LNCrawler

บทที่ 79 โชคดีแล้ว

เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก [นิยายแปล] — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 79 โชคดีแล้ว

        แต่แล้วในเช้าวันรุ่งขึ้น ทางอำเภอก็ส่งคนมาพบหลี่เกินเซิงโดยตรง แจ้งว่าเซียวหยวนหมิงไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตลูกสาวของบุคคลสำคัญไว้ได้ แต่ยังจับฆาตกรได้อีกด้วย ตอนนี้ทางอำเภอต้องการยกย่องเชิดชูเขา และยังต้องการฟื้นฟูสถานะทางชนชั้นของครอบครัวเขาด้วย จากนี้ไปครอบครัวของเขาจะไม่ใช่ชนชั้นเจ้าของที่ดินอีกต่อไปแล้ว

       หลี่เกินเซิงได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ราวกับไม่คิดว่าเซียวหยวนหมิงจะโชคดีถึงเพียงนี้ ออกไปทำธุระแค่ครั้งเดียวกลับสร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ได้!

       หลี่เกินเซิงไม่กล้าขัดคำสั่งของคนที่ทางอำเภอส่งมา จึงรีบไปรวบรวมชาวบ้านทั้งหมู่บ้านให้มารวมตัวกันที่ลานตากข้าว โดยห้ามขาดแม้แต่คนเดียว

       เซียวหยวนหมิงและซูเจียวเจียวไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จึงตามทุกคนไปด้วย เมื่อมาถึงพวกเขาก็เห็นเสี่ยวเฉิงยืนอยู่ด้านหน้าสุด ซูเจียวเจียวจึงรู้ว่าหัวหน้ากองผลิตหลี่เกินเซิงเรียกทุกคนมารวมตัวกันเพื่ออะไร

       ยุวชนที่บ้านพักยุวชนก็มากันครบแล้ว

       “ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกันนะ เรียกพวกเรามาแต่เช้าตรู่แบบนี้” โจวเม่ยบ่นพลางโบกมือปัดอากาศออกไป ยังรู้สึกร้อนอบอ้าวเหลือเกิน

       วันนี้เป็นวันชาติจีนพอดี พวกเขาได้หยุดพักพร้อมกันเป็นวันแรก กำลังจะเตรียมตัวไปเดินเล่นที่ตัวอำเภอ ใครจะรู้เล่าว่าจู่ๆ ก็ถูกเรียกมารวมตัวกันภายใต้แสงแดดที่แผดจ้าเช่นนี้ ร้อนจนแทบจะละลาย

       หลินเฟิงส่ายหน้า “ไม่รู้สิ อาจมีเรื่องสำคัญก็ได้ ใครทำผิดอีกแล้วหรือเปล่า”

       จ้าวอวี้เฟินและเว่ยหงปิงก็ยังคงงงงวยและสงสัยเป็นอย่างมาก

       ฮั่วเจี้ยนจงยังคงเย็นชาเช่นเคย ไม่แยแสสิ่งใด ทำตัวราวกับไม่เกี่ยวกับตัวเองตลอดเวลา

       หลี่เกินเซิงกระแอมเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “เมื่อวานนี้มีนักโทษคนหนึ่งหนีออกมาจากตัวอำเภอ และถูกสหายเซียวหยวนหมิงและยุวชนซูจากกองผลิตของเราพบเข้า โชคดีที่สหายเซียวหยวนหมิงผู้กล้าหาญจับนักโทษผู้นั้นได้ทันเวลา และช่วยชีวิตสหายหญิงคนหนึ่งไว้ได้ ทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือมาร! ดังนั้นทางอำเภอจึงตัดสินใจยกย่องเชิดชูสหายเซียวหยวนหมิง และสถานะทางชนชั้นของสหายเซียวหยวนหมิงก็จะได้รับการปรับปรุง จากนี้ไปเขาจะมีสถานะเดียวกับพวกเราทุกคน”

       ว้าว!

       เมื่อคำพูดของเขาจบลง ก็ราวกับโยนหินก้อนใหญ่ลงไปในทะเลสาบที่สงบนิ่ง คลื่นน้ำก็ถาโถมขึ้นมาทันที

       เซียวหยวนหมิงจับฆาตกรได้จริงหรือนี่?

       นี่ก็คือการสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่เลยไม่ใช่หรือ?

       โชคดีอะไรอย่างนี้! จากนี้ไปสถานะทางชนชั้นของครอบครัวเขาก็จะดีขึ้นแล้ว!

       โจวเม่ยบ่นพึมพำ “เขาจะโชคอะไรขนาดนี้ละเนี่ย?”

       จ้าวอวี้เฟินทนฟังคำพูดของโจวเม่ยไม่ได้ จึงเอ่ยสวนไปว่า “ถ้าเก่งจริงก็ลองโชคดีแบบนี้ดูบ้างสิ เกรงว่าจะยังไม่ทันได้ทำอะไร เธอก็คงจะล้มลงไปก่อนแล้ว สหายเซียวหยวนหมิงผู้นั้นสร้างชื่อเสียงด้วยความสามารถของตนเอง หรือเธอเห็นว่าเขาได้ดีแล้วริษยาขึ้นมาอีกแล้วหรือ?”

       โจวเม่ยถูกสวนกลับจนแทบจะตายด้วยความโกรธ “ยุวชนจ้าว เธอจะอะไรกับฉันนักหนา? แล้วจะยังพูดปกป้องเซียวหยวนหมิงอยู่เรื่อย หรือว่าเธอแอบชอบเขาเข้าแล้ว?”

       เมื่อถูกโจวเม่ยใส่ร้ายเช่นนั้น จ้าวอวี้เฟินก็โมโหจนตาแดงก่ำ “อย่าคิดว่าใครๆ ก็จะมีความคิดสกปรกเหมือนเธอนะ!”

       อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าโจวเม่ยกำลังทำอะไรอยู่ในช่วงนี้ ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นโจวเม่ยกับหลี่เกินเซิงอยู่ใกล้กันมาก กระซิบกระซาบกัน สองคนแอบพบกัน ท่าทางยังดูลับๆ ล่อๆ คงจะไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน

       เพียงแต่เธอขี้เกียจจะพูดถึงมันเท่านั้น

       ไม่น่าแปลกใจที่โจวเม่ยสามารถเป็นเสมียนบันทึกคะแนนได้

       สีหน้าของโจวเม่ยเปลี่ยนไป ทันใดนั้นก็รู้สึกตื่นตระหนกเล็กน้อย สงสัยว่าจ้าวอวี้เฟินอาจจะเห็นบางอย่างที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว

       กองผลิตฉางซิงเล็กเท่านี้เอง คราวก่อนก็เกือบถูกซูเจียวเจียวเห็นเข้าแล้ว หากจ้าวอวี้เฟินมาเห็นเข้าอีกคน ที่นี่คงเป็นที่ที่เธออยู่ไม่ได้อีกต่อไป!

       และยังอาจถูกลงโทษอีกด้วย...

       โจวเม่ยไม่กล้าพูดอีกต่อไป เธอพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา ความละอายใจฉายชัด จึงหันหน้าไปทางอื่น ราวกับกำลังทำเป็นใจเย็น

       หลี่เกินเซิงที่อยู่ด้านบนยิ้ม แล้วกล่าวว่า “ต่อไป ขอเชิญสหายเซียวหยวนหมิงขึ้นมารับรางวัลด้วย”

       เซียวหยวนหมิงได้รับความช่วยเหลือจากซูเจียวเจียวให้ขึ้นไปบนเวที เขาได้รับเหรียญรางวัลหนึ่งเหรียญ ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่หนึ่งช่อ และเงินรางวัลอีกหนึ่งร้อยหยวน

       เหรียญรางวัลและดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ ไม่มีใครอิจฉา

       แต่เงินหนึ่งร้อยหยวนนั้น ทุกคนต่างอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง!

       ไม่คิดเลยว่าการสร้างผลงานจับนักโทษได้ จะได้รับเงินรางวัลถึงหนึ่งร้อยหยวน!

       เซียวหยวนหมิงนี่โชคดีเหลือเกิน!

       หนึ่งร้อยหยวนเชียวนะ!

       พวกเขาทำงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปี นอกจากข้าว ข้าวโพด มันเทศ เผือก และน้ำมันที่แบ่งให้แล้ว เงินสดที่ได้ก็มีเพียงหนึ่งร้อยหยวนเท่านั้น...

       จะไม่ให้อิจฉาได้อย่างไร?

       เป็นครั้งแรกที่เซียวหยวนหมิงแสดงรอยยิ้มแห่งความสุขต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาก็ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะโชคดีถึงเพียงนี้ ไม่เพียงแต่สถานะทางชนชั้นของครอบครัวจะดีขึ้นจนกลายเป็นคนระดับเดียวกับทุกคนแล้ว ยังได้รับเหรียญรางวัล ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ และเงินรางวัลอีกหนึ่งร้อยหยวน!

       ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ประดับอยู่ที่หน้าอกของเขา ทำให้รอยยิ้มของเขาดูสดใสเป็นอย่างยิ่ง แต่ดวงตาคู่หนึ่งของเขากลับจ้องมองไปที่ซูเจียวเจียวอย่างไม่กะพริบ

       ราวกับว่าตั้งแต่เขาแต่งงานกับเจียวเจียว ทุกสิ่งอย่างก็พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ...

       เขาถอดเหรียญรางวัลจากหน้าอกไปติดที่หน้าอกของซูเจียวเจียว แล้วยังถอดดอกไม้สีแดงช่อใหญ่จากหน้าอกมาติดให้ซูเจียวเจียว และยื่นธนบัตรหนึ่งร้อยหยวนให้เธอ “เจียวเจียว ถ้าไม่มีคุณ ก็ไม่มีผมในวันนี้! คุณเปลี่ยนแปลงผม ทำให้ผมมีความมั่นใจ! ดังนั้นเหรียญรางวัล ดอกไม้สีแดงช่อใหญ่ และเงินรางวัลก็เป็นของคุณ ผมเอง... ก็เป็นของคุณเช่นกัน!”

       ฟังคำสารภาพรักของเซียวหยวนหมิงที่แม้จะอยู่ต่อหน้าผู้คนมากมายก็ไม่หวั่น ซูเจียวเจียวก็รู้สึกหัวใจเต้นระรัว เมื่อมองไปที่เขา ดวงตาของเธอก็อ่อนโยนลง แล้วเผยรอยยิ้มสดใสกลับไป

       ชาวบ้านที่อยู่ด้านล่างก็มีทั้งคนที่ส่งเสียงให้กำลังใจ คนที่รู้สึกอิจฉา คนที่ชื่นชม และคนที่มีความริษยา

       โดยเฉพาะโจวเม่ยที่รู้สึกอิจฉาริษยาสุดขีด ทำไมซูเจียวเจียวถึงได้มีชีวิตที่ดีนักนะ!

       เดิมทีคิดว่าซูเจียวเจียวแต่งงานกับชาวนาที่มีสถานะทางชนชั้นไม่ดี ชีวิตนี้คงจะจบสิ้นแล้ว! ไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงจะสร้างผลงานได้! แถมยังได้เงินรางวัลอีก!

       ที่สำคัญคือรูปร่างหน้าตาของเซียวหยวนหมิง จริงๆ แล้วก็ถือว่าดีที่สุดในกองผลิต ใบหน้าของเขาไม่แพ้ยุวชนฮั่วเจี้ยนจงที่มาจากจิงเฉิงเลย!

       ตอนนี้เซียวหยวนหมิงยังรักซูเจียวเจียวมาก ทำให้เธอรู้สึกอิจฉาและร้อนรุ่มใจ ส่วนเธอเองเพื่อความอยู่รอด เพื่อลดภาระ เธอต้องแสร้งทำเป็นดีกับหลี่เกินเซิง

       ทุกครั้งที่คิดถึงใบหน้าดำคล้ำและน่าเกลียดของหลี่เกินเซิง และกลิ่นเหงื่อท่วมตัว เธอแทบจะอาเจียน

       เธอไม่ยอมหรอก!

       ในเมื่อเป็นยุวชนลงชนบทเหมือนกัน ทำไมซูเจียวเจียวถึงมีชีวิตที่สดใสสวยงาม ในขณะที่เธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากถึงเพียงนี้!

       เสี่ยวเฉิงเมื่อทำธุระเสร็จแล้ว ก็กำชับให้เซียวหยวนหมิงพักผ่อนให้เต็มที่ แล้วก็ขับรถกลับไป การที่เขาขับรถกลับไปก็ทำให้ทุกคนอิจฉากันอีกครั้ง

       ในสมัยนั้น ไม่มีบ้านไหนมีรถเลย แม้แต่จักรยานก็ยังไม่มี จะพูดถึงรถสี่ล้อได้อย่างไรเล่า

       ในกองผลิตมีรถแทรกเตอร์หนึ่งคัน แต่เป็นของกองผลิต ใช้สำหรับขนส่งธัญพืชและปุ๋ยเคมี เป็นของส่วนรวม

       และมีเพียงคนขับรถแทรกเตอร์เท่านั้นที่สามารถขับได้ จะขับพร่ำเพรื่อก็ไม่ได้ ต้องเมื่อมีงานที่กองผลิตมอบหมายให้ไปที่ตัวอำเภอเท่านั้นถึงจะขับได้

       ดังนั้นในสมัยนั้น ผู้ที่สามารถขับรถสี่ล้อได้ ล้วนเป็นผู้มีฐานะและตำแหน่งทั้งสิ้น

       ครอบครัวของเซียวหยวนหมิงโชคดีแล้ว!


!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน 
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^