บทที่ 73 ความมั่นใจในตัวเองและพึ่งพาตัวเอง
บทที่ 73 ความมั่นใจในตัวเองและพึ่งพาตัวเอง
หลี่เอ้อร์โก่วพูดอย่างโกรธเคือง “ตอนนี้ผมโตแล้ว ผมไม่อยากชื่อหลี่เอ้อร์โก่วอีกต่อไปแล้ว ผมจะเปลี่ยนชื่อ!”
หลี่จินฮวารีบกล่าว “ได้สิๆ อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนเถอะ! ลูกเอ๊ย แกอยากเปลี่ยนเป็นชื่ออะไรล่ะ?”
หลี่เอ้อร์โก่วขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่นาน “หลี่ฟู่กุ้ย! ตั้งแต่นี้ไปผมจะชื่อหลี่ฟู่กุ้ย!”
หลี่จินฮวายิ้มอย่างยินดี “ชื่อนี้ดี! ฟู่กุ้ย ฟู่กุ้ย ฟังแล้วก็รู้ว่าในอนาคตต้องมีเงินแน่นอน! ลูกเอ๊ย ชื่อที่แกตั้งนี้ดีจริงๆ!”
นายหลี่เองก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “ชื่อพอใช้ได้ แค่ไม่รู้ว่าในอนาคตตัวตนของเขาจะดีหรือไม่”
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เอ้อร์โก่วขอลาหยุดทันทีและไปที่ตัวอำเภอเพื่อเปลี่ยนชื่อ เนื่องจากชื่อหลี่เอ้อร์โก่วไม่ได้ไพเราะเสนาะหู การเปลี่ยนชื่อจึงเป็นไปโดยง่าย ไม่มีผู้ใดขัดขวาง ทั้งยังได้รับความอนุเคราะห์ให้เปลี่ยนชื่อจนสำเร็จ รวมถึงเปลี่ยนแปลงชื่อในทะเบียนบ้าน
หลี่เอ้อร์โก่วกลับมาที่หมู่บ้านและประกาศไปทั่วว่าเขาเปลี่ยนชื่อแล้ว ต่อไปเขาจะชื่อหลี่ฟู่กุ้ย และทุกคนสามารถเรียกเขาว่าฟู่กุ้ยได้ ท่าทางเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มและภาคภูมิใจสุดขีด!
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภายหลัง…
สามวันต่อมา ซูเจียวเจียวก็ตัดชุดแต่งงานและชุดสูทของเฉินเจียฉีเสร็จเรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้ายับ ซูเจียวเจียวจึงใช้ไม้แขวนเสื้อแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า
บ่ายวันนั้น เซียวหยวนซินก็มาถึงพร้อมกับหลิวเฉิงเหว่ย
หลิวหยวนหยวนเห็นเซียวหยวนซินมาก็ดีใจ กระโดดเข้ากอดเธอ “แม่... แม่!”
เซียวหยวนซินรีบรับเธอไว้ “ช่วงนี้อยู่ที่บ้านน้าสะใภ้หนูเชื่อฟังคุณน้าไหม? เป็นเด็กดีหรือเปล่า?”
“เชื่อฟังค่ะ! เป็นเด็กดีด้วย!”
หลิวหยวนหยวนพยักหน้าอย่างน่ารักดูแล้วน่าเอ็นดู
หลิวเฉิงเหว่ยมองดูหลิวหยวนหยวนที่น่ารักขนาดนี้ เขาก็รู้สึกคิดถึงเธอเหลือเกิน เขายื่นมือออกไปหาหลิวหยวนหยวน “มาสิ หยวนหยวน ให้พ่ออุ้มหน่อย”
หลิวหยวนหยวนมองไปที่หลิวเฉิงเหว่ย แล้วก็มองไปที่เซียวหยวนซิน
เซียวหยวนซินพูดอย่างอ่อนโยน “พ่อของหนูเปลี่ยนไปมากแล้ว ต่อไปเขาจะเป็นพ่อที่ดีนะ”
หลิวหยวนหยวนพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ แล้วก็กระโดดเข้าหาหลิวเฉิงเหว่ย พูดด้วยเสียงหวานใสว่า “พ่ออุ้มๆ”
“ได้เลย พ่อจะอุ้มๆ นะ” หลิวเฉิงเหว่ยอุ้มหลิวหยวนหยวนอย่างมีความสุข และก็เปลี่ยนคำเรียกด้วย ก็ยังคงเรียก ‘พ่อ’ ฟังดูเป็นทางการกว่า
ซูเจียวเจียวเห็นบรรยากาศระหว่างเซียวหยวนซินกับหลิวเฉิงเหว่ยดีขึ้น เธอก็รู้สึกยินดีกับเซียวหยวนซินด้วย
ชาติที่แล้ว หลิวเฉิงเหว่ยทำตามคำพูดของแม่เขาไปซะทุกเรื่อง และเซียวหยวนซินก็เป็นคนที่ไม่ต่อสู้ ไม่รู้จักต่อต้าน สุดท้ายจึงทำให้พวกเขามาถึงจุดนั้น
บางทีชาตินี้โชคชะตาของพวกเขาทุกคนอาจเปลี่ยนแปลงไปก็เป็นได้...
เพราะตอนนี้เซียวหยวนซินก็ได้รับอิทธิพลจากเธอ ความคิดของเธอเปลี่ยนแปลงไปมาก ถ้าหลิวเฉิงเหว่ยเปลี่ยนตามไปด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้...
ถ้าหลิวเฉิงเหว่ยสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นคนดีขึ้นได้ และใช้ชีวิตอยู่กับพี่เซียวหยวนซินอย่างมีความสุข เธอก็ยินดีที่จะเห็นเช่นนั้น
ซูเจียวเจียวต้อนรับทั้งสองคนเข้าบ้านและชงน้ำหวานให้คนละถ้วย
หลิวเฉิงเหว่ยรีบพูด “ไม่ต้องๆ ผมไม่ดื่มน้ำหวาน”
น้ำหวานพวกนี้มีค่ามาก คนตัวโตอย่างเขาจะดื่มของแบบนี้ทำไม
ซูเจียวเจียวหัวเราะ “ถึงอย่างไรฉันก็ชงไปแล้ว ดื่มเถอะค่ะจะได้ไม่เสียของ”
ถึงอย่างนั้นหลิวเฉิงเหว่ยก็ยังไม่กล้าดื่ม เขายอมให้น้ำหวานครึ่งหนึ่งแก่หลิวหยวนหยวน และอีกครึ่งหนึ่งให้เซียวหยวนซิน ส่วนตัวเองก็แค่ลองชิมก้นถ้วยเท่านั้น
“เฉิงเหว่ย คุณยกตะกร้าเข้าครัวไปสิ” เซียวหยวนซินเรียก
หลิวเฉิงเหว่ยวางถ้วยลง และรีบยกตะกร้าเข้าไปในครัวอย่างเชื่อฟัง
เซียวหยวนซินสั่งให้เขาวางของให้เรียบร้อย ซูเจียวเจียวถามอย่างอยากรู้ “พี่หยวนซิน พวกพี่ทำอะไรกันคะ?”
เซียวหยวนซินหัวเราะ “ก่อนหน้านี้ฉันกับหยวนหยวนพักอยู่ที่นี่กับเธอประมาณยี่สิบกว่าวัน เธอดูแลพวกเราอย่างดีด้วยอาหารและกับข้าวทุกวัน ฉันไม่รู้จะตอบแทนพวกเธออย่างไร เลยให้เฉิงเหว่ยขนข้าวสารห้าสิบจินมาให้ และก็มีผักแห้งที่ทำเองเล็กน้อย รวมถึงปลาเฉาที่จับได้เมื่อวานหนักห้าหกจิน”
ซูเจียวเจียวกล่าว “พี่หยวนซินไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ เอาของพวกนี้กลับไปเถอะ”
แต่เดิม เซียวหยวนซินเมื่อแต่งเข้าตระกูลหลิว ก็ถูกข่มเหงรังแกอยู่แล้ว ตอนนี้ยังหอบหิ้วเอาของมาให้ตั้งมากมาย คงต้องถูกแม่สามีสาดเสียเทเสียเป็นแน่
เซียวหยวนซินกล่าว “ให้แล้วก็รับไว้เถอะ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกนะ ถึงแม้เราจะเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะกินอยู่ฟรีๆ กับเธอและอาหมิง ถ้าเธอไม่รับไว้ละก็ คราวหน้าฉันก็ไม่กล้าพาหยวนหยวนมาเล่นด้วยแล้ว”
เธอรู้ว่าข้าวสาร ผักแห้ง และปลาที่เธอให้มานั้นเทียบไม่ได้กับไข่ ผงนมมอลต์ และเสื้อผ้าใหม่ที่เจียวเจียวให้หยวนหยวนกินทุกวันเลย
เธอนั่นแหละที่กำลังเอาเปรียบน้องสะใภ้
หลิวเฉิงเหว่ยเอ่ยขึ้นบ้าง “น้องสะใภ้รับไว้เถอะ สิ่งของเหล่านี้มาจากส่วนของครอบครัวเรา แม่ของผมไม่ว่าหยวนซินหรอก”
ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็เบาใจขึ้นมาก “ดีค่ะ งั้นฉันจะรับไว้ ต่อไปถ้าอยากมาเมื่อไรก็มาได้เลยนะคะ ห้องทางทิศตะวันตกฉันจะเตรียมไว้ให้พวกคุณเสมอ”
หลิวเฉิงเหว่ยหัวเราะอย่างซื่อๆ “แค่หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจว่ามันน้อยไปหน่อย”
ขณะที่หลิวเฉิงเหว่ยกำลังเล่นกับหลิวหยวนหยวน ซูเจียวเจียวก็ดึงเซียวหยวนซินเข้าไปในครัวแล้วถามว่า “พี่หยวนซิน ทำไมตอนนี้พี่เขยถึงได้เชื่อฟังขนาดนี้ล่ะคะ?”
บนใบหน้าของเซียวหยวนซินมีรอยยิ้มกว้างขึ้น เธอหัวเราะและมองหลิวเฉิงเหว่ยในลานบ้านครู่หนึ่ง จากนั้นก็กระซิบว่า “ฉันทำตามที่เธอบอกทุกอย่างเลย ห้ามยอมถอยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะยิ่งได้ใจ! แล้วก็ต้องทำให้ผู้ชายรู้ว่าต้องรักและห่วงใยเรา ต้องรู้จักอ่อนแอในเวลาที่ควรจะอ่อนแอ และแข็งแกร่งในเวลาที่ควรจะแข็งแกร่ง เพื่อให้เขารู้ว่าถ้าไม่มีเขา ฉันก็อยู่ได้ดี ไม่ใช่ว่าต้องมีเขาเท่านั้น! กลับกันถ้าไม่มีฉัน ชีวิตของเขาก็คงไม่ง่ายนัก!”
“ใช่แล้ว เธอยังบอกเรื่องความมั่นใจอีกด้วย ตอนนี้ฉันมั่นใจมากเลยค่ะ ฉันรู้สึกว่าฉันทำได้ทุกอย่าง เก่งทุกอย่างเลย ตอนนี้เขาก็เริ่มคิดถึงครอบครัวเล็กๆ ของเราแล้วด้วย แถมงานในบ้านใหญ่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่ทำแล้ว ทุกคนผลัดกันทำ และเสื้อผ้าแต่ละบ้านก็ซักของใครของมัน เธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ฉันสบายแค่ไหน บ้านฉันมีแค่เสื้อผ้าของฉันกับเฉิงเหว่ยสองคนเอง ซักแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วล่ะ”
ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องซักเสื้อผ้าของคนทั้งสิบกว่าคนในบ้าน กองเป็นภูเขาเลย สมัยก่อนซักผ้าแต่ละวันก็กินเวลานานมาก
เซียวหยวนซินพอได้พูดก็ตื่นเต้นไม่หยุด พูดพล่ามอยู่เป็นเวลานาน
ซูเจียวเจียวฟังแล้วก็รู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าเซียวหยวนซินจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ เธอแข็งแกร่งขึ้นในบ้านตระกูลหลิว และชีวิตก็ดีขึ้น แม้ว่าจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ก็ยังคงมีเรื่องวุ่นวายมากมาย แต่อย่างน้อยก็ไม่ถูกรังแกและกดดันเหมือนเมื่อก่อน สิ่งสำคัญที่สุดคือหลิวเฉิงเหว่ยก็เริ่มยืนอยู่ข้างเธอแล้ว ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมากจริงๆ
ทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี
“ดังนั้นตอนนี้ฉันเลยมารับหยวนหยวนกลับบ้าน” เซียวหยวนซินหัวเราะ
เธอรู้ว่าน้องสะใภ้เป็นคนดี แต่ก็ปล่อยให้หยวนหยวนอยู่รบกวนที่นี่ตลอดไปไม่ได้ ถึงอย่างไรสักวันก็ต้องรับกลับไปอยู่ดี อีกอย่างหยวนหยวนก็อยู่ที่นี่มานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว
เมื่อก่อนเธอไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่บ้าน และไม่รู้ว่าหลิวเฉิงเหว่ยจะทำตัวอย่างไร เธอจึงไม่ได้พาหยวนหยวนกลับไป แต่ตอนนี้สถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้น และเธอก็มีเวลาว่างมากขึ้น ต่อไปนี้ก็จะมีเวลาเลี้ยงลูกเองแล้ว หยวนหยวนไม่ต้องถูกปล่อยปละละเลยเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว...
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^