LNCrawler

บทที่ 7 ผมไม่รังเกียจ

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 7 ผมไม่รังเกียจ

        เซียวหยวนหมิงรีบร้อนไปที่เตาเพื่อจุดไฟทันที

       ซูเจียวเจียวหยิบแป้งที่เหลือออกมา แล้วนำไปผสมกับน้ำ

       เมื่อเซียวหยวนหมิงเห็นเธอกำลังนวดแป้ง เขาก็เดินไปล้างหม้อให้สะอาด

       ซูเจียวเจียวนวดแป้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นว่าหม้อร้อนและสะอาดดีแล้ว ก็เทน้ำมันลงไป ตอกไข่สองฟองเจียวเป็นไข่ดาวน้ำ แล้วตักใส่ชามวางไว้

       กลิ่นหอมของไข่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ชวนให้น้ำลายสอ

       ซูเจียวเจียวล้างหม้ออีกครั้ง เทน้ำสะอาดลงไป แล้วปิดด้วยฝาหม้อไม้หนักๆ

       จากนั้นซูเจียวเจียวก็ไปล้างผัก

       เซียวหยวนหมิงไม่รู้จะทำอะไรดี จึงนั่งดูซูเจียวเจียวเดินวุ่นวายไปมาในครัว สายตาของเขาแทบไม่ละจากเธอเลย

       หลังจากล้างผักเสร็จ น้ำในหม้อก็เดือดแล้ว ซูเจียวเจียวรีบปั้นแป้งที่ผสมไว้เป็นก้อนแป้งขาวนุ่มๆ ขนาดเล็ก แล้วหย่อนลงในหม้อ

       จากนั้นใส่ผักที่ล้างแล้วลงไปพร้อมกัน เติมน้ำมันหมูและเกลือเล็กน้อย

       เมื่อหันกลับไป เธอก็เห็นเซียวหยวนหมิงถือชามกากน้ำมันหมูเจียวเล็กๆ มาจากตู้กับข้าว

       ซูเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว “เยี่ยมเลยค่ะ!”

       กากน้ำมันหมูที่ถูกเคี่ยวจนแห้งและกรอบ ไม่มันเยิ้มหรือเลี่ยนเลยแม้แต่น้อย

       เหมาะที่สุดที่จะใส่ลงในบะหมี่แป้งก้อน!

       ไม่นานนัก กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งออกมา

       เซียวหยวนหมิงถึงกับกลืนน้ำลายเมื่อได้กลิ่นหอมสดชื่นนั้น

       ซูเจียวเจียวตักบะหมี่แป้งก้อนใส่ชามสองชาม แล้ววางไข่ดาวน้ำที่เจียวไว้ชามละฟอง

       ทั้งสองคนต่างถือชามคนละใบ แล้วนั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กๆ ในลานบ้านเพื่อกินข้าว

       เซียวหยวนหมิงกินไปพลางแอบมองซูเจียวเจียวไปพลาง แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงบนใบหน้าขาวผ่องของเธอ ราวกับมีแสงเรืองรองนุ่มนวลปกคลุมอยู่ ดูสวยงามเป็นพิเศษ

       ดวงตาของเธอทั้งดำและสุกใส จมูกเล็กและโด่ง การกินข้าวของเธอดูสง่างามและนุ่มนวล ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ในหมู่บ้านเลย

       ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็ยังคงความงดงามหาที่ติมิได้

       ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของเขาแล้ว!

       ต่อไปเขาจะต้องทำงานให้หนักขึ้น หาเงินมาเลี้ยงภรรยา!

       จะตั้งใจเลี้ยงดูภรรยาให้ขาวผ่อง อวบอิ่ม!

       เซียวหยวนหมิงคีบไข่ดาวน้ำในชามของเขาไปใส่ในชามของซูเจียวเจียว

       “ไม่เป็นไรค่ะ ในชามฉันก็มีแล้ว” ซูเจียวเจียวคีบไข่กลับคืนไป

       เขาทำงานหนัก ควรจะกินเยอะๆ

       เซียวหยวนหมิงมองไข่ในชามที่ถูกคีบกลับคืนมา ความผิดหวังพลันก่อตัวในใจ

       เขาลืมไปว่าเจียวเจียวเป็นคนรักความสะอาด ไม่ชอบให้คนอื่นเอาของที่ตัวเองกินแล้วมาใส่ในชามของเธอ นี่คือสิ่งที่เขาเคยได้ยินจากคนในบ้านพักยุวชน…

       เขาแอบมองหญิงสาวข้างกายอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าเธอมีสีหน้าปกติ เขาก็แอบถอนหายใจโล่งอก

       เมื่อบะหมี่แป้งก้อนเกือบหมดชาม ซูเจียวเจียวก็รู้สึกว่าตัวเองอิ่มแล้ว มองบะหมี่แป้งก้อนที่ยังเหลืออยู่ในชาม ซูเจียวเจียวรู้สึกกินไม่ไหวแล้ว หากทิ้งไปก็เสียดายมาก

       ขณะที่เธอกำลังรู้สึกกังวล ชามของเธอก็ถูกคนตรงหน้าหยิบไปเสียแล้ว

       เธอมองเซียวหยวนหมิงเทบะหมี่แป้งก้อนที่เหลืออยู่ในชามของเธอทั้งหมดลงในชามของเขาเอง ก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “นั่น… นั่นฉันกินไปแล้ว…”

       “ผมไม่รังเกียจหรอก”

       เซียวหยวนหมิงไม่ได้เงยหน้าขึ้น เขาก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย สีหน้าของเขายังคงปกติเช่นเคย แต่ใบหูของเขากลับแดงก่ำ และไม่กล้าเงยหน้ามองหน้าซูเจียวเจียวแม้แต่น้อย

       เมื่อซูเจียวเจียวเห็นว่าเขาไม่ถือสาบะหมี่ที่ตนกินไปแล้ว ความหวานซึ้งก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจ เธอเท้าคางมองดูเขากินอย่างอร่อยด้วยสายตาที่แสนเอ็นดู

       อาจเป็นเพราะอารมณ์ดี เซียวหยวนหมิงจึงกินบะหมี่แป้งก้อนไปสองชามใหญ่ๆ

       เมื่อก่อนเขากินข้าวคนเดียว ไม่เคยสนใจว่าอร่อยหรือไม่ ขอแค่ให้อิ่มท้องก็พอ

       มื้อนี้เขาคิดว่าเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาหลายปี

       ทั้งที่เป็นเครื่องปรุงชนิดเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมฝีมือเจียวเจียวถึงได้หอมอร่อยล้ำเลิศเพียงนี้?

       หลังกินข้าวเสร็จ เซียวหยวนหมิงก็อาสาเก็บจานชามไปล้าง

       เมื่อเซียวหยวนหมิงจัดห้องครัวเรียบร้อยแล้ว ก็เห็นซูเจียวเจียวกำลังซักผ้าอยู่ในลานบ้าน มือที่บอบบางและเรียวเล็กของเธอกำลังขยี้ผ้าอย่างแรง

       เขาเดินเข้าไปแล้วดึงเธอลุกขึ้น “เสื้อผ้าทิ้งไว้เถอะ เดี๋ยวผมซักเอง”

       นิ้วมือที่ขาวเนียนของหญิงสาวซีดเล็กน้อยเพราะแช่น้ำ และมีฟองสบู่ลอยอยู่บนนั้น

       เขารู้สึกปวดใจเมื่อเห็นอย่างนั้น มือของเธอควรจะจับหนังสือ หรือจับปากกาต่างหาก

       ไม่ใช่มานั่งซักผ้าให้เขาแบบนี้

       เขาอยากจะช่วยเช็ดฟองสบู่บนมือเธอออก แต่เมื่อก้มลงมองมือที่เต็มไปด้วยคราบมันของตัวเอง ก็หดมือกลับไป

       เขากลัวจะทำให้มือของเธอสกปรก

       ซูเจียวเจียวเห็นเขาเอาใจใส่และเป็นห่วงเป็นใยเธอมากขนาดนี้ ก็รู้สึกอบอุ่นใจ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็ว่างอยู่แล้ว”

       เซียวหยวนหมิงมองเธอ “คุณยุ่งมาทั้งเช้าแล้ว กลับไปพักผ่อนในบ้านเถอะ”

       ซูเจียวเจียวรู้ว่าบางครั้งผู้ชายคนนี้ก็ดื้อรั้นและเอาแต่ใจ จึงพูดขึ้นว่า “งั้นคุณซัก ฉันล้างน้ำสะอาดดีไหมคะ?”

       เซียวหยวนหมิงยอมตกลงตามข้อเสนอนั้น

       ผู้ชายและผู้หญิงช่วยกันทำงาน ก็ไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่

       ไม่นานเสื้อผ้าก็ซักเสร็จ ตากเรียบร้อย แม้แต่ผ้าปูที่นอนในบ้านก็ซักและตากแดดแล้วเช่นกัน

       ไม่นานเสียงนกหวีดเรียกเข้าทำงานก็ดังขึ้น เซียวหยวนหมิงหยิบกระติกน้ำ สวมหมวกฟางแล้วออกไปทำงาน ก่อนออกไปเขากำชับซูเจียวเจียวให้พักผ่อนให้ดี รอเขากลับมาทำอาหารกลางวัน

       ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แต่ในใจกลับคิดว่าเซียวหยวนหมิงกำลังตามใจเธอไม่ต่างกับเด็กเล็กๆ เลยไม่ใช่หรือ?

       ช่างเป็นผู้ชายที่โง่เง่าจริงๆ ไม่รู้จักคิดถึงตัวเองเลย!

       คิดแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ ซูเจียวเจียวอยู่เฉยไม่ได้อีกแล้ว

       เมื่อเห็นบ้านที่สกปรก ซูเจียวเจียวจึงตัดสินใจจัดระเบียบบ้านและลานบ้านเสียใหม่ ที่นี่จะเป็นบ้านของเธอในอนาคต หากอยากอยู่สบายๆ ก็ต้องจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

       แม้ว่าเซียวหยวนหมิงจะทำงานเก่ง แต่พูดตรงๆ เขาก็เป็นผู้ชายตัวโตที่เรื่องงานบ้านไม่ค่อยประณีต และเขาใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำงาน ในบ้านจึงไม่ค่อยได้จัดระเบียบเท่าไร

       ซูเจียวเจียวเริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบทำความสะอาดภายในบ้าน เก็บของที่ควรเก็บ ซักของที่ควรซัก ซักล้างวุ่นวายอยู่ครึ่งเช้า จนเมื่อยหลังเมื่อยเอว เหงื่อโซมกายไปหมด

       พริบตาเดียวก็ถึงตอนเที่ยง

       ตอนนี้เป็นช่วงที่แดดร้อนจัดที่สุด

       ซูเจียวเจียวคิดจะทำอาหารกลางวันก่อน แล้วค่อยอาบน้ำทีหลัง

       เมื่อมาถึงห้องครัว ที่บ้านแทบไม่มีผักเหลือเลย ซูเจียวเจียวจึงหยิบเนื้อรมควันที่แขวนอยู่บนผนังลงมา ตั้งใจจะหุงข้าวและตุ๋นเนื้อรมควัน

       ซูเจียวเจียวจุดไฟต้มน้ำอย่างรวดเร็ว ล้างเนื้อรมควันแล้วสับเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นใส่ลงในหม้อเพื่อลวกน้ำ เมื่อลวกน้ำแล้วก็นำเนื้อรมควันไปผัดก่อนแล้วค่อยนำไปตุ๋น

       ครึ่งชั่วโมงต่อมา กลิ่นหอมของเนื้อก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว แม้แต่ในลานบ้านก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อ

       ในหม้ออีกใบ ซูเจียวเจียวต้มน้ำร้อน ตั้งใจจะอาบน้ำหลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จ เพราะรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัวแล้ว

       ไม่นานนัก ก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังมาจากนอกลานบ้าน

       ซูเจียวเจียวเดินออกไป ก็เห็นเซียวหยวนหมิงกลับมาแล้ว ข้างกายของเขามีเด็กสาวอายุสิบหกสิบเจ็ดปีตามมาด้วย เธอสวมชุดกระโปรงผ้าสีขาว ผมถักเปียสีดำยาวลงมาถึงหน้าอก ปลายผมผูกด้วยริบบิ้นผ้าลายดอกไม้สีฟ้า หน้าม้าปรกดวงตาสีดำคู่โต ผิวขาวสะอาด งดงามและทันสมัย…


ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะๆ นะคะ ^^