LNCrawler

บทที่ 60 การเปลี่ยนแปลงของเซียวหยวนซิน [6]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 60 การเปลี่ยนแปลงของเซียวหยวนซิน [6]

        แต่การจะได้จักรเย็บผ้าในอนาคต ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องรอนานแค่ไหน!

       เฉินเจียอวี้แทบจะละสายตาไปจากชุดกระโปรงที่ซูเจียวเจียวสวมอยู่ไม่ได้ มันช่างประณีตงดงามจับตาเสียจนเธออยากได้มาครอบครอง

       ซูเจียวเจียวมองประกายความอยากได้ในแววตาของเธอ แล้วยิ้มกล่าว “ช่างเหยียนบอกว่าคุณตามหาฉัน มีอะไรงั้นหรือคะ ชุดกระโปรงมีปัญหาอีกแล้วหรือ?”

       เฉินเจียอวี้ส่ายหน้า “เปล่าเลยค่ะ เปล่าเลย”

       เธอเผยรอยยิ้มอย่างตื่นเต้น “หลังจากที่คุณช่วยแก้ไขชุดกระโปรงให้ฉัน คนส่วนใหญ่ก็พากันชมว่าสวยมากเลยค่ะ แม้แต่ครูผู้หญิงที่โรงเรียนก็ยังถามไม่หยุดว่าฉันไปสั่งทำมาจากที่ไหน”

       นี่เป็นการสนองความต้องการด้านความรักสวยรักงามของเธอได้อย่างเต็มเปี่ยม!

       “ที่บ้านฉันยังมีชุดกระโปรงอีกหลายชุดค่ะ ฉันรู้สึกว่าแบบมันล้าสมัยเกินไป อยากจะให้คุณช่วยแก้ไขให้ทั้งหมดเลย” เธอพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง “เรื่องราคาไม่ใช่ปัญหาค่ะ”

       ซูเจียวเจียวไม่ได้ตอบตกลงทันที “ฉันต้องขอดูชุดกระโปรงก่อนว่าสามารถปรับแก้ได้หรือไม่ค่ะ”

       ถึงแม้การปรับแก้ชุดกระโปรงจะง่ายกว่าการตัดชุดใหม่ แต่ก็ต้องพิจารณาก่อน

       “ตกลง! งั้นคุณไปบ้านฉันสิคะ ฉันจะเอาให้คุณดู” เฉินเจียอวี้กล่าวอย่างตื่นเต้น

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า จากนั้นเธอก็พาเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวนไปยังบ้านของเฉินเจียอวี้ด้วยกัน

       เฉินเจียอวี้อาศัยอยู่ในตรอกแห่งหนึ่ง บ้านของเธอกว้างขวางพอสมควร มีสนามเล็กๆ ด้วย บ้านจัดแต่งอย่างสะอาดเรียบร้อย

       เฉินเจียอวี้พาพวกซูเจียวเจียวทั้งสามคนเข้าไปในบ้าน ก่อนจะรินน้ำหวานสามถ้วยให้พวกเขา

       ซูเจียวเจียวเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ “ครูเฉินไม่ต้องลำบากก็ได้นะคะ พวกเรายังไม่กระหายน้ำเลย”

       “เรื่องชุดคราวก่อน ฉันผิดเองที่เข้าใจคุณผิด คุณไม่ถือโทษโกรธเคืองและยังช่วยแก้ไขชุดกระโปรงให้ฉันอีก ฉันยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของคุณเลย นี่แค่น้ำหวานถ้วยเดียวเอง อย่าได้ปฏิเสธฉันเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นต่อไปฉันก็ไม่กล้าขอให้คุณช่วยแล้วค่ะ” เฉินเจียอวี้ยิ้มกล่าว

       ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นจึงไม่ได้ปฏิเสธต่อ เธอคิดในใจว่าครูเฉินคนนี้ดูจะน่ารักกว่าที่เห็นครั้งที่แล้วมาก

       คงเป็นเพราะครั้งที่แล้วชุดกระโปรงใหม่ของเธอถูกทำขาด เธอเสียใจมากจนไม่มีเวลาจะมาสนใจเรื่องอื่น เลยทำให้ตอนนั้นอารมณ์ฉุนเฉียวไปหน่อย

       หลังจากที่เรื่องราวทุกอย่างถูกแก้ไขจนกระจ่าง เฉินเจียอวี้ก็รู้สึกเสียใจมาก เธอคิดว่าในฐานะครูคนหนึ่ง เธอไม่ควรที่จะกล่าวหาคนอื่นโดยที่ยังไม่รู้ความจริง

       ดังนั้นเมื่อเห็นซูเจียวเจียวในครั้งนี้ เธอจึงชงน้ำหวานให้พวกเขาทั้งสามคนทันที

       เซียวหยวนซินกลัวหลิวหยวนหยวนจะทำถ้วยหล่น จึงถือถ้วยป้อนน้ำให้หลิวหยวนหยวนช้าๆ

       ส่วนซูเจียวเจียว หลังจากที่ได้ดูชุดกระโปรงหลายชุดที่เฉินเจียอวี้เอาออกมาแล้ว เธอกล่าวว่า “แก้ไขได้ค่ะ แต่ฉันคงต้องคิดค่าแก้ชุดแพงหน่อยนะคะ หนึ่งชุดอย่างน้อยก็ต้องหนึ่งหยวนค่ะ”

       เฉินเจียอวี้เมื่อได้ยินว่าค่าแก้ไขชุดกระโปรงหนึ่งชุดต้องหนึ่งหยวน ก็อดประหลาดใจเล็กน้อยไม่ได้ แต่เมื่อเห็นชุดกระโปรงที่ซูเจียวเจียวสวมอยู่สวยงามจริงๆ เธอจึงกัดฟัน “ได้ค่ะ หนึ่งหยวนก็หนึ่งหยวน!”

       ซูเจียวเจียวเองก็ไม่คิดว่าเฉินเจียอวี้จะตอบตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้

       ต้องรู้ว่าในยุคนี้ การจ้างช่างตัดเย็บเสื้อผ้าหนึ่งชุดก็แค่ห้าหยวนกว่าๆ ชุดดีๆ หน่อยก็หกเจ็ดหยวน หากตัดแค่เสื้อตัวเดียวหรือกางเกงตัวเดียวก็ประมาณสองถึงสามหยวนเท่านั้น

       ซูเจียวเจียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “คุณวางใจได้เลยค่ะ รับรองว่าคุณจะรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าแน่นอน อีกสามวันฉันจะเอาชุดกระโปรงมาส่งให้คุณนะคะ”

       ชุดกระโปรงทั้งหมดหกชุด เธอใช้เวลาสองวันก็แก้ไขเสร็จแล้ว

       เมื่อตกลงเวลากันเรียบร้อย ซูเจียวเจียวก็จากไป

       หลังจากวุ่นวายมานาน ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว แต่เซียวหยวนหมิงยังไม่กลับมา ตามที่ตกลงกันไว้คือจะรออยู่ที่หน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ

       หลังจากรอไปสักพัก ก็มีเสียงโวยวายดังมาจากด้านหน้า ผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่ปากตรอกด้านหน้า ซูเจียวเจียวรู้สึกอยากรู้อยากเห็น จึงเดินตามฝูงชนไปดู เธอสั่งให้เซียวหยวนซินพาหยวนหยวนรออยู่ที่หน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ และอย่าไปไหน

       เมื่อมาถึงปากตรอก ซูเจียวเจียวพบว่ามีชายร่างสูงสองคนสวมชุดธรรมดาขวางทางอยู่ หลังจากสอบถามดูจึงรู้ว่ามีคนแอบค้าขายผิดกฎหมาย ทางการจึงส่งคนมาจับกุม

       พวกคนเหล่านั้นที่หนีออกมาจากตลาดมืดก็พากันวิ่งมาทางนี้ และถูกกลุ่มยุวชนแดงที่สวมชุดพลเรือนจับกุมไว้

       เมื่อครู่ก็เพิ่งจับไปแล้วสองคน

       ซูเจียวเจียวใจหล่นวูบพลันรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

       อาหมิงจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม…

       ซูเจียวเจียวกำมือแน่น มองเข้าไปในตรอกด้วยความกังวล

       ในชาติที่แล้ว อาหมิงทำธุรกิจนี้ก็ไม่เคยเกิดเรื่องร้ายแรงใดๆ ชาตินี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเช่นกัน

       แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่า เธอได้เกิดใหม่แล้ว เรื่องราวหลายอย่างอาจเปลี่ยนแปลงไป หากมันไม่เป็นไปตามเส้นทางเดิมจะทำอย่างไร?

       ในขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังกังวลใจอยู่นั้น ก็มีคนตบไหล่ของเธอเบาๆ เธอหันกลับไปก็เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเซียวหยวนหมิง

       “เจียวเจียว”

       “อาหมิง…” ซูเจียวเจียวมองเขาด้วยดวงตาเปล่งประกายแห่งความยินดี

       เซียวหยวนหมิงมองไปที่ตรอก จากนั้นจึงถาม “พี่สาวกับหยวนหยวนล่ะ?”

       “พวกเขากำลังรอเราอยู่ที่หน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการด้านหน้า” ซูเจียวเจียวลดเสียงลง “พวกเราไปคุยกันข้างหน้าดีกว่า”

       เมื่อเดินห่างจากตรอกมาแล้ว ซูเจียวเจียวจึงถามเซียวหยวนหมิงว่าเกิดอะไรขึ้น

       เซียวหยวนหมิงกล่าวว่า “ผมออกมาตั้งแต่แรกแล้ว คนพวกนั้นส่งเสียงดังเกินไป”

       ซูเจียวเจียวเมื่อได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ “ดีแล้วล่ะ ไปเถอะ พวกเราไปกินข้าวกันก่อน”

       เซียวหยวนหมิงมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นใคร เขาจึงหยิบเงินในกระเป๋าออกมาใส่ในมือของซูเจียวเจียว “ผมขายงูตัวนั้นได้สิบหยวน นี่คือเงินส่วนที่เหลือที่ผมเพิ่งหามา”

       ซูเจียวเจียวมองดูแล้วพบว่ามีถึงยี่สิบห้าหยวน

       นั่นหมายความว่า นอกจากเงินค่าขายงูแล้ว เขายังหาเงินจากการค้าขายได้อีกสิบห้าหยวน

       แค่เช้าเดียวก็หาเงินได้สิบห้าหยวน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงได้ยอมเสี่ยงกับการค้าขายผิดกฎหมาย ทั้งที่รู้ว่ามีความเสี่ยงสูง

       ซูเจียวเจียวเก็บเงินไว้ในช่องลับของกระเป๋าสะพายสีเขียวทหาร

       เมื่อมาถึงหน้าร้านอาหารรัฐสวัสดิการ เซียวหยวนซินพาหยวนหยวนยืนรออยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน เธอไม่ค่อยได้มาตัวอำเภอ และกลัวว่าหากเธอเดินไปไหนมาไหน ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกลับมาแล้วจะไม่เจอพวกเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าขยับไปไหนเลย

       เซียวหยวนหมิงอุ้มหลิวหยวนหยวนขึ้นมา “ไปกันเถอะ วันนี้น้าจะพาหนูไปกินของอร่อย”

       ใบหน้าเล็กๆ ของหลิวหยวนหยวนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ของอร่อย… กินๆ!”

       ทั้งสี่คนเข้าไปในร้านอาหารรัฐสวัสดิการ เซียวหยวนซินเมื่อเห็นราคาอาหารก็คิดที่จะถอยทันที “อาหารของที่นี่แพงเหลือเกิน พวกเราซื้อแค่ซาลาเปากินกันดีกว่า กลับไปถึงบ้านฉันจะต้มเส้นหมี่ให้ทุกคนกินเอง”

       ซูเจียวเจียวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “พี่คะ ตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว กว่าจะกลับถึงบ้านก็คงบ่ายสองโมงเลย ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นานๆ ทีพวกเราก็ได้กินร้านอาหาร ไม่ได้มากินทุกวันเสียหน่อย”

       สุดท้ายซูเจียวเจียวก็สั่งหมูตุ๋นหนึ่งจาน ผัดพริกหยวกกับมันฝรั่งหนึ่งจาน เนื้อวัวตุ๋นน้ำแดงหนึ่งจาน และน้ำแกงสามรสอีกหนึ่งชาม

       กับข้าวสามอย่าง กับน้ำแกงหนึ่งอย่าง

       ช่วงนี้คนในร้านอาหารไม่เยอะ ดังนั้นอาหารจึงมาเร็วมาก กลิ่นหอมฟุ้งลอยมาแตะจมูก

       เซียวหยวนซินเห็นอาหารเต็มโต๊ะก็รู้สึกเจ็บปวดใจ นี่มันต้องใช้เงินเท่าไรกันเนี่ย!

       เธอรู้ว่าครอบครัวของน้องสะใภ้มีฐานะดี มีเงินและบัตรแลกของส่งมาให้ทุกเดือน แต่ก็ไม่ควรที่จะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้!

       แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าน้องสะใภ้หาเงินได้ เธอก็ย่อมใช้เงินได้

       ยิ่งกว่านั้น ชีวิตของตนก็ยังยุ่งเหยิงเสียยิ่งกว่าของน้องชายและน้องสะใภ้เสียอีก


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^