LNCrawler

บทที่ 69 รับงาน [1]

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 69 รับงาน [1]

        “คุณชอบก็ดีแล้วค่ะ” ซูเจียวเจียวคลี่ยิ้ม

       ในฐานะนักออกแบบเสื้อผ้า ความสุขที่สุดของเธอคือ การที่ลูกค้าชอบเสื้อผ้าที่เธอทำขึ้นมา

       “จริงสิ อาจารย์เฉินคะ ตอนนี้ที่บ้านฉันมีจักรเย็บผ้าแล้วนะคะ ต่อไปถ้าจะสั่งตัดเสื้อผ้า ก็ทำได้เลยค่ะ”

       เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของเฉินเจียอวี้ก็เผยความยินดี แต่พอคิดถึงชุดกระโปรงหกชุดที่เพิ่งสั่งแก้ไป ก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องตัดชุดใหม่แล้ว ชุดกระโปรงพวกนี้ก็สวยงามมากพอให้เธอใส่ได้แล้ว อีกอย่างก็เข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศร้อนคงเหลืออีกไม่กี่วัน

       ซูเจียวเจียวรู้ทันความคิดของเธอ จึงกล่าวยิ้มๆ “นอกจากชุดกระโปรงแล้ว ฉันยังตัดชุดฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ได้ทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ อย่างเสื้อโค้ตผ้าสักหลาด ฉันก็ทำได้ค่ะ แล้วก็ชุดสูทด้วย ต่อไปถ้าคุณอยากได้อะไร ก็มาหาฉันได้เลย รับรองว่าคุณจะพอใจแน่นอน”

       เมื่อได้ยินคำว่า ‘ชุดสูท’ ดวงตาของเฉินเจียอวี้ก็เปล่งประกาย “คุณตัดชุดสูทเป็นด้วยเหรอ?”

       ซูเจียวเจียวตอบ “เป็นค่ะ ราคายุติธรรมด้วย”

       เฉินเจียอวี้ตื่นเต้น “ดีเลยค่ะ! วันชาติจีนปีนี้ น้องชายของฉันกำลังจะแต่งงานพอดี เขากำลังกังวลเรื่องชุดสูทอยู่เลย เดิมทีก็คิดว่าจะไปซื้อที่ตัวเมืองมณฑล แต่ก็ยุ่งยากเกินไป แถมเขางานยุ่งมากจนไม่มีเวลาไปตัวเมืองมณฑลเลย ถ้าคุณทำได้ก็รบกวนคุณเลยนะคะ”

       “ฉันต้องวัดตัวเขาก่อนค่ะ แล้วพวกคุณค่อยเอาผ้ามาให้ฉัน ใช้เวลาห้าวันก็ตัดเสร็จแล้วค่ะ” เพราะกลางวันเธอยังมีงานที่กองผลิตมอบให้ ดังนั้นงานส่วนตัวแบบนี้จึงทำได้แค่ตอนกลางคืน

       ห้าวันก็พอดี เพราะเหลือเวลาอีกเจ็ดวันก็จะถึงวันชาติแล้ว

       “ได้เลย! เที่ยงนี้น้องชายฉันจะมากินข้าวพอดีเลย” เฉินเจียอวี้กล่าวด้วยความยินดี จากนั้นเธอก็จ่ายค่าแก้ไขชุดกระโปรงหกหยวนให้ซูเจียวเจียวก่อน

       ไม่นานนัก เฉินเจียฉี น้องชายของเฉินเจียอวี้ก็มาถึง เขามีอายุราวๆ ยี่สิบปี รูปร่างไม่สูงมากนัก ประมาณ 172 เซนติเมตร สวมแว่นตา ดูเป็นคนสุภาพอ่อนโยน

       ซูเจียวเจียวไม่ได้สอบถามเรื่องอื่นๆ มากมาย เธอเพียงวัดขนาดตัวเขาแล้วจดบันทึกไว้ จากนั้นก็นัดหมายว่าจะมาเอาผ้าตอนบ่ายสองโมง หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จ เฉินเจียฉีก็ไปซื้อผ้า

       จากนั้นก็สอบถามซูเจียวเจียวว่าชุดสูทราคาเท่าไร

       “เดิมทีก็ชุดละแปดหยวนค่ะ แต่ในเมื่อเป็นน้องชายของอาจารย์เฉิน ก็คิดแค่เจ็ดหยวนก็พอค่ะ”

       ตอนนี้ในตลาด ค่าแรงสำหรับการตัดชุดเสื้อและกางเกงอยู่ที่ประมาณสองหยวน ส่วนชุดสูทก็ย่อมแพงกว่าเป็นธรรมดา

       เฉินเจียฉีเคยได้ยินพี่สาวพูดว่าซูเจียวเจียวฝีมือดี และพี่สาวยังเอาชุดกระโปรงที่ซูเจียวเจียวดัดแปลงแก้ไขให้เฉินเจียฉีดูอีกด้วย ดังนั้นเฉินเจียฉีจึงค่อนข้างเชื่อมั่นในฝีมือของซูเจียวเจียว แม้ว่าเจ็ดหยวนนี้จะค่อนข้างแพงกว่าร้านอื่นๆ แต่เมื่อคิดถึงฝีมือและความประณีต นี่ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว

       แม้แต่ร้านตัดเสื้อของรัฐ ค่าตัดชุดสูทยังต้องสี่หยวน แถมยังตัดออกมาไม่สวยอีกต่างหาก อีกทั้งช่างของร้านรัฐก็มีงานเยอะ อาจจะไม่สามารถตัดให้เสร็จก่อนวันชาติได้

       เมื่อตกลงกันแล้ว ซูเจียวเจียวก็ตั้งใจจะขอตัวกลับ รอตอนบ่ายสองโมงค่อยมารับผ้า

       เฉินเจียอวี้ชวนซูเจียวเจียวทานมื้อเที่ยงอย่างมีมารยาท ซูเจียวเจียวย่อมไม่รั้งอยู่ทานอาหารกลางวันที่บ้านของอีกฝ่ายอยู่แล้ว นั่นเป็นเพียงคำพูดตามมารยาทเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวเฉินเจียอวี้ก็มีสมาชิกหลายคน นอกจากสามีแล้ว ยังมีบุตรอีกสอง

       สามีของเฉินเจียอวี้ทำงานที่สถานีจ่ายไฟ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่ดีมาก พ่อแม่สามีของเฉินเจียอวี้ก็มีงานทำทั้งคู่ จัดว่าเป็นครอบครัวที่มีฐานะดี

       ซูเจียวเจียวจึงยิ้มปฏิเสธอย่างสุภาพ แล้วพาหลิวหยวนหยวนไปร้านอาหารรัฐสวัสดิการ สั่งเกี๊ยวน้ำชุดใหญ่หนึ่งชาม กินด้วยกันสองคนก็พอดี

       หลิวหยวนหยวนยังเป็นเด็ก กินได้ไม่มาก กินไปแปดชิ้นก็อิ่มแล้ว ที่เหลือซูเจียวเจียวก็กินหมดเอง

       หลังจากกินเสร็จ ซูเจียวเจียวก็พาหลิวหยวนหยวนเดินเล่น แล้วคิดว่าจะถือโอกาสไปซื้อของที่สหกรณ์สักหน่อย

       หลังจากซื้อของเสร็จ ซูเจียวเจียวก็ซื้อไอศกรีมโบราณสองแท่ง แท่งละสี่เฟิน

       ซูเจียวเจียวเห็นหลิวหยวนหยวนไม่ยอมกิน จึงถามด้วยความแปลกใจ “หยวนหยวน ทำไมไม่กินล่ะจ๊ะ? ถ้าไม่อยากกินไอศกรีมโบราณ เดี๋ยวน้าไปเปลี่ยนอันอื่นให้ดีไหมเอ่ย?”

       หลิวหยวนหยวนส่ายหน้า “หนูอยากเก็บไว้ให้น้าชายกินค่ะ”

       เมื่อเห็นหลิวหยวนหยวนเป็นเด็กดีเช่นนี้ หัวใจของซูเจียวเจียวก็อ่อนยวบ “ไอศกรีมเนี่ย ถ้าไม่รีบกินก็จะละลายนะคะ หนูกินเถอะ เดี๋ยวเราซื้ออย่างอื่นอร่อยๆ ไปให้น้าชายแทนดีไหม?”

       หลิวหยวนหยวนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วหยิบไอศกรีมขึ้นมาเลียช้าๆ มันทั้งเย็นเจี๊ยบ และมีกลิ่นนมอบอวลในปาก

       หลังจากเดินเล่นได้สักพัก ซูเจียวเจียวก็ได้พบกับสองพี่น้องเฉินเจียอวี้และเฉินเจียฉีเข้าพอดี ปรากฏว่าไม่ไกลจากตรงนั้นก็คือร้านผ้า ทั้งสองคนมาซื้อผ้ากันนี่เอง

       เฉินเจียอวี้เห็นซูเจียวเจียวก็โบกมือให้ทันที ซูเจียวเจียวจึงจูงมือหลิวหยวนหยวนเดินเข้าไปหา

       “ยุวชนซูคะ คุณช่วยน้องชายฉันดูหน่อยได้ไหมคะ ว่าชุดสูทควรจะใช้ผ้าแบบไหนดี?” เฉินเจียอวี้ถาม เธอกับน้องชายมาที่นี่นานแล้ว เลือกไปเลือกมาจนตาลายไปหมด ไม่รู้ว่าสีไหนดี ผ้าแบบไหนดี

       ซูเจียวเจียวสอบถามงบประมาณของพวกเขา เมื่อรู้ว่าพวกเขาไม่ขาดแคลนเงินและต้องการชุดที่ดี เธอก็เลือกผ้าสูทคุณภาพปานกลางถึงสูงในร้านให้เขา เป็นสีเทาเงิน

       ซูเจียวเจียวเสนอแนะว่า “ข้างในสามารถใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ แล้วผูกเนกไทสีน้ำเงินเข้ม ถ้าที่บ้านมีอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อก็ได้ค่ะ”

       เฉินเจียฉีกล่าวว่า “เสื้อเชิ้ตที่บ้านมีแล้วครับ แต่เนกไทไม่มีที่เข้ากันเลย ยุวชนซูครับ ถ้าคุณทำเนกไทเป็น ช่วยทำให้ผมสักเส้นด้วยได้ไหมครับ”

       ซูเจียวเจียวพยักหน้า “ได้สิคะ”

       จากนั้นเฉินเจียฉีก็ซื้อผ้าสีน้ำเงินเข้มเล็กน้อย พอสำหรับทำเนกไท

       เฉินเจียอวี้ถาม “ชุดแต่งงานของเสี่ยวหมิ่นเตรียมเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”

       เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เฉินเจียฉีก็ถอนหายใจและขมวดคิ้ว “เสี่ยวหมิ่นยืนกรานจะใส่ชุดเจ้าสาวเหมือนคนในตัวเมืองมณฑลเลยครับ แต่ว่าในตัวอำเภอของเราไม่มีร้านให้เช่าชุดเจ้าสาว ต้องไปซื้อจากตัวเมืองมณฑล ชุดหนึ่งก็แปดสิบหยวน แถมยังต้องใช้บัตรแลกผ้าเยอะด้วย ผมก็ไม่มีเวลาไปตัวเมืองมณฑลเลย…”

       พูดไปแล้ว เฉินเจียฉีก็หันมามองซูเจียวเจียวทันที “ยุวชนซูครับ คุณตัดชุดเจ้าสาวเป็นหรือเปล่าครับ?”

       ซูเจียวเจียวคลี่ยิ้มเล็กน้อย “เป็นค่ะ”

       เฉินเจียฉีและเฉินเจียอวี้ต่างมองมาด้วยความประหลาดใจ โดยเฉพาะเฉินเจียอวี้ “ยุวชนซูคะ คุณเก่งจริงๆ เลย ถึงกับตัดชุดเจ้าสาวได้ด้วย!”

       ซูเจียวเจียวยิ้มตอบ “ที่จริงการตัดชุดเจ้าสาวไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ ถ้าพวกคุณต้องการ ฉันตัดให้ได้ค่ะ ว่าแต่เจ้าสาวสูงเท่าไรคะ?”

       เฉินเจียอวี้ตอบ “สูงเท่าฉันเลยค่ะ รูปร่างก็ใกล้เคียงกัน คุณตัดตามขนาดตัวฉันได้เลยค่ะ”

       “ตกลงค่ะ”

       จากนั้นซูเจียวเจียวก็ช่วยเลือกผ้าสำหรับชุดเจ้าสาว โดยเลือกผ้าสีขาวสองชนิด ชนิดหนึ่งคือผ้าลูกไม้สีขาว ส่วนอีกชนิดคือผ้าซาตินที่เรียบลื่นและนุ่มนวล

       ผ้าทั้งสองชนิดนี้ราคาไม่ถูก วันนี้เฉินเจียฉีจ่ายค่าผ้าไปทั้งหมดสิบห้าหยวน

       เฉินเจียอวี้ถามเบาๆ ว่าค่าแรงตัดชุดเจ้าสาวเท่าไร

       ซูเจียวเจียวตอบ “ชุดเจ้าสาวค่อนข้างซับซ้อนค่ะ ขั้นตอนเยอะ จึงต้องคิดค่าแรงสิบหยวนค่ะ”

       เฉินเจียอวี้ประหลาดใจเล็กน้อย

       ซูเจียวเจียวอธิบายว่า “ค่าแรงสิบหยวน บวกกับค่าผ้าเก้าหยวน รวมแล้วก็สิบเก้าหยวน ซึ่งถูกกว่าชุดเจ้าสาวสำเร็จรูปเยอะเลยค่ะ แถมถ้าใครในบ้านต้องการชุดเจ้าสาวแต่งงาน พวกคุณยังสามารถให้เช่าได้อีกด้วย ให้เช่าวันละสองสามหยวน ก็คืนทุนเร็วมากเลยนะคะ”

       เฉินเจียอวี้ได้ฟังก็ตาเป็นประกาย จริงด้วย!


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^