บทที่ 70 รับงาน [2]
บทที่ 70 รับงาน [2]
บ้านที่มีฐานะพอมีพอกินต่างก็อยากสวมชุดแต่งงานที่งดงาม แต่ชุดเจ้าสาวนั้นหายากและมีราคาแพง อีกทั้งสวมใส่เพียงครั้งเดียวก็ไม่ได้ใช้แล้ว จึงไม่ค่อยมีใครยอมทุ่มเงินซื้อ หากให้เช่าในราคาเพียงสองสามหยวนต่อวัน เชื่อว่าหลายคนก็ยินดี แต่เรื่องแบบนี้ต้องทำกันอย่างลับๆ จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด
เฉินเจียฉีส่ายหน้า “ชุดเจ้าสาวชุดนี้ผมตั้งใจทำให้เสี่ยวหมิ่นเป็นของขวัญแต่งงานเพื่อสร้างความประทับใจ ดังนั้นผมจึงไม่คิดจะนำไปให้เช่าครับ จะเก็บไว้เป็นที่ระลึก ที่สำคัญราคาถูกกว่าซื้อในตัวเมืองมณฑลเยอะเลย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปถึงที่นั่นด้วย”
สุดท้ายซูเจียวเจียวก็แบกผ้ากองโต โดยจูงหลิวหยวนหยวนขึ้นรถแทรกเตอร์กลับมายังกองผลิต
เมื่อมาถึงบ้าน เวลาเพิ่งจะสี่โมงครึ่งโดยประมาณ ทุกคนยังไม่เลิกงาน ซูเจียวเจียวจึงไม่ต้องกังวลว่าใครจะเห็นเธอหอบของมากมายกลับมา
ซูเจียวเจียวเก็บของเรียบร้อยแล้ว จึงกำชับหลิวหยวนหยวนให้เล่นอยู่ในสวนไปก่อน ส่วนเธอก็เข้าห้องไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบสมุดกับปากกาออกมาเริ่มวาดแบบร่างหรือที่เรียกว่าแพทเทิร์น
ในเมื่อรับงานมาแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด
ต้องวาดแบบร่างให้เสร็จเสียก่อน ถึงจะทำเสื้อผ้าที่ดีออกมาได้
หลังจากซูเจียวเจียววาดแบบร่างชุดสูทเสร็จ เธอก็เงยหน้าขึ้นมองออกไปข้างนอก ก็พบว่าฟ้ามืดแล้ว เธอจึงนึกถึงหลิวหยวนหยวนขึ้นมาได้ รีบไปดูที่ลานบ้าน ก็พบว่าเด็กน้อยกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ พิงกำแพงและหลับปุ๋ยไปแล้ว
เด็กน้อยรู้ว่าน้าสะใภ้กำลังยุ่ง จึงไม่กล้าส่งเสียงรบกวน นั่งเล่นอยู่คนเดียวในลานบ้าน
เมื่อเห็นหลิวหยวนหยวนแสนรู้เช่นนี้ นอกจากพี่หยวนซินที่ทะนุถนอมราวกับแก้วตาดวงใจแล้ว คนในครอบครัวหลิวกลับไม่มีใครใส่ใจเลย ซูเจียวเจียวจึงรู้สึกสงสารจับใจ
เธออุ้มหลิวหยวนหยวนขึ้นมาเบาๆ แล้วเข้าไปในห้องวางเธอลงบนเตียง ก่อนจะห่มผ้าห่มบางๆ ให้เด็กน้อย คลุมหน้าท้องเล็กๆ ของเธอไว้ อากาศตอนนี้ก็ยังคงร้อนอยู่บ้าง
หลังจากจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อย ซูเจียวเจียวก็เริ่มทำอาหาร ไม่นานเซียวหยวนหมิงก็เลิกงานกลับมา ช่วยเธอทำอาหารด้วย
ซูเจียวเจียวอยากให้เขานั่งพัก เขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “งานแค่นั้นไม่เหนื่อยเลย สมัยก่อนตอนที่ผมยุ่งๆ ผมก็ทำอาหารเองตอนเลิกงานเหมือนกัน”
ซูเจียวเจียวเห็นเขาเหงื่อโซมกาย ก็รู้ว่าไม่เหนื่อยได้อย่างไร เพียงแต่เขาไม่อยากให้เธอปวดใจเท่านั้นเอง
ซูเจียวเจียวหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดเหงื่อให้เขา แล้วให้เขานั่งก่อไฟช่วยอยู่เฉยๆ ก็พอ
ทั้งสองคนพูดคุยกันไปพลาง ทำอาหารกันไปพลางอยู่ในห้องครัว
ซูเจียวเจียวเล่าเรื่องที่ตนรับงานส่วนตัวมาวันนี้ เป็นงานทำชุดแต่งงาน
เมื่อมองเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของซูเจียวเจียว เซียวหยวนหมิงก็อดโทษตัวเองไม่ได้ ตอนที่เขาแต่งงานกับเจียวเจียว เจียวเจียวไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าใหม่สักชุด สวมเพียงกระโปรงเก่าๆ ของเธอเอง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสินสอด เขาก็ไม่สามารถให้สินสอดอะไรได้ เจียวเจียวต้องทนทุกข์กับความน้อยใจแต่งงานกับเขาไปอย่างนั้น...
ซูเจียวเจียวรู้สึกได้ถึงสายตาคมกล้าที่จ้องมองมา ก็พลันหัวเราะเบาๆ “คุณมองฉันทำไมคะ?”
“วันหลังคุณก็ไปซื้อผ้าที่ตัวอำเภอมาทำชุดแต่งงานให้ตัวเองนะ เรื่องบัตรแลกผ้าเดี๋ยวผมจัดการเอง” เซียวหยวนหมิงเอ่ยขึ้น
ในยุคนั้นบัตรแลกผ้าที่รัฐบาลแจกจ่ายให้มีจำนวนน้อยมาก หนึ่งปีพอสำหรับทำเสื้อผ้าเพียงชุดเดียว
ผู้ที่ไร้เส้นสายก็ย่อมยากที่จะหาบัตรแลกผ้ามา ตลอดทั้งปีจึงทำได้แค่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ
เสื้อผ้าของทุกคนจึงเต็มไปด้วยรอยปะชุน
ใหม่สามปี เก่าสามปี ปะชุนแล้วอีกสามปี
ซูเจียวเจียวอดหัวเราะออกมาไม่ได้ “เราแต่งงานกันไปแล้ว จะตัดชุดแต่งงานมาอีกทำไมล่ะคะ? จริงสิ... เราไปถ่ายรูปแต่งงานที่ร้านถ่ายรูปในตัวอำเภอกันดีไหมคะ? คุณว่าไง? ถึงตอนนั้นเราก็สวมชุดแต่งงานไปถ่ายรูปกัน”
ชาติที่แล้วเธอและเซียวหยวนหมิงไม่เคยถ่ายรูปด้วยกันเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรูปแต่งงาน
ความจริงชาติที่แล้วเซียวหยวนหมิงก็แอบเก็บเงินไว้บ้างแล้ว หลังจากที่เธอหย่ากับเขา เขาก็ยังให้เงินเธอจำนวนหนึ่งเพื่อไปเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพของเธอ
คนอื่นต่างก็บอกว่าเขาโง่
ใบหน้าของเซียวหยวนหมิงปรากฏรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ดีเลยครับ รอช่วงนี้งานยุ่งๆ ผ่านไปแล้ว เราไปถ่ายรูปแต่งงานกันนะ”
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสองก็อ่านหนังสือด้วยกันตามปกติ นอกจากนี้ซูเจียวเจียวยังสอนหลิวหยวนหยวนให้รู้จักตัวอักษร โดยเริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่สุด
หลิวหยวนหยวนเรียนรู้ได้ช้า เธอจึงค่อยๆ สอนทีละน้อย ให้เด็กน้อยค่อยๆ ซึมซับ
เพราะเด็กยังเล็กเกินไป จึงยังไม่เหมาะกับการเขียนหนังสือ แต่สามารถเรียนรู้ตัวอักษรได้ เธอจึงให้เด็กน้อยเริ่มเรียนรู้ตัวเลขหนึ่งถึงสิบ
แต่หลิวหยวนหยวนก็เผลอหลับไปในระหว่างที่กำลังเรียน
ซูเจียวเจียวอุ้มเธอขึ้นอย่างอ่อนโยน แล้ววางลงบนเสื่อเย็น
ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงอ่านหนังสือต่ออีกหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเข้านอน
ช่วงนี้ผลการเรียนของเซียวหยวนหมิงดีขึ้นมาก ซูเจียวเจียวทดสอบเขากี่ครั้งก็ได้ผลดีเยี่ยม และเรียงความที่เขาเขียนก็ไหลลื่นและดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ซูเจียวเจียวก็อดชื่นชมไม่ได้
แววตาของเซียวหยวนหมิงปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย “ผมไม่ได้ดีอย่างที่คุณพูดหรอกครับ”
“คุณก้าวหน้ามากจริงๆ ค่ะ คุณอาจจะไม่ได้รู้สึก แต่คุณพัฒนาขึ้นทุกวันเลยนะคะ”
เซียวหยวนหมิงกอดเอวซูเจียวเจียว แล้วจูบเธอที่แก้ม “ก็เพราะภรรยาผมสอนดีไงครับ”
ซูเจียวเจียวยิ้มบางๆ แล้วจูบเขาที่ริมฝีปากเบาๆ “รางวัลของคุณค่ะ”
เดิมทีเธอตั้งใจจะจูบเพียงแผ่วเบา แต่เซียวหยวนหมิงกลับกดศีรษะเธอไว้ แล้วเริ่มจูบอย่างเร่าร้อน
จนซูเจียวเจียวแก้มแดงก่ำ เขาจึงปล่อยมือออก หายใจหอบ “เจียวเจียว เราไปนอนที่ห้องข้างๆ กันไหม”
ซูเจียวเจียวย่อมรู้ดีว่าเขากำลังคิดอะไร ห้องนี้มีหยวนหยวนอยู่ด้วย ย่อมไม่เหมาะกับฉากที่ไม่เหมาะสมกับเด็กๆ
เมื่อเห็นความเร่าร้อนและความเร่งรีบในดวงตาของเขา เธอก็พยักหน้าอย่างเขินอาย
เป็นความจริงที่ทั้งสองไม่ได้ใกล้ชิดกันมาหลายวันแล้ว ต่างคนต่างยุ่งกับเรื่องของตัวเอง กลางคืนก็ต้องอ่านหนังสือทบทวน เรื่องชีวิตส่วนตัวจึงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
โชคดีที่ห้องข้างๆ เธอจัดเก็บเรียบร้อยแล้ว หลังจากเซียวหยวนซินจากไป เธอก็ให้เสื่อฟางไป แล้วก็ซักผ้าห่มบางๆ แล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ปู
เซียวหยวนหมิงอุ้มซูเจียวเจียวขึ้น แล้วเดินตรงไปยังห้องข้างๆ
ซูเจียวเจียวตีมือเขาเบาๆ “เสื่อฟางในห้องข้างๆ ยังไม่ได้ปูเลยค่ะ”
เซียวหยวนหมิงยิ้มมุมปาก “ผมปูไว้แล้วครับ”
ในระหว่างที่พูด เขาก็อุ้มเธอมาถึงห้องข้างๆ แล้ว ซูเจียวเจียวมองดู ก็เห็นว่าเตียงปูเรียบร้อยแล้ว ปูด้วยเสื่อฟางที่สะอาดด้วย
ผู้ชายคนนี้นี่…
ไม่รู้ว่าเขาปูเสื่อฟางไว้ตั้งแต่เมื่อไร
จำได้ว่าก่อนอาบน้ำยังไม่ได้ปูเลยนะ!
แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็อ่านหนังสือด้วยกัน เขาจะหาเวลาที่ไหนแอบปูเสื่อฟางได้…
ไม่นาน เสียงครางเบาๆ ก็ดังออกมาจากห้องข้างๆ...
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเจียวเจียวตื่นขึ้นมาก็พบว่าเซียวหยวนหมิงไปทำงานแล้ว ข้างๆ เธอกำลังนอนหลับอย่างสบายคือหลิวหยวนหยวน
เธอค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ มาที่ลานบ้าน ก็พบว่ามีเสื่อฟางตากอยู่ในลานบ้าน ซึ่งเป็นเสื่อฟางจากห้องข้างๆ เมื่อคืนนั่นเอง
เขาตื่นแต่เช้ามาซักเสื่อตั้งแต่เมื่อไร!
ซูเจียวเจียวมุมปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อย แล้วเดินเข้าครัว ตักน้ำล้างหน้า แล้วทำอาหารเช้า
ไม่นานเซียวหยวนหมิงก็เลิกงานกลับมา หลิวหยวนหยวนก็ตื่นแล้ว ทั้งสามคนนั่งกินบะหมี่เนื้อหมูใส่ไข่กันอยู่ในลานบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งของบะหมี่อบอวลไปทั่วลานบ้าน
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^