LNCrawler

บทที่ 52 วิถีแห่งการค้า

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 52 วิถีแห่งการค้า

        คุณย่าหลิวได้ยินดังนั้น ก็พลันตะโกนด้วยความโกรธ “คิดจะไปก็ลองดูสิ! หากวันนี้แกคิดจะไป ก็ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีก!”

       เซียวหยวนซินตั้งใจจะไปอยู่บ้านกองผลิตของน้องชายสักสองสามวัน แต่พอได้ยินที่คุณย่าหลิวพูดเช่นนั้น ตาของเธอก็แดงก่ำด้วยความโกรธ ใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันที

       พี่สะใภ้ใหญ่หลิวทำท่าทีเฝ้ารอดูละครฉากใหญ่

       ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนซินแสดงความหวาดกลัวออกมา จึงเอื้อมมือไปจับมือของเธอ จึงสัมผัสได้ว่าฝ่ามือของเซียวหยวนซินเย็นเฉียบ เธอส่งยิ้มให้กำลังใจเซียวหยวนซิน จากนั้นก็หันไปหัวเราะกับคุณย่าหลิว “ไอ๊หยา พูดแบบนี้ ใครไม่รู้ก็คงนึกว่าตระกูลหลิวของคุณวิเศษวิโสขนาดไหน! เก่งขนาดนี้ทำไมไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลยล่ะคะ? คุณจะบอกว่าไม่ให้พี่หยวนซินกลับมาก็กลับมาไม่ได้เลยเหรอคะ? ในเมื่อคุณเอาแต่ใจและเผด็จการขนาดนี้ แล้วจะให้ลูกชายคุณแต่งงานออกไปทำไมคะ? คุณก็อยู่กับลูกชายคุณไปตลอดชีวิตเลยสิ! จะได้ไม่ต้องไปทารุณรังแกลูกสาวบ้านอื่น!”

       คุณย่าหลิวโกรธจนหน้าเขียว “แก แก...”

       ราวกับนึกอะไรออก เธอจึงสูดลมหายใจลึก แล้วกล่าวว่า “ตระกูลเซียวมีภูมิหลังต่ำต้อย หากมิใช่เพราะเฉิงเหว่ยลูกชายฉันละก็ เซียวหยวนซินจะมีวาสนาได้แต่งเข้าตระกูลหลิวของฉันหรือ? ไม่แน่ว่าป่านนี้คงยังขึ้นคานไร้คู่! ตระกูลเช่นนั้น ตระกูลหลิวของฉันไม่อยากได้หรอกนะ!”

       ซูเจียวเจียวหัวเราะเยาะ “คุณไม่ต้องพูดจาไร้สาระแบบนั้นหรอกค่ะ! พฤติกรรมของบ้านคุณ เชื่อว่าสิบหมู่บ้านนี้คงรู้กันหมดแล้วกระมัง? ทุกคนคงรู้ว่าคุณจู้จี้จุกจิก ปากร้าย และชอบกลั่นแกล้งลูกสะใภ้ ถึงได้ไม่มีใครยอมยกลูกสาวมาให้แต่งงานด้วย พี่หยวนซินของฉันโดนพวกคุณหลอกเข้าให้แล้วค่ะ!”

       “อีกอย่าง พี่หยวนซินของฉันไม่ได้แย่เลยสักนิด พี่หยวนซินหน้าตาดี ขยันทำงาน กตัญญูรู้คุณ มีข้อดีเต็มไปหมด ถ้าเลิกกันไปจริงๆ คงมีคนมาสู่ขอไม่รู้ตั้งเท่าไร ผู้หญิงไม่เคยต้องกลัวว่าจะไม่ได้แต่งงาน มีแต่ผู้ชายเท่านั้นแหละค่ะที่หาเมียไม่ได้”

       เซียวหยวนซินได้ฟังซูเจียวเจียวพูดชมตัวเองมากมาย ก็รู้สึกหน้าแดงเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าในสายตาของน้องสะใภ้ เธอจะดีถึงเพียงนี้

       เซียวหยวนหมิงมองซูเจียวเจียวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ในอดีตเจียวเจียวก็เคยชมเขาแบบนี้เช่นกัน!

       “พี่หยวนซิน พวกเราไปกันเถอะค่ะ” ซูเจียวเจียวส่งยิ้มให้เซียวหยวนซิน

       เซียวหยวนซินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น เธอตัดสินใจที่จะยืนหยัดสักครั้ง จะไม่ยอมอดทนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว!

       “ที่รัก!” เมื่อหลิวเฉิงเหว่ยเห็นว่าภรรยาและลูกของตนตั้งท่าจะกลับบ้านเดิมจริงๆ ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที รีบเอื้อมมือไปจับมือเซียวหยวนซิน แต่กลับถูกเซียวหยวนหมิงขวางไว้

       เซียวหยวนซินมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วเดินไปกับซูเจียวเจียว

       เซียวหยวนหมิงหิ้วของที่นำมากลับไป

       หลิวเฉิงเหว่ยยังคิดจะตามไป แต่ถูกคุณย่าหลิวดุเสียงดัง “ห้ามตามไป! แค่ผู้หญิงคนเดียว! อยากจะกลับก็ปล่อยให้กลับไปเลย!”

       คุณย่าหลิวมองหลิวเฉิงเหว่ยที่ดูเหมือนคนไร้วิญญาณ แล้วก็ด่าว่า “ดูท่าทางแกสิ ไม่มีอนาคตเลยสักนิด! หล่อนเป็นเมียแก จะหนีไปไหนได้? อีกไม่กี่วันหล่อนก็จะกลับมาเอง!”

       สมัยนี้แทบไม่มีใครหย่าร้างกันเลย ผู้หญิงคนไหนที่หย่าร้าง จะถูกคนในหมู่บ้านพูดถึงไปทั่ว ไปที่ไหนก็โดนดูถูก

       ตระกูลเซียวก็มีภูมิหลังไม่ดี อย่างเซียวหยวนซินจะกล้าที่จะไม่กลับมาหรือ?

       ถ้าเธอไม่กลับมาจริงๆ ก็จะเป็นเพียงรองเท้าเก่าขาดๆ ที่ไร้ค่า!

       ผู้หญิงคนหนึ่งที่พาลูกไปด้วย จะแต่งงานใหม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นเชียว?

       เมื่อครู่เธอก็แค่ถูกยุวชนซูคนนั้นพูดจาหลอกล่อเท่านั้น!

       คุณปู่หลิวหน้าดำคร่ำเครียด อารมณ์ขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด “ปล่อยให้เธอกลับไปพักผ่อนสักสองสามวันก็คงดี วันนี้เธอกลับทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขั้นกล้าต่อปากต่อคำกับพวกเราแล้ว”

       ดังนั้นเมื่อซูเจียวเจียวเสนอให้เซียวหยวนซินกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่สักสองสามวัน เขาก็ไม่ได้ห้าม

       ขาไปง่ายดาย ขากลับแสนลำเค็ญ ถึงเวลานั้นคงไม่ใช่เพียงการพักพิงชั่วคราวอีกต่อไป

       ใบหน้าของพี่สะใภ้ใหญ่หลิวเผยความสะใจออกมา

       ...

       ขณะเดียวกัน ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงก็พาเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวน มุ่งหน้ากลับบ้านพัก

       ซูเจียวเจียวเพิ่งจะรู้ว่าหยวนหยวนเป็นชื่อเล่นที่เซียวหยวนซินตั้งให้ ชื่อจริงของหยวนหยวนคือหลิวจาวตี้ เธอรู้สึกว่าชื่อนี้ไม่เพราะ จึงได้ตั้งชื่อเล่นให้ลูกสาว ด้วยเหตุนี้จึงถูกคนในครอบครัวสามีตำหนิอยู่บ่อยครั้ง

       ตลอดทาง เซียวหยวนซินค่อนข้างหงอยเหงา เธอหันกลับไปมองเป็นพักๆ จึงพบว่าสามีของเธอ หลิวเฉิงเหว่ยไม่ได้ตามมาเลย

       ซูเจียวเจียวเห็นดังนั้น ก็ปลอบโยนเธอเบาๆ สองสามคำ

       หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายนั้น ก็เลยเวลาอาหารกลางวันไปนานแล้ว ตอนนี้น่าจะประมาณบ่ายโมงหรือบ่ายสองโมง

       ตอนนี้ไม่มีของกินติดตัว ซูเจียวเจียวจึงทำได้แค่แกะลูกอมให้หลิวหยวนหยวนกิน

       เซียวหยวนซินเห็นว่าเป็นลูกอมนมกระต่ายขาว ก็รีบห้าม “เด็กผู้หญิงไม่ต้องให้ลูกอมแพงขนาดนั้นหรอก เสียดาย...”

       เธอยังพูดไม่จบ ก็ถูกซูเจียวเจียวขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

       “พี่หยวนซินคะ ทำไมพี่ถึงพูดแบบนั้นล่ะ? เด็กผู้หญิงแล้วยังไง? เด็กผู้หญิงไม่ใช่คนเหรอคะ? มันก็แค่ลูกอมเม็ดเดียวเอง ขนาดพี่เป็นแม่ของหยวนหยวนยังคิดอย่างนี้ แล้วคนอื่นจะเห็นความสำคัญของเด็กคนนี้ได้อย่างไรกัน?”

       เซียวหยวนหมิงมองเซียวหยวนซินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เหมือนไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งพี่สาวที่เขารักจะพูดคำพูดเช่นนี้ออกมา...

       เซียวหยวนซินขอบตาแดงก่ำ น้ำตาไหลออกมาทันที “ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนี้ ฉันแค่คิดว่าลูกอมมันแพงเกินไป...”

       ยิ่งกว่านั้น คุณย่าหลิวก็คอยพูดกรอกหูเธอทุกวันว่าเด็กผู้หญิงไม่มีประโยชน์ เป็นพวกผลาญเงิน ให้ของดีกินแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องแต่งออกไปอยู่บ้านคนอื่น มีแต่ลูกชายเท่านั้นที่มีประโยชน์ ในอนาคตจะอยู่ดูแลยามแก่เฒ่าจนวาระสุดท้าย

       ดังนั้นเธอได้ยินบ่อยๆ จึงเผลอพูดออกไป

       ซูเจียวเจียวถอนหายใจแผ่วเบา พลันรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่ตนเองจริงจังเกินไปแล้ว “พี่หยวนซินคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าพี่นะ ฉันแค่รู้สึกว่าเด็กผู้หญิงก็สำคัญไม่แพ้กัน ตอนนี้ประเทศเราก็ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศไม่ใช่เหรอคะ? ผู้หญิงที่เข้มแข็ง ยังสามารถค้ำฟ้าได้ครึ่งหนึ่งเลยนะคะ! อีกอย่างถ้าไม่มีพวกเราผู้หญิง ผู้ชายจะแต่งงานมีลูกได้อย่างไรคะ? พี่ว่าจริงไหม?”

       เซียวหยวนซินเองก็อ่านหนังสือมาบ้างตั้งแต่เด็ก แต่แนวคิดของเธอยังล้าหลังมาก ไม่เหมือนซูเจียวเจียวที่ผ่านการบ่มเพาะแนวคิดจากยุคหลัง จึงมีแนวคิดที่ก้าวหน้ากว่ามาก

       แต่ตอนนี้เธอฟังคำพูดของซูเจียวเจียว ดวงตาก็พลันสว่างขึ้นมาก ใช่แล้ว! ผู้หญิงเราไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายเลย!

       “ฉันจะไม่พูดคำพูดแบบนี้อีกแล้ว หยวนหยวนเป็นลูกสาวแท้ๆ ของฉัน ฉันจะรักเธอให้ดี”

       ซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ดีแล้วค่ะ”

       “น้องสะใภ้ เธอดีกับฉันจริงๆ” เซียวหยวนซินมองซูเจียวเจียวด้วยความซาบซึ้งใจ

       ยุวชนจากเมืองคนนี้ไม่เหมือนใครเลย คารมคมคายเจรจาเฉียบคม ไม่กี่ประโยคก็ทำให้แม่สามีตัวร้ายของเธอพูดไม่ออก แถมยังคอยชี้แนะเธออีกด้วย

       อาหมิงได้ภรรยาที่เก่งกาจแบบนี้ ดีจริงๆ!

       ต่อไปเธอจะไม่ต้องกังวลเรื่องของอาหมิงอีกแล้ว

       ซูเจียวเจียวแกะลูกอมอีกเม็ดให้เซียวหยวนซินกิน

       ทันทีที่ลูกอมเข้าปาก รสหวานก็กลบความขมปร่าในปากไปจนหมด ทำให้ความรู้สึกโดยรวมดีขึ้นเล็กน้อย

       เธอเคยกินลูกอมแค่ครั้งสองครั้งตอนเด็กๆ หลังจากนั้นหลายปีก็ไม่เคยกินอีกเลย หลังจากแต่งงานเข้าตระกูลหลิว เธอก็กินน้ำตาลทรายแดงแค่สองชามตอนอยู่ไฟ หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นแม้แต่เงาของน้ำตาลอีกเลย

       ซูเจียวเจียวแกะลูกอมอีกเม็ดให้เซียวหยวนหมิงกิน เซียวหยวนหมิงหน้าบึ้งตึง ไม่พูดอะไร ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่

       คุณปู่หลิวกลับถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอนพักทันที แล้วบอกให้คุณย่าหลิวรีบทำอาหาร

       คุณย่าหลิวจึงเรียกสะใภ้ใหญ่ไปทำอาหาร สะใภ้ใหญ่ได้ยินว่าจะให้ทำอาหาร ก็พลันไม่พอใจขึ้นมาทันที “แม่คะ ฉันก็ทำงานมาทั้งเช้า ไม่ได้พักหายใจเลย ให้สะใภ้สี่ไปทำเถอะค่ะ...”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^