LNCrawler

บทที่ 63 มีจักรเย็บผ้าแล้ว [3]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 63 มีจักรเย็บผ้าแล้ว [3]

        เช้าตรู่วันนั้น กองผลิตฉางซิงก็คึกคักไปด้วยเสียงซุบซิบของผู้คนที่เต็มไปด้วยความริษยา

       ในยุคนั้น การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบต้องมี ‘สามสิ่งหมุน หนึ่งสิ่งเสียง’ ซึ่งเสียงที่ว่านั้นก็คือจักรเย็บผ้านั่นเอง

       แต่คนในชนบทจะหาซื้อของพวกนี้ได้ที่ไหนกัน?

       ตอนแต่งงานก็แค่ใช้ธัญพืชหรือของอื่นๆ มาใช้แทน เท่านี้ก็ถือว่าแต่งงานแล้ว ถ้าฐานะดีหน่อยก็ให้เงินยี่สิบหรือห้าสิบหยวน

       ไม่คิดเลยว่าบ้านซูเจียวเจียวจะส่งจักรเย็บผ้ามาให้!

       แล้วพวกเขาก็ยังได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพของพ่อแม่ซูเจียวเจียวอีกด้วย พ่อของเธอเป็นรองผู้จัดการโรงงาน ส่วนแม่ของเธอเป็นหัวหน้าแผนก เงินเดือนของทั้งคู่รวมกันได้ถึงหนึ่งร้อยสี่สิบเอ็ดหยวน!

       ปีหนึ่งก็ตกหนึ่งพันหกร้อยเก้าสิบสองหยวน!

       ได้ยินมาว่าตอนสิ้นปีทางโรงงานยังมีสวัสดิการให้อีกด้วย

       แต่ละคนต่างก็อิจฉาจนตาแดงก่ำ ยิ่งเสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้ให้ลูกชายตัวเองไปตามจีบซูเจียวเจียว ทำให้เซียวหยวนหมิงได้เปรียบไปเสียเปล่าๆ!

       “คราวก่อนฉันเห็นซูเจียวเจียวพาเซียวหยวนหมิงไปกินข้าวที่ร้านอาหารรัฐสวัสดิการในตัวอำเภอ สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะเลยนะ ตอนนี้เซียวหยวนหมิงไปทำงานก็ไม่ขยันเท่าเมื่อก่อนแล้ว…”

       “ใช่แล้วๆ ฉันเห็นเซียวหยวนหมิงเปลี่ยนเสื้อใหม่สองชุดด้วยซ้ำ”

       “แค่นี้จะไปนับอะไรได้? พี่หยวนซินก็ไม่ได้แต่งงานออกไปแล้วเหรอ? ตอนนี้พาลูกสาวกลับมาอยู่เลยนะ อยู่มาตั้งยี่สิบวันแล้วก็ยังไม่ไปไหน ทั้งครอบครัวมาขอข้าวกินเปล่าๆ ดูดเลือดซูเจียวเจียวทั้งนั้นเลย”

       “ไม่น่าเชื่อเลยว่าเซียวหยวนหมิงจะเป็นผู้ชายแมงดาได้ขนาดนี้”

       พวกชาวบ้านยิ่งพูดยิ่งออกรส บ้างก็พูดเกินจริงด้วยความริษยาในใจ

       คำพูดเหล่านี้ย่อมแพร่ไปถึงบ้านพักยุวชนด้วย

       ช่วงนี้โจวเม่ยมีชีวิตที่ดีขึ้นมาก ไม่ต้องไปทำงาน เมื่องานเบาลง ตัวเองก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้น ทุกวันเธอสวมกระโปรง ถือหนังสือ ทำตัวเป็นยุวชนสาวผู้รักศิลปะ

       เมื่อเธอได้ยินคำพูดเหล่านั้น ก็หัวเราะเบาๆ อย่างดูถูก “ซูเจียวเจียวคิดว่าตัวเองเจอผู้ชายหนุ่มแน่นแข็งแรงมีกำลังมาก หารู้ไม่ว่าเป็นคนกินนิ่ม ชาตินี้เธอก็คงเป็นได้แค่นี้แหละ”

       ยุวชนสาวแต่งงานกับคนในชนบทแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับไปในเมืองอีกเลย แถมยังต้องเลี้ยงดูพี่น้องเซียวหยวนหมิง และหลานสาวที่ไม่เกี่ยวข้องกันอีก หลังจากนี้เธอก็คงต้องมาเป็นทาสรับใช้ที่นี่แหละ!

       หลี่เกินเซิงได้ให้สัญญาเธอไว้แล้วว่า หากมีโควตากลับเมืองครั้งหน้า จะจัดให้เธอเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน

       หลินเฟิงแอบบ่นเสียดายอยู่ในใจ “ไม่น่าเชื่อเลยว่าฐานะที่บ้านของยุวชนซูจะดีขนาดนี้! พ่อของเธอเป็นถึงรองผู้จัดการโรงงานเชียวนะ!”

       ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ เขาน่าจะพยายามมากกว่านี้หน่อยเพื่อตามจีบซูเจียวเจียวให้ได้ พอได้กลับเมืองแล้วเข้าโรงงานของพ่อเธอ อย่างไรเสียก็คงได้เป็นหัวหน้าแผนกสักตำแหน่งกระมัง?

       โจวเม่ยมองปราดเดียวก็รู้ถึงความคิดของเขา จึงเบะปากอย่างดูถูก

       แล้วก็ได้ยินหลินเฟิงถามว่า “ยุวชนโจว ปกติเธอกับซูเจียวเจียวสนิทกันมาก ก็น่าจะรู้เรื่องที่พ่อเธอเป็นรองผู้จัดการโรงงานมานานแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไม่บอกพวกเราตั้งแต่แรกเล่า?”

       เยว่เผิงไห่ จ้าวอวี้เฟิน และยุวชนคนอื่นๆ ต่างก็หันไปมองโจวเม่ย

       โจวเม่ยตอบว่า “แม้ว่าก่อนหน้านี้ฉันจะสนิทกับซูเจียวเจียว แต่เธอก็ไม่ได้บอกทุกเรื่องกับฉันหรอกค่ะ ฉันก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าพ่อเธอเป็นรองผู้จัดการโรงงาน…”

       พูดไปเธอก็ทำหน้าเศร้าสร้อย “พวกคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าก่อนที่เจียวเจียวจะแต่งงานกับเซียวหยวนหมิง ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจียวเจียวดีที่สุด พอเจียวเจียวแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงแล้ว เธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย แถมยังทำแบบนั้นกับฉันอีก…”

       ดวงตาของเธอมีน้ำตาเอ่อคลอ ทำท่าทางน่าสงสารจับใจ

       จ้าวอวี้เฟินได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตา “ยุวชนโจว เมื่อก่อนเจียวเจียวปฏิบัติต่อเธออย่างไร แล้วเธอปฏิบัติต่อเจียวเจียวอย่างไร เธอก็รู้แก่ใจดีอยู่แล้ว วันๆ ก็เอาแต่เอาเปรียบเจียวเจียว บอกว่าจะยืมแต่ไม่เคยคืน ตอนนี้เจียวเจียวแต่งงานแล้ว มีครอบครัวเป็นของตัวเอง จะมาช่วยเธอได้ตลอดไปได้อย่างไรกัน? เป็นหนี้ก็ต้องคืน เป็นเรื่องธรรมดา”

       สีหน้าของโจวเม่ยซีดเผือดลง

       เว่ยหงปิงพยักหน้าเห็นด้วย “มีให้มีคืน ยืมอีกก็ไม่ยาก มีให้แต่ไม่มีคืน ยืมอีกก็ยากแล้ว”

       เมื่อเห็นทั้งสองคนพูดจาโต้ตอบกัน โจวเม่ยก็แค่นเสียงฮึดฮัด หมุนตัวกลับห้องไป

       จ้าวอวี้เฟินแค่นเสียงฮึดฮัด “ฉันเคยไปบ้านเจียวเจียว เซียวหยวนหมิงไม่ใช่คนกินนิ่มหรอกนะ ครั้งที่แล้วเจียวเจียวเจออันตราย เขาคนเดียวก็สามารถล่าหมูป่าได้ตัวหนึ่ง!”

       เว่ยหงปิงพยักหน้า แล้วเสริมว่า “นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของพวกเขา พวกเราที่เป็นคนนอกก็ไม่ควรพูดอะไรมากดีกว่า”

       ฮั่วเจี้ยนจงนั่งพักอยู่เงียบๆ มาตลอด แม้เขาจะเคยติดต่อกับเซียวหยวนหมิง แต่ผู้ชายคนนั้นก็ให้ความรู้สึกว่าไม่ใช่คนกินนิ่มเลย…

       ส่วนซูเจียวเจียวก็ไม่น่าเชื่อว่าช่วงนี้จะเปลี่ยนไปจากเดิมจริงๆ แถมยังไม่เคยมาวอแวเขาสักครั้งเดียว…

       สำหรับข่าวลือในหมู่บ้าน ซูเจียวเจียวไม่ได้รับรู้เลย หลังจากตื่นนอนและล้างหน้าล้างตาแล้ว เธอก็เริ่มแก้ไขชุดกระโปรง พี่หยวนซินไปทำอาหารเช้า ส่วนเซียวหยวนหมิงก็ไปทำงาน หลิวหยวนหยวนยังคงหลับอยู่

       เพราะชุดกระโปรงของเฉินเจียอวี้จะต้องนำไปที่ตัวอำเภอในอีกสองวัน เวลาจึงกระชั้นชิด เธอจึงต้องแก้ไขชุดกระโปรงก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากแก้ไขชุดกระโปรงเสร็จแล้ว ค่อยตัดเสื้อผ้าให้หยวนหยวนและพี่หยวนซิน

       แม้จะเกิดใหม่กลับมา แต่ซูเจียวเจียวก็ยังคงชำนาญในการใช้จักรเย็บผ้าเป็นอย่างดี เธอเหยียบจักรเย็บผ้าได้อย่างราบรื่น ตลอดช่วงเช้าเธอแก้ไขชุดกระโปรงได้ถึงสามตัว

       ชุดกระโปรงธรรมดาๆ เมื่อผ่านมือเธอแล้ว ก็ดูโดดเด่นขึ้นมาทันตาเห็น ดูทันสมัยแต่ก็ไม่โอ้อวดโดดเด่นจนเกินไป พอเหมาะพอเจาะเลยทีเดียว

       พอถึงช่วงบ่าย ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนที่หน้าประตู

       ซูเจียวเจียวจำผู้ชายที่ยืนอยู่นอกลานบ้านได้ทันที เขาก็คือหลิวเฉิงเหว่ย สามีของพี่หยวนซินนั่นเอง

       หลิวเฉิงเหว่ยมองซูเจียวเจียวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย “เอ่อ… น้องสะใภ้ หยวนซินอยู่ไหม?”

       ซูเจียวเจียวขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เธอจะไม่ชอบหลิวเฉิงเหว่ย แต่ก็ยังตอบไปว่า “พี่หยวนซินกำลังกล่อมหยวนหยวนนอนกลางวันอยู่ รอสักครู่แล้วกันนะคะ”

       พูดจบเธอก็เดินเข้าห้องไป โดยไม่เชิญหลิวเฉิงเหว่ยเข้ามาในลานบ้าน ปล่อยให้เขายืนรออยู่หน้าประตูบ้าน แถมยังไม่รินน้ำให้เขาแม้แต่ถ้วยเดียว

       ปล่อยให้เขากระหายอย่างนั้นแหละดีแล้ว

       ผู้ชายที่เอาแต่ทำให้ภรรยาของตัวเองต้องลำบากเช่นนี้ จะเรียกว่าเป็นผู้ชายได้อย่างไร?

       ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ซูเจียวเจียวจึงเดินไปห้องข้างตะวันตกเพื่อเรียกพี่หยวนซินออกมา และบอกว่าหลิวเฉิงเหว่ยมาถึงแล้ว

       พี่หยวนซินได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย เธอค่อยๆ ปิดประตูห้องเบาๆ เกรงว่าจะรบกวนการนอนหลับของหลิวหยวนหยวน

       พี่หยวนซินเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็เห็นหลิวเฉิงเหว่ยที่ใบหน้าแดงก่ำ เหงื่อท่วมกายจากการตากแดด

       “หยวนซิน แม่ให้ผมมารับคุณกลับบ้าน”

       หลิวเฉิงเหว่ยพูดพลางมองสำรวจพี่หยวนซินด้วยความประหลาดใจ ไม่เจอกันแค่ยี่สิบวัน ภรรยาของเขาก็อ้วนขึ้นเล็กน้อย และผิวพรรณก็ขาวละมุนขึ้นด้วย สวยเหมือนตอนที่เพิ่งแต่งงานใหม่ๆ เลย

       ตอนนั้นทุกคนต่างก็ชมว่าภรรยาของเขาสวยและเก่ง เขาก็แอบดีใจอยู่ตั้งนาน

       หลังจากนั้นภรรยาก็ทำงานทุกวัน ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ตัวก็ผอมและคล้ำลง

       พี่หยวนซินมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “นั่นบ้านของคุณ ไม่ใช่บ้านของฉัน”

       หลิวเฉิงเหว่ยได้ยินน้ำเสียงของพี่หยวนซิน ก็รู้ทันทีว่าเธอไม่อยากกลับไปกับเขา จึงรีบร้อนขึ้นมาทันที “หยวนซิน คุณมาอยู่ที่นี่ตั้งยี่สิบวันแล้ว ยังไม่หายโกรธอีกหรือ?”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^