บทที 59 การเปลี่ยนแปลงของเซียวหยวนซิน [5]
บทที 59 การเปลี่ยนแปลงของเซียวหยวนซิน [5]
ซูเจียวเจียวครุ่นคิดอยู่สักพัก ก็พลันนึกถึงใบหน้าหนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
โจวเม่ย!
ข่าวคราวต้องเล็ดลอดมาจากหล่อนเป็นแน่ และคนที่ไม่อาจเห็นเธอมีความสุขได้ นอกเสียจากโจวเม่ยแล้วจะมีใครอื่น?
ยิ่งไปกว่านั้น โจวเม่ยรู้ที่อยู่บ้านของเธอ ครั้งหนึ่งเธอเคยฝากจดหมายกลับบ้านกับโจวเม่ยที่บังเอิญเข้าเมือง แทนที่จะส่งเองที่ไปรษณีย์…
ไม่แน่ว่าโจวเม่ยอาจแอบจดที่อยู่บ้านของเธอไว้...
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ดวงตาของซูเจียวเจียวก็ฉายแววเย็นชาขึ้นมา
ตอนนี้พ่อกับแม่น่าจะยังไม่ได้รับจดหมายที่โจวเม่ยส่งไป
ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว อีกราวๆ สองเดือน พ่อกับแม่ก็จะหยุดส่งเงินและบัตรแลกของมาให้ นั่นหมายความว่าโจวเม่ยอาจจงใจส่งข่าวการแต่งงานของเธอที่ชนบทไปให้ที่บ้านในเดือนหน้า…
ถึงตอนนั้น เธอคงต้องจับตาดูการกระทำของโจวเม่ยให้ดี
ระหว่างที่ซูเจียวเจียวไปยังสหกรณ์และไปรษณีย์ สายตามากมายต่างจับจ้องมาที่เธอ
ทั้งชายและหญิง
ซูเจียวเจียวมีผิวขาวผุดผ่องและงดงามอยู่แล้ว ยิ่งสวมชุดกระโปรงที่ดูแปลกใหม่ ก็ยิ่งดึงดูดสายตาผู้คน
ฝ่ายชายต่างชื่นชมในความงดงาม ส่วนฝ่ายหญิงต่างแอบอิจฉาในใจ พลางคิดว่ากระโปรงของซูเจียวเจียวช่างสวยงามเหลือเกิน ไม่รู้ว่าซื้อมาจากที่ไหน!
ชุดกระโปรงที่ทันสมัยเช่นนี้ น่าจะซื้อมาจากตัวเมืองมณฑลเป็นแน่!
ในตัวอำเภอแห่งนี้ ไม่มีกระโปรงที่สวยงามแบบนี้เลย!
กระทั่งหญิงสาวบางคนที่มีฐานะร่ำรวยเล็กน้อย อดใจไม่ไหวถึงกับวิ่งเข้ามาถามซูเจียวเจียวว่า กระโปรงนี้ซื้อมาจากที่ไหน ซูเจียวเจียวจึงตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “ฉันตัดเองค่ะ”
เซียวหยวนซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตกใจ เธอนึกว่ากระโปรงที่สวยงามขนาดนี้เป็นของที่บ้านแม่ของน้องสะใภ้ส่งมาจากตัวเมืองมณฑลเสียอีก!
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝีมือของน้องสะใภ้!
หญิงสาวหลายคนเมื่อได้ยินว่าเป็นฝีมือของซูเจียวเจียวเอง ต่างก็แสดงสีหน้าเสียดาย
จากนั้นก็มีคนถามซูเจียวเจียวว่าเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าหรือไม่ หากพวกเธอต้องการสั่งตัด จะรับทำได้ไหม?
ซูเจียวเจียวส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ที่บ้านฉันไม่มีจักรเย็บผ้า กระโปรงที่ฉันใส่ตัวนี้ฉันเย็บด้วยมือทีละฝีเข็ม การเย็บด้วยมือใช้เวลานานและเสียสายตามาก ฉันจึงไม่รับทำเสื้อผ้าเป็นการชั่วคราวค่ะ”
ทุกคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็มองซูเจียวเจียวด้วยความอาลัยอาวรณ์
“แต่พวกคุณสามารถทิ้งที่อยู่ไว้ให้ฉันได้นะคะ ถ้าอนาคตฉันซื้อจักรเย็บผ้าได้เมื่อไร ฉันจะรับทำเสื้อผ้าค่ะ”
คำพูดของซูเจียวเจียวทำให้ดวงตาของพวกเขาสว่างขึ้นมาทันที และต่างก็ทิ้งที่อยู่ไว้ให้
โชคดีที่ซูเจียวเจียวมีนิสัยพกกระดาษและปากกาติดตัว จึงจดที่อยู่ของพวกเขาทีละคน
หลังจากทุกคนจากไป เซียวหยวนซินจึงเอ่ยขึ้นว่า “เจียวเจียว เธอเก่งจริงๆ ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะทำเสื้อผ้าได้ แล้วยังทำออกมาได้สวยงามขนาดนี้! สวยกว่าที่สหกรณ์ขายเสียอีก!”
ดวงตาของซูเจียวเจียวฉายแววคิดวางแผน “พี่หยวนซิน ถ้าอนาคตพี่อยากเรียน ฉันก็สอนให้ได้นะคะ”
รอจนกว่าจะมีการฟื้นฟูระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย การทำธุรกิจส่วนตัวก็สามารถเริ่มต้นได้
และการเป็นช่างตัดเสื้อ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นที่ยอมรับ เพียงแต่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เศรษฐกิจของทุกคนจะดีขึ้นกว่าตอนนี้มาก และมีคนทำเสื้อผ้าจำนวนมาก ร้านตัดเย็บเล็กๆ หลายแห่งก็เจริญรุ่งเรือง
หากเซียวหยวนซินสามารถเรียนรู้ฝีมือได้ ในอนาคตก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีงานทำ และยังสามารถมอบชีวิตที่ดีขึ้นให้กับหยวนหยวนได้ด้วย
เซียวหยวนซินถึงกับผงะ ดูเหมือนไม่คาดคิดว่าซูเจียวเจียวจะถามเช่นนั้น “ฉัน… ฉันเรียนได้จริงๆ หรือ?”
ต้องรู้ว่า การเป็นช่างตัดเสื้อนั้นเป็นวิชาที่ไม่ได้ถ่ายทอดกันง่ายๆ เด็กฝึกงานทุกคนต้องติดตามอาจารย์ซุ่มเล่าเรียนเป็นเวลาสามปี ช่วยทำงานสามปีจึงจะเรียนรู้ได้ และยังต้องใช้เส้นสายเล็กน้อย อาจารย์ถึงจะรับเป็นศิษย์
“แน่นอนค่ะ พี่เป็นพี่สาวของอาหมิง ก็เป็นพี่สาวของฉันด้วย ตราบใดที่พี่อยากเรียน เมื่อมีจักรเย็บผ้าแล้วฉันก็จะสอนพี่ค่ะ” ซูเจียวเจียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ที่บ้านมีเงินมากกว่าห้าร้อยหยวน การนำเงินหนึ่งร้อยห้าสิบหยวนมาซื้อจักรเย็บผ้าก็ยังพอได้ ถึงตอนนั้นเธอก็จะรับทำเสื้อผ้าให้คนอื่น จะได้ไม่ต้องไปทำงานในทุ่งนา และการรับทำเสื้อผ้าก็ยังมีรายได้ และยังมีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้นด้วย
แต่การซื้อจักรเย็บผ้าต้องมีบัตรแลกเครื่องจักร ซึ่งหาซื้อได้ยากในตัวอำเภอ ต้องไปซื้อที่ตัวเมืองมณฑล
วันหลังค่อยถามอาหมิงว่ามีช่องทางไหม
เมื่อเซียวหยวนซินได้ยินว่าเธอจะได้เรียนรู้การทำเสื้อผ้าจากซูเจียวเจียวในอนาคต ดวงตาของเธอก็ฉายแววเป็นประกายและคาดหวัง
จากนั้นซูเจียวเจียวก็พาเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวนไปยังร้านตัดเย็บเสื้อผ้าเก่าแก่แห่งนั้น
“โอ้ ยุวชนซู ในที่สุดคุณก็มาแล้ว” ช่างเหยียนเห็นซูเจียวเจียวก็รีบต้อนรับอย่างอบอุ่น
ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้นหรือคะช่างเหยียน?”
เห็นท่าทางของช่างเหยียนแล้ว ราวกับว่ากำลังรอเธออยู่
ช่างเหยียนยิ้มพลางกล่าวว่า “คุณไม่รู้หรอก ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่คุณช่วยซ่อมกระโปรงตัวนั้นของอาจารย์เฉิน เธอก็มาหาคุณทุกๆ สองสามวันเลย”
ซูเจียวเจียวได้ยินก็ถึงกับผงะ “กระโปรงตัวนั้นแก้ไขแล้วไม่เป็นที่พอใจของเธอหรือคะ?”
ช่างเหยียนยิ้ม “พอใจมากต่างหากเล่า! พอใจมากเสียจนอยากจะหาคุณตลอดเวลา อยากจะให้คุณช่วยแก้ไขกระโปรงตัวอื่นๆ ของเธอด้วย”
เป็นเช่นนี้นี่เอง
ซูเจียวเจียวพลันเข้าใจแล้วพยักหน้าตอบ ‘อ้อ’ แต่เธอไม่ได้มีเวลาว่างที่จะเสียไปกับการแก้เสื้อผ้าให้ผู้อื่นโดยไม่คิดค่าตอบแทน วันนั้นเป็นเพราะเธอไม่อยากมีปากเสียง อีกทั้งด้วยหน้าที่การงาน เธอจึงยื่นมือเข้าช่วย
“ช่างเหยียน วันนี้ฉันมาหาคุณเพื่อขอให้ช่วยทำเสื้อผ้าให้สองสามชุดค่ะ” ซูเจียวเจียวหยิบผ้าที่ซื้อมาออกมา “สองชุดสำหรับเด็ก หนึ่งชุดสำหรับผู้ใหญ่ค่ะ”
แม้เธอจะทำเสื้อผ้าได้ แต่เพราะไร้ซึ่งจักรเย็บผ้าที่จะช่วยผ่อนแรง ทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า
ซูเจียวเจียวจึงตัดสินใจนำมาให้ช่างเหยียนช่วยทำ
ช่างเหยียนได้ยินเช่นนั้น ก็กล่าวด้วยความละอายเล็กน้อย “ช่วงสองสามวันนี้ผมรับงานใหญ่มาหลายงาน เป็นของทางชุมชนครับ ทางนั้นเร่งมาก สองเดือนนี้ผมอาจจะไม่มีเวลาเลย”
เมื่อได้ยินว่าอาจจะไม่มีเวลาทำเป็นเวลาสองเดือน ซูเจียวเจียวจึงทำใจที่จะนำกลับไปเย็บด้วยมือเองอย่างช้าๆ
ขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังจะเดินจากไป ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงเรียกจากด้านหลังว่า “ยุวชนซู? คุณคือยุวชนซูใช่ไหมคะ?”
ซูเจียวเจียวหันกลับไปมอง ก็เห็นหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งสวมชุดกระโปรงเดินตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว
ซูเจียวเจียวเห็นทันทีว่ากระโปรงที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่นั้นคือชุดที่เธอเคยช่วยปรับแก้ให้ในวันนั้น ซึ่งก็คืออาจารย์เฉินนั่นเอง
“ในที่สุดฉันก็หาคุณเจอแล้ว” อาจารย์เฉินเดินมาหาซูเจียวเจียวด้วยสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย
ซูเจียวเจียวมองเธอ “อาจารย์เฉิน คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือคะ?”
แต่อาจารย์เฉินกลับจ้องมองชุดกระโปรงที่ซูเจียวเจียวสวมใส่อย่างเปล่งประกาย “กระโปรงของคุณสวยมาก! ซื้อมาจากที่ไหนคะ?”
ซูเจียวเจียวตอบ “ฉันทำเองค่ะ”
อาจารย์เฉินจ้องซูเจียวเจียวเขม็ง ราวกับกลัวว่าเธอจะวิ่งหนีไป “ทำเองหรือคะ? คุณช่วยทำให้ฉันสักตัวได้ไหม ฉันจะจ่ายเงินให้คุณค่ะ!”
ซูเจียวเจียวแย้มรอยยิ้มที่มุมปาก “ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกค่ะ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีจักรเย็บผ้า ต้องเย็บด้วยมือล้วนๆ ซึ่งเสียสายตามากเลย” ซูเจียวเจียวจึงกล่าวซ้ำอีกครั้งว่า เธอจะหาทางซื้อจักรเย็บผ้าในอนาคต
อาจารย์เฉินเมื่อได้ยินว่าซูเจียวเจียวจะซื้อจักรเย็บผ้าในอนาคต ดวงตาของเธอก็กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง ดูเหมือนครอบครัวของยุวชนซูจะมีฐานะดี ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเงินซื้อจักรเย็บผ้าหรอก
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^