LNCrawler

บทที่ 58 การเปลี่ยนแปลงของเซียวหยวนซิน [4]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 58 การเปลี่ยนแปลงของเซียวหยวนซิน [4]

        หลังจากอาหารค่ำ เซียวหยวนหมิงก็รีบไปจัดการกับหมูป่าตัวนั้น เพราะตอนที่จับกลับมา มันก็อ่อนแรงแทบจะสิ้นใจอยู่แล้ว

       มือของเซียวหยวนหมิงว่องไว จัดการหมูป่าอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งถูกหั่นเป็นชิ้นเนื้อ ซูเจียวเจียวใช้เกลือทาหมักไว้ อีกส่วนเซียวหยวนซินบอกว่าจะนำไปรมควันทำเป็นเนื้อเค็มเก็บไว้

       ตอนนี้เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง วันข้างหน้าอากาศจะยิ่งหนาวเย็นลง จึงไม่ต้องกลัวว่าเนื้อจะเสีย

       ซูเจียวเจียวพยักหน้าเห็นด้วย ช่วงฤดูหนาวงานจะน้อยลง แถมสัตว์ก็จำศีลด้วย หากต้องการกินเนื้อก็จะหาได้ยากกว่าปกติ ควรเก็บไว้กินในช่วงฤดูหนาวจริงๆ

       เช้าวันรุ่งขึ้น เซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวไม่ได้ไปทำงาน ทั้งสองพาเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวนไปเที่ยวที่ตัวอำเภอด้วยกัน

       เซียวหยวนหมิงมีจุดประสงค์หลักคือไปจัดการขายงูที่จับมาเมื่อคืน เพราะตอนที่งูยังไม่ตายจะขายได้ราคาดี

       ส่วนซูเจียวเจียวก็แวะไปรับพัสดุที่ไปรษณีย์ เพราะเวลาหนึ่งเดือนผ่านไป เงินและบัตรแลกของต่างๆ ที่บ้านส่งมาก็มาถึงพอดี

       ในตอนเช้า หลังจากสี่คนกินอาหารเช้าเสร็จ ซูเจียวเจียวก็สวมกระโปรงลายตารางที่เธอเย็บเอง

       แม้สีของกระโปรงจะไม่ฉูดฉาด แต่ซูเจียวเจียวก็มีฝีมือในการตัดเย็บอย่างประณีต โดยเฉพาะบริเวณเอวที่มีการเก็บทรงให้กระโปรงดูเข้ารูปมากขึ้น

       ส่วนที่เก็บเอวไม่เด่นชัดนัก แต่ก็ยังคงเผยให้เห็นรูปร่างของเอว

       กระโปรงแขนสั้น ซูเจียวเจียวใช้ผ้าโปร่งสีขาวมาทำเป็นระบายทรงกลีบบัว ส่วนปกเสื้อก็เป็นทรงกลีบบัวเช่นกัน บริเวณหน้าอกทำเป็นกระดุมเล็กๆ เรียงกัน ซึ่งกระดุมนั้นถูกเย็บด้วยผ้าลายตาราง

       รูปแบบเสื้อผ้าเช่นนี้ถือว่าล้ำสมัยที่สุดในยุคนี้แล้ว

       ผมที่เพิ่งสระเมื่อคืนยาวถึงเอว ซูเจียวเจียวมัดหางม้าสูง แล้วถักเปีย

       เมื่อซูเจียวเจียวเดินออกมาจากห้อง เซียวหยวนหมิงถึงกับตะลึงตาค้าง ไม่อาจละสายตาไปได้เลย

       ภรรยาของเขาสวยเหลือเกิน!

       ภรรยาของเขาเป็นคนที่สวยที่สุดในละแวกนี้ และในหมู่ยุวชนทั้งหมด!

       เซียวหยวนซินก็ตกตะลึงเช่นกัน เธอคิดว่าน้องสะใภ้ของเธอช่างงดงามจริงๆ!

       “น้าสะใภ้ สวยจังค่ะ!” หลิวหยวนหยวนพูดพลางพยักหน้าเล็กน้อย

       ซูเจียวเจียวเห็นเซียวหยวนซินยังคงใส่เสื้อผ้าเก่าขาดที่เต็มไปด้วยรอยปะชุนมากมาย ซูเจียวเจียวจึงกลับเข้าไปในห้องแล้วหยิบกระโปรงเก่าของเธอออกมาให้เซียวหยวนซินใส่

       แม้จะเป็นของเก่า ทว่าก็ยังดูใหม่ เพราะเพิ่งใส่ไปเพียงสองครั้งเท่านั้น

       เซียวหยวนซินไม่ได้ใส่กระโปรงมาหลายปีแล้ว จึงไม่ยอมใส่เลย แต่ซูเจียวเจียวก็พร่ำพูดหว่านล้อมจนในที่สุดเธอก็ยอมเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรง

       เพื่อความสะดวกในการทำงาน และเพื่อประหยัดน้ำฝักส้มป่อย [*] เซียวหยวนซินจึงตัดผมสั้นเสมอหูตั้งแต่แต่งงาน แต่โชคดีที่เซียวหยวนซินไม่ตัวเตี้ยนัก สูงกว่าซูเจียวเจียวเพียงเล็กน้อย ประกอบกับช่วงนี้ได้รับการดูแลให้มีผิวพรรณขาวขึ้นและอ้วนท้วนขึ้นเล็กน้อย ทำให้เมื่อใส่กระโปรงของซูเจียวเจียวแล้วก็ดูเข้ากันได้ดี แถมยังดูสวยน่ารักเมื่อจับคู่กับผมสั้นเสมอหู

       ซูเจียวเจียวชมเชยว่า “อาหมิง แม่ของคุณต้องเป็นหญิงงามมากแน่ๆ จึงให้กำเนิดพี่น้องสองคนได้งดงามน่ามองขนาดนี้”

       “เจียวเจียวนี่ช่างปากหวานจริงๆ ฉันว่าแม่ของเธอต่างหากที่งดงามมาก ไม่เช่นนั้นจะให้กำเนิดเธอ ซึ่งงดงามราวกับเทพธิดาได้อย่างไร” เซียวหยวนซินหัวเราะ

       เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเจียวเจียวก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย แม่ของเธอหลี่อวี้เหมยไม่ได้เป็นหญิงงามนัก หากจะพูดอย่างตรงไปตรงมาละก็ ใบหน้าของเธอก็ธรรมดาๆ แถมใบหน้ายังค่อนข้างเหลี่ยม น้องสาวของเธอซูชิงชิงก็มีหน้าตาคล้ายแม่ ส่วนพ่อของเธอก็ยิ่งดูธรรมดาเข้าไปใหญ่

       มีเพียงเธอเท่านั้นที่ไม่เหมือนทั้งแม่และพ่อ ช่างเป็นเรื่องแปลกประหลาดเสียจริง

       “อาเหนียงสวยจังเลยค่ะ” หลิวหยวนหยวนยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันน้ำนมเล็กๆ น่ารัก

       ซูเจียวเจียวลูบใบหน้าเล็กๆ ของหลิวหยวนหยวนเบาๆ “เรียกว่าแม่สิคะ อย่าเรียกว่าอาเหนียง”

       ปัจจุบันชาวชนบทยังคงเรียกพ่อแม่ว่า ‘เตี๋ย / เหนียง’ กันเป็นส่วนใหญ่ แทบจะไม่มีใครเรียก ‘พ่อ / แม่’ เลย

       คำว่า ‘พ่อ / แม่’ จะเป็นที่นิยมในหมู่ชาวชนบทในยุคหลัง

       เธอคิดว่าเมื่อหลิวหยวนหยวนโตขึ้น ก็จะส่งไปเรียนหนังสือ เพื่อให้เด็กน้อยก้าวทันยุคสมัยที่ผันแปร

       “มะ… แม่” หลิวหยวนหยวนเลียนเสียงพูดตาม

       “ถูกแล้ว! เก่งมาก” ซูเจียวเจียวหัวเราะพร้อมเอ่ยชม “หยวนหยวนของพวกเราฉลาดจริงๆ เรียนรู้ได้เร็วมาก”

       หลิวหยวนหยวนเผยรอยยิ้มแห่งความสุข เธอชอบน้าสะใภ้ น้าสะใภ้มักจะให้ของอร่อยๆ แถมยังชมเธอว่าฉลาดและน่ารักอีกด้วย

       ซูเจียวเจียวจับมือหลิวหยวนหยวน แล้วหันไปพูดกับเซียวหยวนซินว่า “ฉันยังมีบัตรแลกผ้าเหลืออยู่บ้าง เดี๋ยวไปที่สหกรณ์แล้วจะซื้อผ้าเพิ่มอีกหน่อย จะเอาไปตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พี่กับหยวนหยวนนะคะ”

       เพราะตอนนั้นรีบร้อนมา เซียวหยวนซินจึงทันเตรียมเสื้อผ้ามาแค่ชุดเดียว ส่วนเสื้อผ้าของหลิวหยวนหยวนก็น้อยนิดน่าสงสาร ไม่มีเสื้อผ้าใหม่แม้แต่ชิ้นเดียว มีแต่เสื้อผ้าผู้ใหญ่ที่แก้ให้มีขนาดเล็กลง

       เซียวหยวนซินรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันมีเสื้อผ้าสองชุดก็พอแล้ว ฉันต้องไปทำงานในไร่นาอยู่ทุกวัน จะใส่เสื้อผ้าใหม่ได้ยังไงกัน มันก็จะเป็นการทำลายเสื้อผ้าดีๆ เสียเปล่า”

       ซูเจียวเจียวกล่าวว่า “คุณไม่เอาก็ได้ แต่หยวนหยวนเขาก็ต้องการเสื้อผ้าชุดใหม่เหมือนกัน อากาศเริ่มหนาวแล้ว หยวนหยวนก็ไม่มีเสื้อผ้าดีๆ สักกี่ชุด ถือว่านี่เป็นของขวัญจากฉันในฐานะน้าสะใภ้ที่มอบให้หยวนหยวนก็แล้วกันค่ะ”

       เซียวหยวนซินเม้มริมฝีปาก ดวงตาของเธอแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย

       เธอเคยคิดว่าเมื่อแต่งงานแล้ว จะมีที่หลบภัยจากพายุฝน จะมีบ้านที่อบอุ่น แต่ใครจะรู้เล่าว่าหลังจากแต่งงานแล้ว พายุฝนเหล่านั้นกลับมาจากสามีของเธอเอง

       หากรู้เช่นนี้ เธอคงไม่แต่งงาน เธอคงอยู่กับน้องชายและน้องสะใภ้ไปตลอดชีวิต

       เซียวหยวนหมิงเองก็สวมเสื้อเชิ้ตตัวใหม่ที่ซูเจียวเจียวทำให้ มันยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยคมคายอยู่แล้วดูสง่างามจับตา

       ทั้งสี่คนจึงขึ้นรถแทรกเตอร์ที่กำลังจะไปตัวอำเภอพอดี จ่ายค่ารถไปห้าเหมา ซึ่งถูกกว่ารถโดยสารประจำทางมาก

       เมื่อมาถึงตัวเมือง เซียวหยวนหมิงก็แยกกับซูเจียวเจียวและเซียวหยวนซิน เขาต้องไปหาคนรับซื้องูในถุง

       ซูเจียวเจียวพาเซียวหยวนซินไปที่สหกรณ์เพื่อซื้อของบางอย่าง และใช้บัตรแลกผ้าซื้อผ้าหลายเมตรที่มีสีต่างกันไป

       จากนั้นก็ไปที่ไปรษณีย์เพื่อรับพัสดุ

       นอกจากเงินยี่สิบหยวนแล้ว ยังมีบัตรแลกน้ำตาล บัตรแลกผ้า บัตรแลกน้ำมัน บัตรแลกเนื้อ และหนังสืออีกหลายเล่ม รวมถึงจดหมายที่นายซูเหวินเฉิงผู้เป็นพ่อเขียนมาให้

       เนื้อความในจดหมายกล่าวถึงซูเจียวเจียวว่า แม้ในสภาพที่ยากเข็ญเช่นนี้ เธอยังคงอ่านหนังสือได้ นับเป็นความมานะอุตสาหะที่น่าชื่นชม ท่านพ่อจึงสนับสนุนให้เธออ่านหนังสือต่อไป

       แต่หนังสือบางเล่มที่เธอต้องการนั้นหาไม่เจอ พบเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น และหลังจากนี้ท่านพ่อจะช่วยมองหาต่อไป

       นอกจากนี้ ในพัสดุยังมีผงนมมอลต์หนึ่งกระป๋อง เนื้อวัวกระป๋องหนึ่งกระป๋อง และผลไม้กระป๋องอีกหนึ่งกระป๋อง

       เซียวหยวนซินอาสาช่วยถือของทั้งหมด

       น้องสะใภ้ดีกับเธอและหยวนหยวนมาก เธอจึงต้องช่วยทำงาน จะอยู่กินเฉยๆ ได้อย่างไร

       ยิ่งกว่านั้น น้องสะใภ้ก็ดูบอบบางอ่อนแอ ดูแล้วคงไม่มีเรี่ยวแรง ส่วนเธอเองก็มีดีอย่างเดียวคือมีกำลังมาก

       ซูเจียวเจียวก็ไม่ได้ขัดเธอ หากไม่ปล่อยให้เธอทำอะไรเลย เธอคงรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากหลายวันที่ผ่านมาที่เธอมาอยู่บ้านนี้ เดินเบาๆ เกรงว่าตนจะทำอะไรไม่ดี ทำให้เธอไม่พอใจ

       ซูเจียวเจียวพกกระดาษและปากกาติดตัวมาด้วย เธอจึงรีบเขียนจดหมายตอบกลับซูเหวินเฉิงที่ไปรษณีย์ กล่าวขอบคุณและคิดถึงพ่อมากมาย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่เธอแต่งงานในชนบทเลยแม้แต่น้อย

       หากเธอเล่าเรื่องนี้ละก็ เงินและบัตรต่างๆ คงหายไปหมด เธอไม่มีทางบอกเขาแน่

       แต่ตอนนั้นเธอก็ไม่ได้บอกอะไรเลย แต่พ่อแม่ของเธอก็ยังรับรู้เรื่องนี้อยู่ดี

       จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าพ่อและแม่ของเธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

        

       เชิงอรรถ

       [*] สบู่ธรรมชาติ พืชที่ใช้ซักล้างแทนสบู่ในสมัยก่อน


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^