บทที่ 80 รับลูกศิษย์
บทที่ 80 รับลูกศิษย์
หลังจากซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงกลับมาถึงบ้าน ซูเจียวเจียวก็เก็บเงินหนึ่งร้อยหยวนนั้นไว้อย่างดี เมื่อรวมกับเงินที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้พวกเธอมีเงินรวมกันถึงแปดร้อยยี่สิบสามหยวนแล้ว!
ซูเจียวเจียวเผยความตื่นเต้นบนใบหน้า อีกไม่นานก็จะกลายเป็นครอบครัวที่มีเงินหลักพันหยวนแล้ว!
นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหมู่บ้านนี้เลย!
ชีวิตช่างมีหวังมากขึ้นทุกที!
และเมื่อได้ร่วมกันพยายามกับอาหมิง เธอก็รู้สึกมีพลังและกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากเรื่องที่เซียวหยวนหมิงสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ ผู้คนในกองผลิตก็ไม่มองเขาด้วยสายตาที่ดูแคลนอีกต่อไปแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดือนสิบผ่านพ้นไป เดือนสิบเอ็ดมาเยือน อากาศเริ่มหนาวเย็นลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิในช่วงเช้าและกลางคืนแตกต่างกันมาก
ซูเจียวเจียวก็ได้รับค่าจ้างรายเดือนสามสิบเก้าหยวนแล้ว
ซูเจียวเจียวไม่ยอมให้เซียวหยวนหมิงออกไปเสี่ยงทำธุรกิจเก็งกำไรอีกแล้ว ที่บ้านเขามีแต้มคะแนนงานที่เขาได้มา ส่วนข้าวสารก็เพียงพอสำหรับพวกเธอสองคนกินแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องดิ้นรนมากไปกว่านี้ อีกทั้งเธอก็มีเงินเดือนแล้วด้วย
นอกจากเงินเดือนสามสิบเก้าหยวนแล้ว พี่น้องเฉินเจียอวี้ยังแนะนำลูกค้าดีๆ ให้เธอรู้จัก บางคนแอบมาหาเธอเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นงานพิเศษที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกยี่สิบกว่าหยวน รวมแล้วเดือนหนึ่งก็ได้หกสิบกว่าหยวน
ดังนั้นตอนนี้ซูเจียวเจียวจึงเริ่มกำชับเรื่องการเรียนของเซียวหยวนหมิง ให้เขาเรียนให้มากขึ้นทุกครั้งที่มีเวลาว่าง
ใกล้จะสิ้นปีแล้ว งานที่กองผลิตมอบหมายให้ก็มีมากขึ้น ซูเจียวเจียวทำงานคนเดียวไม่ไหว จึงไปหาหลี่เกินเซิงและบอกว่าเธอต้องการรับลูกศิษย์
ทัศนคติของหลี่เกินเซิงในช่วงเดือนที่ผ่านมาดีขึ้นมาก เขาไม่ทำหน้าบึ้งตึงใส่เธอและเซียวหยวนหมิงเหมือนเมื่อก่อน เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเซียวหยวนหมิงสร้างผลงานไว้ และได้รู้จักกับบุคคลสำคัญในตัวอำเภอ
ดังนั้นเมื่อหลี่เกินเซิงได้ยินว่าซูเจียวเจียวต้องการรับลูกศิษย์ เขาก็เห็นด้วยทันทีโดยไม่ลังเลเลยสักนิด อย่างไรก็ตาม ค่าจ้างของลูกศิษย์อยู่ที่สามหยวนต่อเดือน ไม่รวมอาหารและที่พัก
ซูเจียวเจียวตอบตกลง และรีบกลับมาบอกเรื่องการรับลูกศิษย์กับเซียวหยวนหมิง ให้เขาไปที่กองผลิตตระกูลหลิวเพื่อเชิญพี่หยวนซินมา
ก่อนหน้านี้เธอเคยสัญญาว่าจะสอนตัดเสื้อผ้าให้พี่หยวนซิน ตอนนี้มีเหตุผลที่ดีแล้ว การกินอยู่และที่พักก็ไม่ใช่ปัญหา ที่บ้านพักได้สบายๆ การกินก็แค่เพิ่มถ้วยชามอีกสองคู่เท่านั้น อีกอย่างเธอก็ไม่ได้เจอหยวนหยวนที่น่ารักและเรียบร้อยมานานแล้วด้วย
เดิมทีมีหลายคนที่กองผลิตฉางซิงได้ยินข่าวว่าซูเจียวเจียวจะรับลูกศิษย์ จึงอยากส่งลูกสาวของตนไปเรียนกับซูเจียวเจียว
บางคนพอได้ข่าวก็หอบของดีๆ มากมายมาเยี่ยมบ้านในคืนนั้นเลย อย่างป้าหวัง หวังเหวินเม่ย แม่ของลู่เหว่ยหมิน แม้แต่เฉินซิ่วฮวาก็ยังมา
จ้าวอวี้เฟินก็อยากจะมาเหมือนกัน แต่ไม่นานก็เลิกล้มความคิดไป ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปเรียน แต่ที่กองผลิตให้เงินเดือนลูกศิษย์แค่สามหยวนต่อเดือนเท่านั้น แถมยังไม่มีแต้มคะแนนงาน สิ้นปีก็ไม่ได้ส่วนแบ่งธัญพืช รวมถึงมันฝรั่ง มันเทศ เผือก และน้ำมันก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำงาน กองผลิตก็จะไม่แบ่งอาหารให้เปล่าๆ หรอก
เงินเดือนสามหยวนไม่พอสำหรับค่าครองชีพของเธอเลย
ส่วนคนในหมู่บ้านที่มาหาซูเจียวเจียว ล้วนเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ที่บ้านมีแรงงานเยอะ และคนที่ส่งมาเรียนก็เป็นเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกหรือสิบเจ็ดสิบแปดปี แม้พวกเธอจะไม่ได้ทำงาน ที่บ้านก็ไม่ปล่อยให้พวกเธออดอยาก
แต่เธอนั้นต่างออกไป ที่นี่เธอไม่มีญาติพี่น้อง ต้องพึ่งพาตัวเองทั้งหมด
เว่ยหงปิงเห็นความตั้งใจของเธอ เขานั่งคิดอยู่นาน แล้วเดินไปหาจ้าวอวี้เฟิน พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “อวี้เฟิน ถ้าคุณอยากเรียนก็ไปเรียนเถอะ ถ้าได้เรียนรู้ฝีมือติดตัวไว้ วันข้างหน้าก็จะไม่ต้องอดอยาก แถมยังหารายได้ได้อีกด้วย ไม่ต้องทำงานหนักอย่างนี้ทุกวัน”
จ้าวอวี้เฟินยิ้มแล้วส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า เจียวเจียวรับลูกศิษย์แค่คนเดียว ฉันไม่ใช่คนที่เหมาะสมที่สุด อีกอย่างถ้าฉันไปเรียนแล้ว ก็ทำงานไม่ได้ ก็จะไม่มีส่วนแบ่งธัญพืชน่ะ”
เว่ยหงปิงกล่าวว่า “แต้มคะแนนงานที่ผมคนเดียวหามาได้ก็พอสำหรับชีวิตผมคนเดียวแล้ว แม้จะมีคุณเพิ่มมาอีกคนก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย คุณไปเรียนเถอะ เรื่องการหาแต้มคะแนนงานให้เป็นหน้าที่ผม ตราบใดที่ผมยังอยู่ จะไม่มีวันปล่อยให้คุณอดอยากหรอก”
เมื่อเห็นเว่ยหงปิงให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น จ้าวอวี้เฟินก็รู้สึกซาบซึ้งใจ ใบหน้าของเธอแดงเรื่อเล็กน้อย “แม้เราจะคบหาดูใจกันอยู่ แต่ฉันก็ไม่อยากให้คุณเลี้ยงดูฉันเปล่าๆ ฉันขอทำงานต่อไปดีกว่า ว่างๆ เรามาอ่านหนังสือด้วยกันให้มากขึ้นนะ ฉันมีความรู้สึกว่าเราจะไม่ติดอยู่ที่ชนบทไปตลอดชีวิตหรอก พอเรากลับไปที่เมืองหลวง รัฐก็จะจัดหางานให้พวกเรา ชีวิตของเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”
...
ซูเจียวเจียวไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดคืน เธอไปที่บ้านโน้นบ้านนี้
แม้ว่าช่างตัดเสื้อคนหนึ่งจะรับลูกศิษย์ได้สูงสุดห้าคน แต่เธอไม่คิดจะรับมากขนาดนั้น
ส่วนใหญ่เป็นเพราะเธอยังมีงานพิเศษต้องทำอีกด้วย คนนอกจะน่าเชื่อถือเท่าคนกันเองได้อย่างไร?
ลูกศิษย์ที่เหมาะสมที่สุดก็ย่อมเป็นคนในครอบครัวอยู่แล้ว! ดังนั้นตำแหน่งนี้เธอจึงจะเก็บไว้ให้เซียวหยวนซินเท่านั้น
ไม่ว่าใครจะว่าเธอเห็นแก่ตัว หรือไร้ความเมตตา เธอก็ย่อมเห็นแก่คนในครอบครัวตัวเองเป็นหลัก จะให้แขนศอกงอออกนอกตัวได้อย่างไรกัน?
อย่างไรก็ตาม ซูเจียวเจียวก็ไม่ได้พูดตัดรอนเสียทีเดียว เธอบอกกับหวังเหวินเม่ยและแม่ของลู่เหว่ยหมินว่า หากในอนาคตยังขาดลูกศิษย์อีก จะพิจารณาพวกเขาสองครอบครัวเป็นอันดับแรก
ส่วนคนอื่นๆ ไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของเธอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของหลี่จินฮวาและเฉินซิ่วฮวา ที่มักจะพูดจาไม่ดีลับหลังอาหมิงและเธออยู่เสมอ
เซียวหยวนหมิงไปที่กองผลิตตระกูลหลิวแต่เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น และกลับมาในวันเที่ยงวันนั้นเอง เขาบอกเธอว่าพี่สาวของเขาเต็มใจที่จะมาเป็นลูกศิษย์ แม้จะไม่มีค่าจ้างก็ยินดี
ระยะเวลาการเป็นลูกศิษย์คือหนึ่งปี
สามวันต่อมา เซียวหยวนซินก็พาหลิวหยวนหยวนมาด้วย หลิวเฉิงเหว่ยส่งแม่ลูกทั้งสองคนเสร็จแล้ว ก็พักหายใจเฮือกหนึ่งแล้วก็กลับไป
แต่ที่ทำให้ซูเจียวเจียวประหลาดใจคือ ครอบครัวตระกูลหลิวได้แบ่งแยกครอบครัวกันแล้ว!
พี่ใหญ่หลิวเป็นคนแรกที่เสนอเรื่องการแยกบ้าน เนื่องจากพี่สะใภ้ใหญ่หลิวคอยยุยงให้แยกบ้านอยู่ตลอดเวลา ในความขัดแย้งของครอบครัวครั้งหนึ่ง พี่ใหญ่หลิวได้เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา หลิวเฉิงเหว่ยก็เห็นด้วย ส่วนพี่รองหลิวและพี่สามก็ไม่มีความเห็นอะไร
ครอบครัวใหญ่เกือบยี่สิบคน อยู่รวมกันก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก ใช่ไหมล่ะ?
ทุกวันในบ้านก็มีแต่เสียงจอแจ น่าปวดหัว วันนี้คนโน้นทะเลาะ วันพรุ่งนี้คนนี้ส่งเสียงดัง เด็กๆ ก็ร้องไห้ไม่หยุด ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
หลิวเฉิงเหว่ยก็มีความคิดเช่นนี้มานานแล้ว พอได้ยินพวกเขากล่าวขึ้นมา เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย
ลูกชายเมื่อเติบใหญ่ก็ไม่อยู่ใต้อำนาจแม่แล้ว
แม้คุณย่าหลิวจะไม่เต็มใจแค่ไหน แต่ลูกชายทั้งสี่คนต้องการแยกบ้าน เธอก็ทำอะไรไม่ได้
ในที่สุดคุณปู่หลิวก็มีความคิดที่เปิดกว้างมากขึ้น “แยกเถอะ แยกเถอะ ถึงเวลาที่ต้องแยกกันแล้ว”
สุดท้ายคุณปู่หลิวก็เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย เชิญหัวหน้ากองผลิตและเลขาธิการของกองผลิตมาเป็นพยาน และจัดการแบ่งแยกครอบครัวเรียบร้อย
เนื่องจากหลิวเฉิงเหว่ยและเซียวหยวนซินมีกันแค่สามคน จึงได้ห้องเพียงห้องเดียว ห้องครัวใช้ร่วมกัน ที่ดินส่วนตัวก็เป็นแปลงที่เล็กที่สุด
พี่ใหญ่หลิวและพี่คนรองมีสมาชิกในครอบครัวมาก จึงได้ห้องคนละสองห้อง ส่วนครอบครัวสามได้ห้องเดียว แต่ที่ดินส่วนตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย
หลังจากแยกบ้านได้ไม่นาน เหยียนกุ้ยหรงภรรยาของพี่สามก็คลอดลูกสาว และหลังจากพ้นช่วงพักฟื้น เธอก็โน้มน้าวสามีให้กลับไปที่ตัวอำเภอ พักอยู่บ้านพ่อแม่ของเธอ
เมื่อฟังคำพูดของเซียวหยวนซิน ซูเจียวเจียวรู้สึกประหลาดใจและดีใจแทนเธอเล็กน้อย “คราวนี้สบายใจขึ้นเยอะแล้ว ที่บ้านไม่มีเรื่องกวนใจพี่ก็สามารถมาอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ ตั้งใจเรียนและฝึกฝนให้ดี หลังจากเรียนจบจนเชี่ยวชาญก็จะได้เงินเดือนปกติแล้วค่ะ”
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^