LNCrawler

บทที่ 64 จะไม่กลับไปแล้ว

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 64 จะไม่กลับไปแล้ว

        เซียวหยวนซินเสียงดังขึ้นทันที “หายโกรธงั้นเหรอ? คุณคิดว่าฉันจะหายโกรธได้ยังไง? หยวนหยวนของเราเกือบจะถูกหลิวเกาฆ่าตาย! ถ้าไม่ใช่เพราะน้องชายฉันบังเอิญมาหาละก็ หยวนหยวนคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว! นั่นลูกเรานะคะ!”

       หลิวเฉิงเหว่ยชะงักไปเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “หลิวเกาก็ไม่ได้ตั้งใจ แถมเขาก็ยอมรับผิดแล้ว เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว คุณจะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไมอีก?”

       เซียวหยวนซินได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังสุดประมาณ “เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ไม่ต้องพูดถึง? แล้วทำเป็นว่าไม่เคยเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นหรือ? เมื่อก่อนแม่ของคุณจะรักหลิวเกาและหลานชายคนอื่นๆ มากแค่ไหนฉันก็ไม่เคยบ่น หยวนหยวนคลอดก่อนกำหนด พอเกิดมาก็ขาดสารอาหาร ผอมแห้งมาตลอด ไม่เคยได้กินไข่เลยสักฟอง แถมตอนที่หลิวเกาผลักหยวนหยวนตกน้ำ แม่ของคุณก็ไม่พูดอะไรให้หยวนหยวนเลย ในใจมีแต่หลิวเกาที่เป็นหลานชายแบบนั้น ครอบครัวแบบนี้ฉันจะกลับไปเพื่ออะไรล่ะ?”

       ตอนแรกที่เธอออกจากบ้าน เธอก็ยังอาลัยอาวรณ์ คิดจะกลับไป คิดว่าหลิวเฉิงเหว่ยจะมารับเธอ

       แต่หลังจากอยู่ที่นี่มาหลายวัน เขาก็ไม่เคยมาหาแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยรับเธอกลับไปเลย ทำให้ใจของเธอเย็นชาลงเรื่อยๆ และคิดอะไรได้หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น้องสะใภ้คอยปลอบใจทุกวัน ทำให้เธอเข้าใจว่าการพึ่งพาผู้ชายนั้นไม่น่าเชื่อถือ สู้พึ่งพาตัวเองจะดีกว่า

       “แล้วคุณอยากจะทำยังไง? อยากจะกลับไปทุบตีและด่าทอแม่ของผมอย่างนั้นหรือ? นั่นแม่ผมนะ!” หลิวเฉิงเหว่ยขมวดคิ้วกล่าว

       เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวเฉิงเหว่ย ซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาขึ้นฟ้า หลิวเฉิงเหว่ยคนนี้คงจะเป็นพวกลูกแหง่ติดแม่สินะ เชื่อฟังแม่ทุกคำเลยเชียว

       เซียวหยวนซินตาแดงก่ำน้ำตาไหลลงมาทันที ในใจรู้สึกน้อยใจสุดขีด “พอมีเรื่องเกิดขึ้น คุณก็เอาแต่พูดว่านั่นแม่ของคุณ โดยไม่เคยสนใจเลยว่าอะไรถูกอะไรผิด! แม้ว่าคุณแม่จะตีจะด่าฉัน คุณก็ไม่เคยช่วยพูดอะไรให้ฉันเลย มีแต่บอกให้ทน เพราะนั่นคือแม่ของคุณ! คุณเคยคิดถึงใจของฉันบ้างไหม?”

       หลิวเฉิงเหว่ยขมวดคิ้วแน่นขึ้น “แล้วผมจะทำยังไงได้ล่ะ? นั่นแม่ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูผมมา…”

       ซูเจียวเจียวทนฟังไม่ได้อีกต่อไป “พอแล้ว พอกันที ถ้าแม่ของคุณแสนจะประเสริฐขนาดนั้น ก็กลับไปหาเธอเถอะค่ะ จะมาเสียเวลากับพี่หยวนซินของฉันทำไม?”

       เซียวหยวนซินเช็ดน้ำตา “คุณกลับไปเถอะค่ะ ฉันจะไม่กลับไปกับคุณแล้ว ฉันคิดดีแล้ว ต่อไปเราแยกกันอยู่เถอะ”

       พอได้ยินว่าเซียวหยวนซินจะไม่กลับไปอีก หลิวเฉิงเหว่ยก็ถึงกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาจึงรีบกล่าวอย่างร้อนรน “ที่รัก เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง อย่าถือโทษโกรธเคืองเลย กลับไปกับผมก่อนเถอะนะ แม่ให้ผมมารับคุณกลับ ท่านคงสำนึกแล้วว่าตัวเองผิด...”

       เสียงของเขาอ่อนลงมาก

       “ฉันบอกแล้วว่าจะไม่กลับ ก็คือไม่กลับ” เซียวหยวนซินไม่สนใจเขาอีกต่อไป เธอหันหลังเดินเข้าบ้านไปทันที

       หลิวเฉิงเหว่ยยังคงอยากจะตามเข้าไปในบ้าน แต่ถูกซูเจียวเจียวขวางไว้ “นี่บ้านของฉัน หากไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน ก็อย่าได้ล้ำเข้ามา มิฉะนั้นถือว่าเป็นการบุกรุกเคหสถาน และจะถูกจับเข้าคุก”

       หลิวเฉิงเหว่ยจึงได้แต่ยืนตะโกนอยู่หน้าประตูบ้าน แต่ส่งเสียงเรียกอยู่นาน เซียวหยวนซินก็ไม่ออกมา หลิวเฉิงเหว่ยจึงได้แต่ถอนหายใจ แล้วเดินจากไปอย่างสิ้นหวัง

       เมื่อเห็นหลิวเฉิงเหว่ยจากไปแล้ว ซูเจียวเจียวก็เข้าไปหาเซียวหยวนซินที่ห้องทางฝั่งตะวันตก ตาของเธอยังคงแดงก่ำ น้ำตาไหลไม่หยุด

       ซูเจียวเจียวปลอบใจเธออย่างอ่อนโยนพักหนึ่ง แล้วพูดกำชับให้เธอพักผ่อนให้ดี

       พอช่วงบ่าย ซูเจียวเจียวกำลังจะไปดูไร่นาของตัวเอง แต่พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นหลิวเฉิงเหว่ยก้มหน้าซึมเศร้าอยู่ตรงมุมกำแพง

       ซูเจียวเจียวแปลกใจเล็กน้อย นี่เขายังไม่ไปอีกหรือ?

       “เอ่อ… น้องสะใภ้… หยวนซินเป็นยังไงบ้าง?” หลิวเฉิงเหว่ยถาม

       ซูเจียวเจียวกลอกตาอย่างไม่พอใจ “คุณยังไม่ไปอีกหรือ?”

       หลิวเฉิงเหว่ยพูดอย่างเขินๆ ว่า “ผมตั้งใจจะไปแล้ว แต่เดินไปได้ครึ่งทางก็กลับมาอีก หยวนซินคงกำลังโกรธอยู่ หากผมกลับไปแบบนี้ เธอคงไม่มีวันกลับบ้านกับผมอีกแล้ว คุณช่วยเกลี้ยกล่อมหยวนซินให้หน่อยได้ไหม?”

       “ขอโทษนะคะ ฉันเกลี้ยกล่อมให้ไม่ได้หรอก” ซูเจียวเจียวไม่สนใจเขาอีกต่อไป เธอสะพายจอบแล้วไปถอนหญ้าในไร่นาของตัวเอง

       พอดีกับที่เซียวหยวนซินจูงหลิวหยวนหยวนออกมาจากบ้าน เธอถือจอบอยู่ในมือ พอเห็นหลิวเฉิงเหว่ยก็ตกใจเล็กน้อย

       หลิวเฉิงเหว่ยเดินเข้ามาทันที “ที่รัก”

       เซียวหยวนซินไม่สนใจเขา เธอจูงมือหลิวหยวนหยวนเดินไป หลิวเฉิงเหว่ยเห็นว่าเธอไม่สนใจเขา ก็จะเข้าไปอุ้มหลิวหยวนหยวน แต่ถูกเซียวหยวนซินขวางไว้

       “ห้ามอุ้มเธอ!”

       หลิวเฉิงเหว่ยโกรธ “นี่ลูกสาวผม ทำไมผมจะอุ้มไม่ได้?”

       เซียวหยวนซินถามเสียงเย็น “ตอนนี้เพิ่งจะตระหนักหรือว่าหยวนหยวนคือลูกสาว? ตอนที่แม่ของคุณไม่ยอมให้เธอกินไข่แม้แต่ฟองเดียว ไม่ยอมให้เธอกินเนื้อสักชิ้น ตอนที่เธอถูกหลิวเกาผลักตกน้ำ ทำไมคุณถึงไม่คิดว่าเธอคือลูกสาวของคุณ?”

       สีหน้าของหลิวเฉิงเหว่ยพลันแข็งทื่อ เขาเม้มปากแล้วกล่าวว่า “แม่ของผมบอกว่าหยวนหยวนเป็นเด็กผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องกินเนื้อกินไข่…”

       เซียวหยวนซินโมโหขึ้นมาทันที “อีกแล้ว! แม่ของคุณอีกแล้วหรือ! คุณทำตามที่คุณแม่พูดทุกอย่างขนาดนี้ แล้วจะมาหาฉันทำไมอีก?”

       หลิวเฉิงเหว่ยรีบเปลี่ยนคำพูด “ไม่ใช่แบบนั้นที่รัก ผมผิดไปแล้ว…”

       พอพูดถึงเรื่องเหล่านี้ เซียวหยวนซินก็มีแต่ความโกรธและความน้อยใจ “เราสองคนมีลูกสาวแค่คนเดียวคือหยวนหยวน เราสองคนทำงานในไร่นาทุกวันได้สิบแปดแต้มคะแนนงาน เพียงพอสำหรับครอบครัวสามคนของเราแล้ว ทั้งยังเหลืออีกด้วย ที่พวกหลิวเกาได้กินเนื้อ กินไข่ กินข้าว นั่นมันส่วนของหยวนหยวนนะ! คุณลองดูหลิวเกา หลิวเจี้ยน และคนอื่นๆ สิ พวกเขาถูกเลี้ยงดูดีจนอ้วนท้วนแข็งแรง ส่วนหยวนหยวนเล่า? ตัวผอมติดกระดูกไปหมดแล้ว!”

       หลิวเฉิงเหว่ยเหลือบมองเด็กตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเซียวหยวนซิน ผ่ายผอมจนน่าสงสาร ถึงแม้ซูเจียวเจียวจะเลี้ยงดูมาได้ยี่สิบวัน เริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังดูซูบซีด รูปร่างก็เล็กจ้อย มองดูราวกับเด็กน้อยวัยขวบปีเท่านั้น

       เขายิ่งนึกถึงหลานชายทั้งสามคน หลิวเกา หลิวเจี้ยน หลิวเหมิน ที่ล้วนเติบโตสูงใหญ่ แข็งแรง และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนดีเยี่ยม

       เซียวหยวนซินน้ำตาไหลพราก “ก่อนหน้านี้น้องชายฉันล่าไก่ป่ากับกระต่ายป่ากลับมา ก็เพื่อบำรุงร่างกายให้ฉันกับหยวนหยวนไงคะ แล้วผลเป็นยังไงล่ะ? ฉันกับหยวนหยวนได้กินไปเท่าไรกันเชียว? สุดท้ายก็เข้าไปอยู่ในท้องของพวกเขาทั้งนั้น!”

       หลิวเฉิงเหว่ยแปลกใจ “คุณก็กินไม่ใช่เหรอ?”

       ไม่พูดถึงเรื่องนี้ยังดี พอพูดถึง เซียวหยวนซินก็ยิ่งโกรธ “พอฉันทำอาหารเสร็จ ป้อนข้าวหยวนหยวนเสร็จ เนื้อก็ถูกพวกคุณกินหมดเกลี้ยง ไม่เหลือให้ฉันแม้แต่คำเดียว! นั่นน้องชายฉันล่ามาให้ฉันบำรุงร่างกายนะ!”

       หลิวเฉิงเหว่ยอึ้งงันไปทันที

       ตอนนั้นเขากินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ได้คิดเลยว่าภรรยาของเขาไม่ได้กินเนื้อเลยสักคำ

       “แล้วทำไมคุณไม่บอกล่ะ?”

       “ทำไมจะไม่บอก? คุณบอกว่าช่างมันเถอะ ทุกคนกินหมดแล้ว จะอ้วกออกมาก็ไม่ได้ แม่ของคุณยังบอกอีกว่า แค่เนื้อไม่กี่คำเอง ทำไมต้องมาทะเลาะกับทุกคนเพราะเรื่องแค่นี้” เซียวหยวนซินมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน

       “ถึงจะไม่มีเนื้อให้กิน แล้วที่ผ่านมาล่ะ ทุกทีที่ฉันทำอาหารเสร็จพวกคุณก็เขมือบทุกอย่างจนเกลี้ยงไม่ใช่หรือ?  เหลือให้ฉันแต่ก้นหม้อ บางครั้งข้าวก็ไม่พอเสียด้วยซ้ำ!”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^