็นว่าพวกเขาไม่เพียงไม่สำนึกผิด หากแต่ยังคงแถราวกลัวสีข้างไม่ถลอก โทสะก็พลุ่งพล่านจนดวงตาแดงก่ำ ร่างของเธอสั่นสะท้ายไปด้วยความโกรธ ก่อนจะกล่าวเสียงสั่นว่า "เฉิงเหว่ย หยวนหยวนเป็นลูกสาวของคุณ คุณจะจัดการเรื่องนี้ยังไง! วันนี้ถ้าอาหมิงกับน้องสะใภ้ไม่ผ่านมาละก็ บางทีหยวนหยวนก็คงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว!"
ใบหน้าของหลิวเฉิงเหว่ยพลันมืดครึ้ม เขาเงยหน้ามองพ่อแม่และพี่ชายใหญ่พี่ชายรองของตน “เรื่องนี้หลิวเกาผิดอย่างชัดเจน…”
คุณปู่หลิวขัดจังหวะคำพูดของเขา “นี่มันเรื่องภายในบ้าน กลับบ้านไปเราค่อยสั่งสอนเกาเอ๋อร์อีกที วันนี้ก็ให้เรื่องจบแค่นี้เถอะ อย่าให้มันยืดเยื้อไปมากกว่านี้เลย”
พี่ใหญ่หลิวกล่าวเสริม “ใช่! มีอะไรก็กลับบ้านไปพูด! มาทะเลาะกันที่นี่ให้คนอื่นหัวเราะเยาะทำไม!”
เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้ว นี่ชัดเจนว่าต้องการยุติเรื่องนี้อย่างสงบ
หัวหน้ากองผลิตหลิวและเลขาธิการเฉินมองหน้ากัน เรื่องนี้พูดตรงๆ แล้วก็เป็นเรื่องในครอบครัว เซียวหยวนหมิงได้สั่งสอนหลิวเกาไปแล้ว ทั้งสองครอบครัวยังเป็นญาติกันอีกด้วย
แม้แต่ผู้พิพากษาที่ซื่อสัตย์ก็ยังตัดสินเรื่องในครอบครัวได้ยาก
ซูเจียวเจียวเงยหน้ามองเซียวหยวนซิน หากเซียวหยวนซินต้องการกลับบ้านไปจัดการกันภายใน และต้องการให้เรื่องนี้จบไปทั้งๆ แบบนี้จริงๆ เธอก็หมดหนทาง…
“ไม่!”
ทันใดนั้นเซียวหยวนซินก็คำรามออกมา แล้วก้าวออกมาข้างหน้า “คุณแม่คะ ปกติคุณแม่จะตามใจหลิวเกาแค่ไหนฉันก็ไม่เคยว่า! แต่ครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ! เขาต้องการฆ่าลูกสาวของฉัน! เรื่องนี้จะจบลงแค่นี้ไม่ได้เด็ดขาด!”
คุณย่าหลิวกล่าวอย่างโกรธเคือง “แล้วแกอยากทำยังไง? อยากจะโยนเกาเอ๋อร์ลงน้ำหรือ? อย่าลืมนะว่าวันนี้เจ้าน้องชายคนดีของแกเกือบจะทำให้เกาเอ๋อร์จมน้ำตายไปแล้ว! นี่ก็ถือว่าเจ๊ากันแล้ว!”
“เจ๊ากัน? เรื่องแบบนี้จะเท่าเทียมกันได้ยังไง!” เซียวหยวนซินไม่ยอมแพ้ หากเป็นเรื่องเก่าๆ เธอก็จะปล่อยผ่านไป แต่เรื่องวันนี้เธอไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด
คุณปู่หลิวกล่าวอย่างโกรธเคือง “มาทะเลาะกันที่นี่ให้ขายหน้าผู้คนทำไมเล่า!”
หัวหน้ากองผลิตเห็นว่าการทะเลาะกันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงกล่าวว่า “หลิวเกาจะต้องได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างแน่นอน เขาโตพอแล้ว และสามารถลงไปทำแต้มคะแนนงานได้แล้ว พรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้เขาไปทำงานในไร่นา ทำมากทำน้อยไม่เป็นไร แต่ต่อไปต้องไปทำงาน จะได้ไม่สร้างความวุ่นวายและก่อเรื่องไม่ดีไปวันๆ อีก”
คุณปู่หลิวและคุณย่าหลิวต่างก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
หลิวเกาได้ยินว่าจะต้องลงไปทำนา ก็ไม่พอใจทันที “ผมไม่ไป! ผมไม่ทำนา!”
สกปรกและเหนื่อยขนาดนั้น แถมยังร้อนจนจะตายอีก เขาไม่ไปหรอก!
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^