LNCrawler

บทที่ 51 ตัวร้ายฟ้องก่อน [7]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 51 ตัวร้ายฟ้องก่อน [7]

        เลขาธิการเฉินเองก็รู้สึกปวดหัวกับหลิวเกาไม่น้อย เขาแค่นเสียงเย็นชา “ไม่ไปก็ได้ แต่พรุ่งนี้ฉันจะส่งนายไปดัดสันดานที่ทัณฑสถานแรงงาน”

       พอได้ยินคำว่า ‘ทัณฑสถานแรงงาน’ หลิวเกาก็พลันสงบเสงี่ยมลงทันที ปิดปากเงียบกริบ

       ร่ำลือกันว่า ในนั้นมีแต่พวกอันธพาลใจอำมหิต เข้าไปแล้วไม่เพียงต้องทำงานทุกวัน ยังกินไม่ดีนอนไม่หลับ แถมยังจะโดนซ้อมอีกด้วย

       หัวหน้ากองผลิตหลิวจึงดึงเซียวหยวนหมิงกับซูเจียวเจียวไปด้านข้าง แล้วพูดเบาๆ ว่า “เรื่องนี้ให้มันจบแค่นี้เถอะ เซียวหยวนหมิงก็สั่งสอนหลิวเกาไปบ้างแล้ว หากเรื่องราวลุกลามไปใหญ่โต พวกคุณก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก”

       ซูเจียวเจียวตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก็พยักหน้าเห็นด้วย อาหมิงโมโหจนผลักหลิวเกาลงน้ำไปก่อนหน้านี้ ก็มีผลกระทบอยู่บ้าง ถ้าหลิวเกาไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไป ก็คงพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว

       สุดท้ายพวกเขาก็เดินออกจากห้องประชุมของกองผลิต จะว่าไปก็เป็นเพียงบ้านดินที่ถูกดัดแปลงมาเป็นห้องประชุม เพื่อใช้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของกองผลิต

       ข้างๆ เป็นฉางเก็บเสบียงส่วนกลาง

       เมื่อก้าวออกมา คุณย่าหลิวก็ตั้งท่าจะหาเรื่องเซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียว ด้วยเพราะเซียวหยวนหมิงไม่เจนจัดในการพูดจา ปากคอไม่เราะร้ายพอ ซูเจียวเจียวจึงตอบโต้ด้วยคำพูดเพียงเล็กน้อยจนสุดท้ายเธอต้องหุบปาก

       คุณย่าหลิวรู้สึกอึดอัดจนอกแทบระเบิด จึงหมายจะระบายอารมณ์ใส่เซียวหยวนซินแทน แต่ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนซินในยามนี้จะไม่ใช่คนเรียบร้อยนุ่มนิ่ม เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

       “หยวนหยวนก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของคุณแม่นะคะ! ปกติคุณแม่ก็ลำเอียงอยู่แล้ว มีเนื้อก็ให้แต่หลิวเกากิน ดูสิหลิวเกาอ้วนจนตัวจะแตกอยู่แล้ว! หยวนหยวนเกิดมาก็ผอมแห้ง แรงน้อย สุขภาพไม่ดี แต่คุณแม่กลับซ่อนไข่ไม่ให้เธอกิน แล้วเอาไปให้หลิวเกากินทั้งหมด!”

       “ฉันกับเฉิงเหว่ยทำงานเหนื่อยแทบตายเพื่อแต้มคะแนนงาน สุดท้ายหยวนหยวนก็ได้แต่กินอาหารหยาบ ดื่มโจ๊ก กินหมั่นโถว ส่วนหลิวเกากลับได้กินดีอยู่ดี! เรื่องพวกนี้ก็ช่างเถอะ แต่วันนี้หยวนหยวนเกือบถูกหลิวเกาทำร้ายจนตาย! แต่คุณแม่กลับบอกให้ฉันอยู่เฉยๆ จะลำเอียงก็ต้องมีขีดจำกัดบ้างสิคะ!”

       เซียวหยวนซินระบายความโกรธในใจออกมาไม่หยุดหย่อน

       คุณย่าหลิวถึงกับงุนงง ไม่คิดเลยว่าลูกสะใภ้สี่ที่เคยแต่ยอมคนมาตลอด จะกล้าพูดกับตัวเองแบบนี้!

       เธอโกรธจนหน้าเขียว ดวงตาเต็มไปด้วยความเดือดดาลจ้องมองเซียวหยวนซิน “ดี! วันนี้น้องชายของเธอมาแล้ว เธอก็เลยเก่งกล้าขึ้นใช่ไหม? คิดว่าจะสั่งสอนฉันได้แล้วเหรอ? บ้านนี้ฉันเป็นคนคุม คำพูดของฉันย่อมสำคัญที่สุด!”

       คุณย่าหลิวพูดไปก็จ้องมองหลิวเฉิงเหว่ยอย่างดุดัน “เจ้าสี่ แกดูแลเมียยังไง? เมียของแกแทบจะขึ้นไปเหยียบบนหัวกบาลแม่แกแล้ว!”

       หลิวเฉิงเหว่ยดึงมือเซียวหยวนซิน “ที่รัก ดูสิหยวนหยวนของเราก็ไม่เป็นอะไรแล้ว เรื่องนี้วันนี้ให้มันจบแค่นี้เถอะนะ”

       เซียวหยวนซินพลันรู้สึกเสียใจจนตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก เธอกอดหลิวหยวนหยวนไว้ในอ้อมแขนแน่น

       หลิวหยวนหยวนกอดคอแม่แน่น พอเห็นแม่ร้องไห้ก็ทนไม่ไหว เบะปากร้องไห้ออกมาทันที

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวแค่นเสียงเย็นชา “สะใภ้สี่ แต้มคะแนนงานที่พวกเธอสองสามีภรรยาหามาได้น่ะ ยังไม่พอกินสำหรับคนสามคนในบ้านเธอเลยด้วยซ้ำ เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่คอยจุนเจือพวกเธอมาตลอดแท้ๆ เธอยังไม่รู้จักพออีกเหรอ? อีกอย่าง ใครใช้ให้เธอคลอดเด็กผู้หญิงออกมา ไม่ใช่เด็กผู้ชายกันเล่า?”

       ต่างจากเธอ คลอดลูกชายเป็นคนแรก ถึงแม้หลังจากนั้นจะคลอดลูกสาวติดกันสองคน แต่ก็ยังถือว่าได้มอบหลานชายคนแรกให้ตระกูลหลิวได้

       หลิวเกาหลบอยู่หลังพี่สะใภ้ใหญ่หลิวและคุณย่าหลิว พูดเสียงดัง “ใช่! เด็กผู้หญิงอย่างเธอ ยังจะกล้าอยากกินเนื้อกินไข่อีก! ฝันไปเถอะ!”

       เซียวหยวนซินได้ยินดังนั้น ก็จ้องมองหลิวเกาอย่างดุดัน

       หลิวเกา เมื่อมีคนหนุนหลังก็ไม่กลัวอีกต่อไป ตะโกนลั่น “เธอก็แค่เด็กผู้หญิงไร้ค่า! ทำไม? คุณจะอยากตีผมเพราะเธออีกเหรอ? ผมเป็นหลานรักของตระกูลหลิวนะ! ลองตีดูสิ? แล้วผมจะให้ปู่กับย่าตีคุณให้ตายไปเลย! ไม่ให้คุณกินข้าวด้วย! อีกอย่างหลิวหยวนหยวนก็ยังสบายดีนี่นา? ไม่ได้เป็นอะไรเลย! ผมต่างหากที่เกือบถูกน้องชายของคุณทำให้จมน้ำ!”

       ฟังคำพูดเหลวไหลของคนตระกูลนี้ ซูเจียวเจียวรู้สึกเจ็บทั้งหัวใจ ปวดลามไปถึงตับ ไต ไส้ พุง เกิดมาสองภพชาติ ยังไม่เคยเจอญาติแบบนี้มาก่อน! เปิดปากทีก็เรียกเด็กผู้หญิงว่า ‘นางตัวซวย’ หรือไม่ก็ ‘นางคนไร้ค่า’!

       แม้ซูเจียวเจียวจะเป็นคนใจเย็นแค่ไหน ก็ทนไม่ไหวแล้ว เธอกระแทกเสียงใส่คุณย่าหลิวและพี่สะใภ้ใหญ่หลิวทันที “พวกคุณสองคนไม่ใช่ผู้หญิงหรือไง? เปิดปากก็เรียกคนอื่นว่า ‘นางตัวซวย’ ‘นางคนไร้ค่า’  ทำยังกับพวกคุณไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้นแหละ! ถ้าหยวนหยวนเป็นคนไร้ค่า พวกคุณสองคนก็ยิ่งไร้ค่าเสียกว่า!”

       “โดยเฉพาะคุณ ยายแก่สารเลว หลิวหยวนหยวนเป็นหลานสาวของคุณ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณเหมือนกัน! คนตระกูลคุณนี่มันใจดำอำมหิตนัก!”

       พูดไปก็รับหลิวหยวนหยวนมาจากมือเซียวหยวนซิน “พวกคุณไม่ต้องการหยวนหยวน แต่ฉันต้องการ!”

       เธอส่งยิ้มหวานให้เซียวหยวนซิน “พี่คะ พี่กลับไปกองผลิตฉางซิงกับฉันและอาหมิงเถอะคะ พวกเราจะได้ไม่ต้องทนเจอเรื่องบัดซบแบบนี้ที่นี่อีก!”

       คุณย่าหลิวถูกซูเจียวเจียวด่าเข้าให้ ก็โกรธจนตาแดงก่ำ “เธอว่าอะไรนะ? แน่จริงก็พูดอีกครั้งสิ!”

       พูดไปก็พับแขนเสื้อขึ้น ทำท่าพร้อมลงไม้ลงมือเต็มที่

       เซียวหยวนหมิงยืนตัวสูงสง่าขวางอยู่ด้านหน้า ราวกับวีรบุรุษที่ขวางประตู ไม่ว่าศัตรูจะมามากเพียงใดก็ไม่มีใครผ่านไปได้

       “อยากจะสู้งั้นเหรอ? ผมพร้อมเสมอ”

       เขามองคุณย่าหลิวด้วยสายตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง ในน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไว้ด้วยความโกรธที่ไม่ปิดบัง

       คุณย่าหลิวกลัวจนหดคอลงทันที เธอหันไปมองสามีกับลูกชายทั้งสามคนของตัวเอง ก่อนจะพบว่าไม่มีใครสักคนคิดจะลงมือปกป้องเธอ เธอโกรธจนเส้นเลือดที่หน้าผากเต้นตุบๆ

       พวกไร้ประโยชน์!

       ผู้ชายตัวโตสี่คนยังสู้ไอ้เด็กตระกูลเซียวคนเดียวไม่ได้!

       คุณปู่หลิว พี่ใหญ่หลิว และพี่รองหลิว ต่างมองเซียวหยวนหมิงด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ต้องบอกว่าไอ้เด็กเซียวหยวนหมิงนี่มันดุร้ายจริงๆ!

       พวกเขาสามคนรุม เขายังโดนชกไปตั้งหลายครั้ง!

       ก่อนหน้านี้หลิวเฉิงเหว่ยรีบเข้ามาห้าม เลยยังไม่ได้ลงมือ

       “ขอบคุณนะคะน้องสะใภ้ แต่ฉันไปไม่ได้หรอก” เซียวหยวนซินมองซูเจียวเจียวแล้วส่ายหน้า แม้เธอจะอยากกลับบ้านเหลือเกิน แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีวันกลับไปได้อีกแล้ว เธอแต่งงานออกมาแล้ว ก็เป็นคนของตระกูลหลิวแล้ว

       น้องชายก็แต่งงานมีภรรยา น้องชายก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง หากเธอกลับไปพักสักสองสามวันก็คงพอได้ แต่ถ้าอยู่นานๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างน้องชายกับน้องสะใภ้

       เธอทำแบบนั้นไม่ได้หรอก!

       “พี่หยวนซินคะ ฉันรู้ว่าพี่เป็นห่วงอะไร ฉันไม่รังเกียจหรอกค่ะถ้าพี่กับหยวนหยวนจะมาอยู่ด้วยกัน ที่สำคัญอาหมิงก็ไม่ได้เจอพี่นานแล้ว วันนี้พี่ก็พาหยวนหยวนไปอยู่กับพวกเราสักสองสามวันก่อน ถือว่าไปพักผ่อนหย่อนใจนะคะ” ซูเจียวเจียวปลอบโยนอย่างอ่อนโยน

       เซียวหยวนหมิงมองซูเจียวเจียวด้วยความซาบซึ้งใจ เมื่อครู่เขาก็คิดจะชวนพี่สาวกลับไปอยู่ด้วยกันสองสามวัน แต่กลัวซูเจียวเจียวจะไม่เห็นด้วย จึงไม่กล้าพูด ไม่คิดเลยว่าซูเจียวเจียวจะเข้าใจและเสนอขึ้นมาเอง

       เซียวหยวนซินเงยหน้าขึ้นก็เห็นสายตาที่ร้อนแรงและเป็นห่วงของน้องชาย เธอก็พยักหน้าอย่างไม่ตั้งใจ “ได้ค่ะ”

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวพูดประชดประชัน “ช่วงนี้ในกองผลิตงานยุ่งจะตาย เธอยังจะคิดไปเที่ยวอีกเหรอ? งานบ้านกองเป็นภูเขาไม่ต้องทำหรือไง? เสื้อผ้าไม่ต้องซักหรือไง? ข้าวไม่ต้องหุงหรือไง?”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^