LNCrawler

บทที่ 68 มือคู่นี้ของคุณนี่ช่างมีพรสวรรค์

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 68 มือคู่นี้ของคุณนี่ช่างมีพรสวรรค์

        เซียวหยวนซินพยักหน้ารับอย่างเย็นชา “คุณไปช่วย…”

       เธอตั้งใจจะบอกให้เขาไปช่วยก่อไฟ แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าเรื่องทำอาหารนี้ไม่ได้ทำเพื่อตนเองคนเดียว แต่เพื่อคนทั้งครอบครัว

       เธอจึงเปลี่ยนคำพูด “คุณไปก่อไฟ ก่อเสร็จก็ไปซาวข้าวหุงข้าว ส่วนฉันจะผัดกับข้าว”

       “ได้เลย!” หลิวเฉิงเหว่ยเห็นภรรยาของตนในที่สุดก็ยอมพูดจากับเขาดีๆ ก็ดีใจจนรีบวิ่งไปก่อไฟ

       เมื่อมีหลิวเฉิงเหว่ยคอยช่วยงาน เซียวหยวนซินก็รู้สึกสบายขึ้นมาก หลังจากทำกับข้าวเสร็จ หลิวเฉิงเหว่ยก็ยกไปวางบนโต๊ะอาหาร แล้วทุกคนในครอบครัวก็พากันมานั่งกินข้าว

       หลิวเฉิงเหว่ยกะจะนั่งลงกินข้าวบ้าง แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้ภรรยาของเขาเคยบอกว่า ทุกครั้งที่เธอทำกับข้าวเสร็จยังไม่ทันได้ตักข้าวเลย ทุกคนก็จะกินกับข้าวหมดแล้ว ทำให้เธอต้องกินแต่น้ำแกงใสๆ บางครั้งน้ำแกงก็ไม่มีเหลือให้กิน…

       เขาจึงรีบไปตักข้าวเปล่าจนพูนชาม แล้วตักกับข้าววางไว้ข้างบน จากนั้นก็นำไปวางไว้ในครัว แล้วจึงกลับมาตักข้าวกินเอง เพียงพริบตาเดียวกับข้าวบนโต๊ะก็เกือบจะหมดแล้ว

       หลิวเฉิงเหว่ยกลัวว่าตัวเองจะไม่มีกับข้าวกิน จึงรีบตักกับข้าวกินอย่างรวดเร็ว

       พี่ใหญ่หลิวกล่าว “เจ้าสี่ เมื่อกี้ไม่ใช่ว่าตักข้าวไปชามหนึ่งแล้วยังตักกับข้าวไปเยอะแยะอีก แล้วทำไมยังมาตักอีก?”

       “นั่นผมตักข้าวให้ภรรยาครับ เธอกำลังทำความสะอาดครัวอยู่” หลิวเฉิงเหว่ยตอบเสียงอู้อี้ขณะกำลังกินข้าว

       คำพูดของเขาทำให้เหยียนกุ้ยหรงมองเขาอย่างแปลกใจ ผู้หญิงในบ้านไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะอาหาร แต่ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะอาหารได้

       เหยียนกุ้ยหรงไม่คิดว่าหลิวเฉิงเหว่ยจะเปลี่ยนเป็นคนรักภรรยาได้ถึงเพียงนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ

       พี่ใหญ่หลิวมองเขาอย่างสงสัย พลางบ่นพึมพำ “ตักข้าวอะไรของแก เดี๋ยวเธอก็ไปตักเองได้ไม่ใช่หรือไง…”

       คุณย่าหลิวก็กล่าวเสริม “ที่พี่ใหญ่แกพูดก็ถูกแล้ว เธอไม่มีมือหรือไง?”

       หลิวเฉิงเหว่ยเหลือบมองกับข้าวบนโต๊ะที่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แล้วกล่าว “ผมกลัวว่าเดี๋ยวเธอจะไม่มีกับข้าวกิน…”

       เมื่อหลิวเฉิงเหว่ยตักข้าวกินชามที่สอง กับข้าวบนโต๊ะก็แทบจะไม่เหลือแล้ว ส่วนเซียวหยวนซินภรรยาของเขาเพิ่งจะยกกับข้าวจานสุดท้ายมาวางบนโต๊ะ ไฟในเตาก็ดับไปแล้ว

       คนพวกนี้ไม่ยอมเหลือกินข้าวให้ภรรยาของเขาเลยจริงๆ!

       เซียวหยวนซินมองข้าวในชามที่วางอยู่บนเตาในครัว ซึ่งมีกับข้าววางอยู่เต็มชาม ในที่สุดหัวใจของเธอก็อุ่นขึ้นบ้าง ผู้ชายคนนี้คงจะยังมีส่วนดีอยู่บ้างกระมัง…

       เธอถือชามข้าวแล้วนั่งกินในครัวโดยตรง ไม่ต้องไปที่ห้องโถงอีก เพราะบนโต๊ะคงไม่มีใครเหลืออาหารให้เธอกินอย่างแน่นอน เว้นแต่กับข้าวจานสุดท้ายที่เธอแอบตักไว้เล็กน้อย

       ตอนนี้เธอฉลาดขึ้นแล้ว ตักไว้ให้ตัวเองเล็กน้อย ก็ไม่ต้องกลัวว่าไม่มีกับข้าวกินอีก เมื่อก่อนเธอหัวอ่อนเกินไปจึงถูกคนในบ้านตระกูลหลิวรังแก

       ตามที่น้องสะใภ้กล่าวไว้ คนเราต้องดุดัน ต้องดุดันยิ่งกว่าคนร้ายเสียอีก จนพวกเขาไม่กล้ารังแกเราอีก!

       หลังจากกินข้าวเสร็จ หลิวเฉิงเหว่ยก็อาสาช่วยล้างจาน นั่นยิ่งดีไปใหญ่ คนหนึ่งล้าง คนหนึ่งช่วยเช็ด ไม่นานก็เสร็จแล้ว

       หลังจากอาบน้ำเสร็จ เซียวหยวนซินก็ขึ้นไปนอนแล้ว หลิวเฉิงเหว่ยก็อาบน้ำและขึ้นไปบนเตียงเช่นกัน เขาต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดกับเธอ แต่เธอก็ผลักเขาไปด้านข้าง “วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันอยากนอนเฉยๆ”

       หลิวเฉิงเหว่ยกอดเธอไว้ไม่ปล่อย “แต่ว่าที่รัก เราไม่ได้ทำเรื่องนั้นมาเกือบเดือนแล้ว คุณไม่อยากบ้างหรือไง?”

       เซียวหยวนซินจ้องเขาเขม็ง “ถ้ามีแรงเหลือเฟือนัก ก็ไปซักผ้าซะ”

       หลิวเฉิงเหว่ยรู้สึกท้อแท้ทันที แล้วก็กลับไปนอนบนเตียง “ซักพรุ่งนี้ ขอพรุ่งนี้นะ”

       เซียวหยวนซินก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเปลี่ยนไปได้ในทันที จึงปล่อยเขาไป...

       ส่วนทางด้านซูเจียวเจียว หลังจากทำอาหารเย็นเสร็จ เซียวหยวนหมิงก็เลิกงานกลับมาพอดี กลับมาก็เห็นเพียงหลิวหยวนหยวนกำลังเล่นอยู่ในลานบ้าน ทว่ากลับไม่เห็นเซียวหยวนซิน

       ซูเจียวเจียวเล่าเรื่องที่หลิวเฉิงเหว่ยมารับเซียวหยวนซินไป และบอกว่าหยวนหยวนจะพักอยู่ที่นี่ในช่วงนี้

       เซียวหยวนหมิงขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะพยักหน้าเพียงเล็กน้อย “อืม”

       ในตอนค่ำ หลังจากกินข้าวเสร็จ ซูเจียวเจียวก็อาบน้ำให้หลิวหยวนหยวนจนสะอาด แล้วก็พาเธอนอนบนเตียง เนื่องจากหยวนหยวนยังเด็ก เธอไม่ไว้ใจที่จะปล่อยให้นอนคนเดียว ซูเจียวเจียวจึงพาเธอนอนด้วยกัน

       หลิวหยวนหยวนนอนอยู่ด้านในสุด ซูเจียวเจียวนอนอยู่ตรงกลาง ส่วนเซียวหยวนหมิงนอนอยู่ด้านนอกสุด

       เซียวหยวนหมิงตะแคงข้างกอดซูเจียวเจียว “เจียวเจียว ช่วงนี้คุณดูเหนื่อยมากเลยนะ”

       “ฉันไม่เหนื่อยหรอก คุณต่างหากที่เหนื่อย” ซูเจียวเจียวซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา ช่วงนี้เขานอกจากจะต้องทำงานแล้ว ยังต้องแอบหาเงินเพิ่มอีก

       ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายในบ้านมีจำนวนมาก อาหมิงเป็นคนเดียวที่หาเงินได้ เงินห้าร้อยหยวนนั้นยังไม่ได้แตะเลย!

       แต่ตอนนี้เธอมีจักรเย็บผ้าแล้ว ก็สามารถช่วยหาเงินได้เช่นกัน

       ทั้งสองคนกอดกันแล้วก็หลับไป

       เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเจียวเจียวกินอาหารเช้าเสร็จแล้วก็เริ่มดัดแปลงชุดกระโปรง หลังจากจัดการชุดกระโปรงเสร็จ หลิวหยวนหยวนก็ตื่นพอดี เธอจึงพาหลิวหยวนหยวนไปล้างหน้าแปรงฟันและกินอาหารเช้า

       หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ หลิวหยวนหยวนก็รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เมื่อถามดูก็รู้ว่าเจ้าตัวเล็กคิดถึงแม่

       ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้เซียวหยวนซินเป็นคนดูแลเอง เจ้าตัวเล็กติดแม่ก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่ติดสิถึงจะผิดปกติ

       ซูเจียวเจียวปลอบเธอพักหนึ่ง “ช่วงนี้แม่ของหนูยุ่งมาก แต่เมื่อเสร็จธุระแล้วจะรีบมาหาหนูแน่นอน”

       เด็กน้อยได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

       ในขณะที่ซูเจียวเจียวกำลังแก้ไขชุดกระโปรง เด็กหญิงก็ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย แค่นั่งเล่นคนเดียวอยู่ในลานบ้าน ไม่ยอมออกไปไหน

       ซูเจียวเจียวปิดประตูรั้วไว้ จึงไม่ต้องกลัวว่าหยวนหยวนจะวิ่งซนออกไป

       ก่อนพลบค่ำ ซูเจียวเจียวก็แก้ไขชุดกระโปรงอีกสามตัวที่เหลือจนเสร็จ เตรียมจะนำไปให้เฉินเจียอวี้ที่ตัวอำเภอในเช้าวันพรุ่งนี้

       ส่วนเรื่องที่เธอจะรับจ้างเย็บผ้าในหมู่บ้านนั้น ก็ได้บอกกับกองผลิตแล้ว ทางกองผลิตก็มีความเห็นว่าตอนนี้ไม่อนุญาตให้ทำธุรกิจส่วนตัว แต่สามารถทำงานให้กองผลิตได้ โดยมีค่าแรงวันละหนึ่งหยวนสามเหมา หนึ่งเดือนก็สามสิบเก้าหยวน

       ซูเจียวเจียวตกลง การเย็บผ้าสบายกว่าการทำงานให้กองผลิตมาก และมีค่าตอบแทนที่ดีกว่ามาก การทำงานให้กองผลิตสิบแต้มคะแนนงานคิดเป็นเพียงสองเหมาต่อวัน หนึ่งเดือนก็หกหยวนเท่านั้น แถมยังเหน็ดเหนื่อยมากอีกด้วย

       นอกจากจะได้ค่าจ้างจากกองผลิตแล้ว เธอยังสามารถแอบรับงานส่วนตัวได้อีกด้วย ตราบใดที่ไม่ถูกจับได้ก็ไม่มีปัญหา

       ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเธอจะได้รับค่าจ้างทุกเดือน ครอบครัวนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ

       เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเจียวเจียวก็เก็บชุดกระโปรงที่แก้ไขเสร็จแล้วหกชุดใส่กระเป๋า แล้วจูงหลิวหยวนหยวนขึ้นรถแทรกเตอร์มุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอ

       ซูเจียวเจียวไปถึงบ้านเฉินเจียอวี้ตรงกับช่วงเวลาอาหารกลางวัน เฉินเจียอวี้เป็นครู มักจะสอนหนังสือที่โรงเรียน และจะกลับบ้านเฉพาะช่วงเวลาอาหารเท่านั้น หากไปก่อนหรือหลังจากเวลานั้น ก็จะไม่มีใครอยู่บ้าน

       รออยู่ไม่นาน เฉินเจียอวี้ก็กลับมาแล้ว เมื่อเห็นซูเจียวเจียวก็ดีใจมาก “แก้ไขชุดกระโปรงเสร็จเร็วขนาดนี้เลยหรือคะ?”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า “ค่ะ”

       เฉินเจียอวี้มองไปรอบๆ แล้วรีบพาซูเจียวเจียวเข้าไปในบ้าน “เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะนะ”

       ซูเจียวเจียวจูงหลิวหยวนหยวนเข้าไปในบ้าน แล้วนำชุดกระโปรงทั้งหกชุดออกมา เมื่อเฉินเจียอวี้เห็นก็ตาเป็นประกายทันที “สวยมาก! ยุวชนซูนี่ฝีมือดีจริงๆ ค่ะ!”


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^