บทที่ 82 ดูดีเกินไป
บทที่ 82 ดูดีเกินไป
เซียวหยวนซินรู้สึกผิดที่พาลูกมาอยู่กินเฉยๆ จึงลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางและช่วยซักเสื้อผ้าให้ทุกวัน
แม้ซูเจียวเจียวจะบอกหลายครั้งว่าไม่ต้องทำ แต่เซียวหยวนซินก็ไม่เคยเชื่อฟัง ทุกครั้งที่ซูเจียวเจียวตื่นนอน เซียวหยวนซินก็จะซักเสื้อผ้าของเธอกับอาหมิงเรียบร้อยแล้ว รวมถึงอาหารเช้าที่เตรียมไว้ให้ด้วย
ซูเจียวเจียวจนปัญญาจริงๆ เธอไม่อาจตื่นแต่เช้ามืดทุกวันได้จริงๆ!
นั่นมันแสนสาหัสเกินทน
เซียวหยวนหมิงเตือนเธอว่า ให้พี่สาวเขาทำไปเถอะ มิฉะนั้นเธอจะรู้สึกไม่สบายใจที่ได้อยู่ที่นี่และกินอยู่ที่นี่ แล้วจะรู้สึกผิดต่อพวกเราสองคน
ต่อมาซูเจียวเจียวจึงปล่อยเลยตามเลย
ภายใต้คำขอร้องอย่างหนักแน่นของซูเจียวเจียว ในที่สุดเซียวหยวนซินก็ยอมรับเงินห้าสิบหยวนไป
ซูเจียวเจียวรู้สึกโล่งใจอย่างมาก
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลเล็กน้อยของเซียวหยวนซิน ซูเจียวเจียวก็ยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่หยวนซิน จริงๆ แล้วพี่ก็ทำได้ดีมากแล้วนะคะ แค่พี่ไม่มีจักรเย็บผ้าเท่านั้นเอง รอปีหน้าฉันจะให้อาหมิงไปหาจักรเย็บผ้ามาให้อีกเครื่อง พี่ก็จะได้รับค่าจ้างสิบห้าหยวนจากกองผลิต แล้วฉันก็จะรับงานพิเศษให้พี่ด้วย เดือนหนึ่งพี่จะมีรายได้ไม่น้อยเลยค่ะ”
เซียวหยวนซินได้ยินดังนั้น ดวงตาก็พลันเป็นประกาย
“เจียวเจียว เธอดีกับฉันเหลือเกิน”
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับน้องสะใภ้ที่ดีเช่นนี้ ที่คิดถึงแต่เรื่องดีๆ ให้กับเธอและหยวนหยวน
อาหมิงโชคดีจริงๆ ที่ได้ภรรยาที่ดีอย่างเจียวเจียว!
นี่ก็เป็นความโชคดีของเธอเช่นกัน!
ที่ทำให้เธอได้เข้าใจว่าผู้หญิงสามารถเลือกวิถีชีวิตใหม่ได้ สามารถใช้ชีวิตอย่างมีสีสัน สามารถต่อสู้กับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมได้!
ตอนนี้ชีวิตของเธอมีความหวัง และเป็นชีวิตที่เธอต้องการจะใช้!
เธอเชื่อว่า ตราบใดที่เธอพยายามเรียนรู้อย่างเต็มที่และทำงานหนัก ชีวิตของเธอในอนาคตก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน!
ตกกลางคืน หลังจากรับประทานอาหารเย็น ซูเจียวเจียวก็เอาเสื้อผ้าใหม่ที่ทำเสร็จแล้วสำหรับลูกค้าของเฉินเจียอวี้และอีกสองสามคน ใส่ถุงแยกกัน โดยเขียนนามสกุลของแต่ละคนกำกับไว้ เพื่อป้องกันการสับสน
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูเจียวเจียวและเซียวหยวนซินพาหลิวหยวนหยวนขึ้นรถแทรกเตอร์ของกองผลิตเพื่อเดินทางไปยังตัวอำเภอ
หลิวหยวนหยวนตื่นเต้นมากที่ได้ไปเที่ยวตัวอำเภออีกครั้ง เธอไม่รู้สึกง่วงนอนเลย
เมื่อซูเจียวเจียวและเซียวหยวนซินพาหลิวหยวนหยวนมาถึง ก็พบว่ารถแทรกเตอร์เต็มไปด้วยผู้คนแล้ว หลี่จิ้นไฉ ลูกชายคนโตของหลี่เกินเซิง ผู้ขับรถแทรกเตอร์ มีท่าทีสุภาพกับซูเจียวเจียวพอสมควร จึงบอกให้ทุกคนเบียดกันเพื่อเปิดที่ว่างให้
ซูเจียวเจียวทั้งสามคนเบียดกันขึ้นรถแทรกเตอร์ ไม่นานโจวเม่ยและหลินเฟิงก็มาถึงเช่นกัน
โจวเม่ยรู้สึกว่าตัวเองมาเช้าพอแล้ว แต่รถก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเบ้ปากอย่างไม่พอใจ หลี่จิ้นไฉเร่งเร้าว่า “เธอจะขึ้นรถหรือไม่ขึ้นกันแน่?”
เขารู้สึกว่าพ่อของเขาสนใจโจวเม่ยมากเกินไป แต่ก็ไม่รู้ว่าผิดปกติที่ตรงไหน
แต่เมื่อเห็นโจวเม่ยที่มีใบหน้าสวยงามบอบบางน่าทะนุถนอม ก็ดูน่ามองกว่าบรรดาภรรยาชาวบ้านในหมู่บ้านมากนัก เขาจึงเอ่ยชวน “เธอนั่งข้างหน้าไหม?”
ข้างหน้าตรงที่เขาขับรถ ยังพอมีที่นั่งได้อีกคน
โจวเม่ยได้ยินดังนั้นก็ดีใจ เธอไม่อยากเบียดเสียดกับผู้คนเหล่านั้น ใบหน้าดำคล้ำและเต็มไปด้วยเหงื่อเหม็น คงจะทำให้กระโปรงใหม่ของเธอสกปรกเป็นแน่ วันนี้เธอตั้งใจทาครีมหิมะมาเป็นพิเศษ ทำให้ร่างกายมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
เมื่อเธอเดินผ่านหลี่จิ้นไฉ เขาสูดดมกลิ่นหอมจากตัวเธอแล้วรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ
ยุวชนที่มาจากเมืองหลวงไม่เหมือนใครจริงๆ ไม่เพียงแต่หน้าตาสวยงาม ผิวขาว รูปร่างดี แม้แต่ร่างกายก็ยังมีกลิ่นหอม ไม่เหมือนภรรยาหน้าตาอัปลักษณ์ของตัวเอง ที่ตัวมีแต่กลิ่นเหงื่อเหมือนตัวเอง แถมยังไม่ค่อยสระผม กลางคืนเขาแทบไม่อยากกอดเลย
หลี่จิ้นไฉขยันเช็ดที่นั่งข้างๆ
โจวเม่ยเดินผ่านไปแล้วยังเชิดหน้ามองซูเจียวเจียวอย่างภาคภูมิใจ
ซูเจียวเจียวอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก เธอไม่รู้ว่าโจวเม่ยกำลังภูมิใจอะไรกันนักหนา แค่ที่นั่งที่เดียวถึงกับต้องโอ้อวดขนาดนั้นเลยหรือ?
แต่ครั้งที่แล้วในวันชาติ โจวเม่ยแอบเล่นสกปรกกับเธอ โดยจงใจเขียนจดหมายไปหาพ่อแม่ของเธอโดยใช้ชื่อของเธอ เพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบเรื่องที่เธอแต่งงานในชนบท โชคยังดีที่วันนั้นซูเจียวเจียวไปซื้อของในเมือง บังเอิญได้เห็นโจวเม่ยมีท่าทีพิรุธออกจากที่ทำการไปรษณีย์
ซูเจียวเจียวรู้สึกผิดปกติ หลังโจวเม่ยเดินไปแล้ว เธอจึงเข้าไปในที่ทำการไปรษณีย์ และบอกพนักงานไปรษณีย์ว่าจดหมายที่เธอเพิ่งส่งไปนั้นลืมใส่รูปภาพลงไป เธอแจ้งชื่อและที่อยู่ผู้ส่งและผู้รับ พนักงานไปรษณีย์ซึ่งยุ่งอยู่ตอนนั้น จำหน้าตาของโจวเม่ยได้ไม่ชัดเจน จึงไม่รู้ว่าเป็นคนละคนกัน และได้ยื่นจดหมายให้ซูเจียวเจียวไป
ซูเจียวเจียวนั่งแกะจดหมายออกดูข้างๆ และพบว่าในจดหมายเป็นลายมือของโจวเม่ยที่ปลอมแปลงขึ้นมาจริงๆ มันเขียนว่า เธอได้แต่งงานกับคนชนบทที่มีฐานะไม่ดี และบ่นว่าพ่อแม่ส่งเธอมาที่นี่ทำไม ไม่ส่งน้องสาวมาแทน...
ซูเจียวเจียวจึงเขียนจดหมายอีกฉบับทันที พร้อมแนบรูปถ่ายที่ถ่ายไว้ล่าสุดลงไป และเปลี่ยนจดหมายของโจวเม่ย ซึ่งก็ไม่ต้องจ่ายค่าส่งอีกด้วย นับเป็นโชคดีสองเด้งเลยทีเดียว!
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซูเจียวเจียวจะคอยจับตาดูโจวเม่ยเป็นครั้งคราว หากพบว่าโจวเม่ยไปตัวอำเภอ เธอก็จะตามไปด้วย เพื่อดูว่าเธอแอบส่งจดหมายโดยใช้ชื่อของเธออีกหรือไม่
ครั้งหนึ่งซูเจียวเจียวจับได้อีกครั้ง และดุด่าอีกฝ่ายอย่างหนัก โจวเม่ยอับอายจนแทบจะมุดดินหนี หลังจากนั้นโจวเม่ยก็ไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นอีกเลย
โจวเม่ยไม่พอใจที่เห็นซูเจียวเจียวมีชีวิตที่ดี และอิจฉาเธอ อยากจะตัดช่องทางเงินและบัตรแลกเปลี่ยนของเธอ
เพราะซูเจียวเจียวขัดขวางโจวเม่ยทุกทาง พ่อแม่ของซูเจียวเจียวยังไม่รู้เรื่องที่เธอแต่งงานในชนบทในตอนนี้ และยังคงส่งเงินมาให้เรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างจากชีวิตในชาติที่แล้วเล็กน้อย
“เชอะ”
บนท้ายรถแทรกเตอร์ ภรรยาหลายคนเห็นท่าทางโอ้อวดของโจวเม่ย ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “ทำตัวเหมือนนางจิ้งจอกเลย”
“ใช่แล้ว! แต่งตัวประหลาดๆ ทุกวัน ดูแล้วไม่น่าเชื่อถือเลย”
“ยุวชนซูยังดูน่ามองกว่า”
บรรดาป้าๆ ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์โจวเม่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจ
เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังมานี้ โจวเม่ยแต่งกายฉูดฉาด ทั้งยังไม่ต้องตรากตรำทำงานหนัก เพียงแค่จดแต้มคะแนนงาน ผิวพรรณจึงผุดผ่องขึ้นมาก เมื่อเอ่ยปาก เธอก็มักจะจงใจพูดเสียงแผ่วเบาอ่อนหวาน จนชายหนุ่มในบ้านเหล่านั้นหันมามอง มิหนำซ้ำยังจงใจหาเรื่องชวนโจวเม่ยคุย ทำให้พวกเธอแค้นเคืองจนแทบกัดฟัน
แม้ว่ายุวชนซูในอดีตจะน่าชัง แต่ยุวชนซูในอดีตก็คุยแต่กับผู้ชายที่ยังไม่มีคู่ หรือยังไม่แต่งงาน และหลอกให้พวกเขาไปทำงาน แต่โจวเม่ยแตกต่างออกไป เธอเหมือนต้องการแสดงให้เห็นว่าเสน่ห์ของเธอมีมากเพียงใด เธอคุยกับใครก็ได้หมด
แต่เสียงรถแทรกเตอร์ดังมาก โจวเม่ยที่นั่งอยู่ข้างหน้าจึงไม่ได้ยินว่าทุกคนในท้ายรถแทรกเตอร์กำลังพูดถึงเธออย่างไร
หลินเฟิงตั้งใจจะเบียดไปนั่งกับโจวเม่ย แต่เมื่อเห็นโจวเม่ยไปนั่งข้างหน้าแล้ว เขาก็ได้แต่เบียดไปกับทุกคนในท้ายรถ ตอนนี้เมื่อได้ยินทุกคนพูดเรื่องโจวเม่ยในทางที่ไม่ดี เขาก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก
ใครๆ ก็รู้ว่าเขากำลังตามจีบโจวเม่ยอยู่ไม่ใช่หรือ?
เขารู้สึกเหมือนมีผืนหญ้าสีเขียวผุดขึ้นเหนือศีรษะ
แต่โจวเม่ยหน้าตาสวยงามบอบบาง และยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย ผู้ชายทุกคนย่อมชอบ ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?
!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!
ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!
ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวันเป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วัน
ตั้งแต่วันที่ 1-5 กรกฎาคม 2569
.
ทั้งนี้ หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน
.
หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^